“แพว เนตรทิพย์” ผู้พลิกฟื้นผ้าฝ้ายไทลื้อแห่งชุมชนบ้านเฮี้ย ด้วยหัวใจ



“แพว เนตรทิพย์” 
อดีตสาวโรงงาน ตัดสินใจกลับบ้านเกิด พลิกฟื้นวิชาทอผ้าฝ้ายไทลื้อแห่งชุมชนบ้านเฮี้ย อำเภอปัว จังหวัดน่าน ต่อยอดชิ้นงาน ออกแบบสร้างสรรค์ ผ้าทอไทยให้มีเอกลักษณ์ไม่ธรรมดา สร้างมูลค่า จนเป็นแบรนด์ผ้าฝ้ายทอมือในชื่อ “แพว ผ้าฝ้าย” ธุรกิจที่สร้างรายได้เกื้อกูลชุมชนด้วยการชักชวนผู้สูงอายุ และคนในหมู่บ้านหันมาทอผ้าฝ้ายเป็นรายได้หลัก ผลักดันภูมิปัญญาส่งต่อรุ่นลูกหลานไม่ให้สูญหาย สร้างความเปลี่ยนแปลงให้ผู้สูงอายุมากฝีมือในชุมชนให้มีรายได้และอาชีพที่มั่นคง 


ย้อนกลับกลับไป พี่แพวตั้งต้นชีวิตยังไง

ปี35 ทอผ้าอยู่ที่บ้าน รับจ้างเขา แล้วก็แต่งงาน สามีทำงานที่กรุงเทพ ก็ไปอยู่กับแฟนที่กรุงเทพ ไปเป็นสาวโรงงานรองเท้า พอมีลูก ก็เอามาให้แม่เลี้ยง เราก็ทำงานไป ส่งเงินมาให้แม่ พอทำไปได้ 4 ปี สามีเสียชีวิต ก็ต้องกลับบ้าน ออกจากงาน กลับมาบ้าน กลับมาทอผ้าเหมือนเดิม จริงๆ แล้วงานทอผ้านี้ ก็เห็นมาตั้งแต่เกิด เพราะอาชีพของแม่คือ ทอผ้าตอนนั้น คือ “ผ้าหลบลายลื้อ” เป็นผ้าปูที่นอนเล็กๆ ขนาดประมาณ 40 นิ้ว เอามาต่อกันลักษณะของผ้าหลบจะมีสามสี ขาว ดำ แดง บ้านไหนทำก็จะมีสามสีนี้ แตกต่างกันที่ลายของแต่ละบ้าน เวลาเราไปอบรมที่ไหนเขาจะสอนว่า ให้หาตัวตนของตัวเองให้เจอ หาเอกลักษณ์ของตัวเองให้ได้ ก็เลยคิดว่า ถ้าเราทำเหมือนกันหมดก็คงไม่ได้ เลยฉีกเอาผ้าหลบออกมาทำ พอลองเอามาทำเสื้อ ก็เริ่มเอาไปใส่ตรงนั้น ตรงนี้ แล้วก็เริ่มเปลี่ยนสี
เริ่มเปลี่ยนเส้นใย ตอนนี้ก็ไม่ได้จบที่สีดำแดง ไม่ว่าสุดท้ายเราจะทำสีอะไร ก็ยังเป็นผ้าหลบอยู่ดี ลูกค้าก็เริ่มติด จนพอมาปี 52 ก็มาทำร้าน ก็มีโรงแรม สถานที่ราชการมาสั่ง
 “แพว ผ้าฝ้าย”ก็เริ่มขึ้น



ไอเดียการสร้างสรรค์ลวดลายบนผืนผ้ามาจากไหน

จากลูกค้า จากสิ่งที่เราเจอ อาจจะเห็นเขาใส่แล้วสวย ดูจากละคร จากนางเอกที่เขาใส่กัน ตามเทรนที่เขามี ก็จะเอามาลอง ทำแพทเทิร์นก่อน แล้วค่อยเอาไปให้เขาทอ

ต้องเรียนออกแบบเพิ่มเติมไหม 

พี่แพว เรียน กสน. ไม่ได้จบดีไซเนอร์น่ะ กสน.เขามีเรียนสอนออกแบบเป็นรายชั่วโมง ก็ไปเรียนแล้วเอามาทดลอง มาเริ่มเรียนกับนักดีไซเนอร์ต่างชาติ เขาจะสอนแนวคิดใน
การออกแบบ ว่าต่างชาติชอบแบบไหน พอเข้าไปเรียน เขาก็เห็นเราสนใจ พอไปได้ ก็เอาผลงานเราไปโชว์อยู่ที่ประเทศอังกฤษ 

ถ้ามีออเดอร์เยอะๆ ทำยังไง

ถ้าเยอะๆนี้ไม่ได้เพราะ งานของเราเป็นงานแฮนด์เมค มันเลยช้าแล้วถ้าใครอยากใส่ผ้าฝ้ายต้องจองคิว อันนี้เป็นจุดขายของบ้านแพว

อยากคงเอกลักษณ์ของการทำมือไว้ ได้ของดีที่ไม่เหมือนใคร คุณอยากใส่คุณต้องรอ
ทำให้เราตั้งราคาเองได้ ไม่มีการต่อรอง แทนที่ลูกค้าจะต่อรองกับเรา กลายเป็นเราต่อรองกับลูกค้า

มีคนทำผ้าเหมือนพี่แพวเยอะ อะไรที่แตกต่างจากคนอื่น

คนอื่นก็ทำเหมือนกัน แต่เขายังหาตัวตนไม่เจอ วันหนึ่งเรามี 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ตื่นเช้ามาพี่แพวจะวางแผนหมดเลย พี่แพวจะไม่พรุ่งนี้ก่อน วันอื่นก่อน พี่แพวจะทำอะไรพี่แพวก็ทำเลย เราทำไปเรื่อยๆ เราไม่ท้อ ถ้ามันยังไม่ใช่ ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ สำคัญที่สุดคือเรื่องการบริหารเวลา บริหารตัวเอง

แล้วกลุ่มคนที่มาทำงานอยู่ตรงนี้ กว่าจะได้มายากไหม

ยากมาก เพราะแบบมันไม่ซ้ำ แบบมันยาก มันไปเรื่อยๆ ผ้าทอมันเย็บยาก ลายมันต้องตรงกันใช้ฝีมือและต้องใช้ความอดทน กว่าจะดึงคนมานี้แทบจะร้องไห้ไปหลายรอบ




กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กับกลุ่มแพวผ้าฝ้าย ต่างกันไหม

ไม่ต่างเลย เหมือนครอบครัวเดียวกัน เพียงแต่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกิดขึ้นก่อน แต่ไม่ประสบผมสำเร็จ ขายแต่ผ้าเป็นชิ้น พอเข้ามาบริหารวิสาหกิจชุมชนก็นึกถึงว่า เราต้องมีตัง รายได้ต้องเกิดให้ได้ ก็เลยคุยกับทางกลุ่มว่า จะขอแปรรูป เป็นมูลค่าที่เพิ่มจากผ้าเป็นชิ้น ซึ่งพี่แพวจะเดินไปคนเดียวก็เดินไม่ได้ ก็เลยมารวมตัวกันเกิดเป็นแพวผ้าฝ้ายเป็นแบรนด์ แต่วิสาหกิจทอผ้าบ้านเฮี้ยเป็นผู้ผลิต เดินไปพร้อมๆกัน
มันก็เลยไม่แตกต่างแยกกันไม่ออก  พอมีงานก็เอาไปโชว์ ไปเดินแบบ คนก็เห็นหน่วนราชการก็สั่งเพิ่ม จนกลุ่มมีเงินเพิ่ม ตอนนี้คนรู้จักเราทั้งจังหวัด โดยเฉพาะหน่วยงานราชการ ธนาคาร การท่องเที่ยว เราดึงสิ่งที่เราทำเป็น เราดึงสิ่งที่เราทำได้ ซื้อของที่อื่นให้น้อยที่สุด ถ้าเราทำเองทุกกระบวนการภายในชุมชน เราสามารถต่อรอง กับลูกค้าได้และคุมการผลิตได้ด้วย 

สิ่งที่พี่แผวทำ มันคือการกระจายงานแหล่งผลิต และรายได้ต่อชุมชน เยอะกว่าเดิมไหม

หมูบ้านระแวกนี้ ก็คือมาที่เดียวแล้วได้หลายอย่าง เราก็รับของจากที่อื่นมาด้วย ถ้าเราผลิดไม่ทัน ก็ขยายไปชุมชนอื่น คือการสร้างรายได้ให้คนในหมู่บ้าน คนที่กลับมาอยู่จะได้มีรายได้
ที่ผ่านมาพ่อค้าคนกลางเป็นคนกำหนดราคา แต่ตอนนี้เรากำหนดราคาได้ แล้วเราก็อยู่ได้
จากเดิมที่ทำงานกระจัดกระจาย รายได้ก็ไม่มั่นคง ตอนนี้คือหลักพันกลายเป็นรายได้หลักหมื่น

เมื่อก่อนทอใครทอมัน แล้วราคาก็ตีกัน คนนี้ก็จะขาย คนนั้นก็จะขาย
พอเรามารวมตัวกัน เราสามารถต่อรองราคาได้ สามารถรับงานใหญ่ๆได้ เราทำคนเดียวไม่ได้หรอกมีทั้งทอทั้งเย็บ เราทำไม่ไหว อันไหนที่ให้คนอื่นทำแทนได้ ก็ให้คนอื่นทำ  ส่วนเราก็ทำอย่างอื่น

ทำอย่างไรให้เขาอยู่กับเรานาน ไม่ไปทำอย่างอื่น 

คือการบริหารคนนะ เวลาเขาอยู่กับเรา ก็ต้องให้เขารู้สึกว่าอยู่กับเราแล้วมั่นคง ค่าตอบแทนมาอันดับหนึ่ง อันดับสองคือ ความเอื้ออาธร ไม่ว่าเรื่องส่วนตัว ครอบครัว อยู่กันแบบพี่น้อง ไม่ว่าเขามีปัญหาอะไรเราก็ช่วยเขาได้หมด



วันนี้แพว ผ้าฝ้าย ไม่ได้เป็นธุรกิจของพี่แพวคนเดียวไช่ไหม

มันมีความผูกพันกับคนที่ทำงานคือช่วยกันทุกเรื่อง คือ รักกัน เหมือนครอบครัวเดียวกัน

ตอนนี้หนักใจไหมที่เหมือนเราต้องดูแลหลายๆคน ถ้าเราล่มไปจะเป็นอย่างไร

ไม่หนักใจเลย เพราะทุกคนทำได้เอง เพราะทุกคนรู้หน้าที่หมดเลย ถึงเราจะไม่อยู่ แต่เรามีชุมชนช่วยเหลือเราหมดเลย

มันได้ตรงนี้เยอะกว่าเรื่องเงินทอง ภูมิใจที่เราดึงคนกลับมาบ้านเกิด มีงานทำ บางคนกลับมาบ้านเกิด บางคนสามีเสีย บางคนมาดูแลพ่อแม่  ทุกคนที่มีปัญหาก็จะเข้ามาหาเรา เหมือนเราเป็นส่วนหนึ่งที่เข้าไปช่วยเหลือ เหมือนเราทำบุญให้เราสุขใจ

วิสาหกิจชุมชน พอปีหนึ่งหลังจากเมษา ก็จะมาสรุป แบ่งผลกำไรกัน พี่แพวก็จะมาชี้แจงในเรื่องกิจกรรมประจำปีที่ผ่านมา

มีปัญหาอะไรเราก็จะมาคุยกัน ปีหนึ่งเราคุยกันครั้งหนึ่ง ปีนี้มีปันผลได้ 20% ตอนนี้มีสามชิกกลุ่มประมาณ 105 คน จากเดิม 27 คน เรารับคนที่มาช่วยเราทอ งานปัก งานด้นปกเสื้อ ให้มีกิจกรรมรวมกัน


ตอนนี้พยายามทำให้คนที่อยู่กับเราเป็นตัวอย่าง อยู่กับเราแล้วมีรายได้ที่มั่นคง ชีวิตครอบครัวที่ดีขึ้น แล้วคนข้างนอกก็จะมองเห็น ว่านี่เห็นไหม เขาทำได้จริงๆ ตอนนี้สังเกตุจากหนุ่มสาวเขามาขอทำงานด้วย เพราะเขาเริ่มเห็นว่ามันเป็นไปได้จริงๆ
มีงานทำไม่เป็นหนี้ มีเหลือเก็บอีก 

พี่แพวยังไม่ประสบผลสำเร็จเต็มร้อย ก็คือพี่แพวยังขาดคนอยู่ ชุมชนยังไม่ค่อยเห็นความสำคัญ อยากให้เด็กวัยรุ่น เด็กรุ่นหลังเห็นความสำคัญ พี่แพวจะพยายามทำว่า พี่แพวไม่ได้ทำอย่างอื่น พี่แพวไม่ได้จบสูงนะ แต่ทำตรงนี้สามารถเลี้ยงครอบครัวได้
สามารถยืนหยัด  อยู่แบบสบายได้  แต่ยังไม่สามารถดึงชุมชน หรือเด็กวัยรุ่นมาได้ทั้งหมด นี้ความฝันที่หวังไว้







ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

THAI NAVY SEAL กว่าจะเป็น มนุษย์กบ

ตัวเล็กลง เมื่อรู้ว่าโลกกว้างขึ้น : ป้า แบ็คแพ็ค

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย