ตัวเล็กลง เมื่อรู้ว่าโลกกว้างขึ้น : ป้า แบ็คแพ็ค


หลายคนไม่กล้าเดินทางด้วยเหตุผลเพราะกลัว แต่ถ้าเรามีการเตรียมข้อมูลที่ดีมันจะทำให้เรารู้สึกมั่นใจมากขึ้นเวลาเดินทาง รู้ทุกแง่มุม ทั้งในอดีตและปัจจุบัน สภาพภูมิประเทศ จากนั้นก็จะวางแผนการเดินทาง เราอยากจะไปที่ไหน เพิ่มแรงบันดาลใจของตัวเอง อยากไปรู้จักประเทศนั้นจริงๆ อยากไปเห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน
             ป้าแบ็คแพ็ค วัย 66 ปี  หรือ “กาญจนา พันธุเตชะ” อดีตนักวิชาการสาธารณสุข ผู้ออกเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลกเพียงลำพังมากว่า 4 ปี  
ประเทศนี้เป็นประเทศที่เท่าไหร่ ? ในการเดินทางท่องเที่ยว
ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่ 23 ก่อนหน้านี้เริ่มต้นจากเอเชีย เมียนมา มาเลเซีย เวียดนาม จีน อินเดีย ศรีลังกา ญี่ปุ่น หลังจากนั้นก็ขึ้นไปที่ยุโรปเหนือก็คือไป เดนมาร์ก สวีเดน เอสโตเนีย ฟินแลนด์ แล้วก็ขึ้นไปตอนเหนือของนอร์เวย์ที่นอร์ทเคปแล้วก็ข้ามไปที่ไอซ์แลนด์ หลังจากนั้นก็ลงมาตระเวนที่ยุโรปใต้เพราะว่าเป็นแหล่งอารยธรรม มีกรีซ อิตาลี ตุรกี อิสราเอล จอร์แดน ตั้งแต่เกษียณก็ประมาณ 4 ปี
ทำไมถึงเริ่มเดินทาง ?
              มันมีเวลา เกษียณแล้วอยู่ที่บ้านทั้งวัน เฉาแย่เลยค่ะ คือจริงๆ เริ่มแรกเราอยากจะไปเห็นนู่น เห็นนี่ วัยนี้เป็นวัยที่มีเวลา แล้วก็ร่างกายยังไหว พอมีสตางค์เก็บในช่วงที่ทำงานเราก็อยากจะทำอะไรที่เราชอบในระหว่างนี้เท่านั้นเอง


ออกเดินทางในฐานะ “นักเดินทาง” เริ่มต้นอย่างไร?
เริ่มแรกก็ไปเที่ยวในเมืองไทยก่อน  เพราะว่าเราจะคุ้นเคย แล้วเราก็มีความรู้สึกว่า อยากไปเมืองนอก
แรกๆ ก็คิดว่าจะหาเพื่อนไปกับทัวร์ แต่หารูมเมทไม่ได้เพราะบางทีความสนใจ ความต้องการเราไม่ตรงกัน ก็ไปเจอหนังสือที่เขาจะแนะนำเรื่องการแบกเป้เที่ยว เขาจะบอกขั้นตอน รายละเอียด ซึ่งบางทีเราก็ว่า เอ...ดูแล้วมันก็ไม่ได้ยากนะ มันก็น่าจะเป็นไปได้
            คือมันก็ต้องลองดู แม่คิดว่ามันจะต้องลองดูมันไม่ควรจะกลัวไปก่อน จะยาก จะง่ายยังไงก็ต้องลองทำดูก่อน
เดินทางแบบนี้ มีข้อจำกัดในการเดินทางอะไรบ้างไหม ?
            “ความปลอดภัย” เป็นเรื่องสำคัญ  สถานที่มันเปลี่ยวเกินไป ไม่ปลอดภัยก็ควรจะเลี่ยง เวลากลางคืนจะไม่ออกจากที่พักเลย เที่ยวเฉพาะกลางวัน แล้วเย็นก็เข้าที่พัก เดินทางง่ายหน่อยไม่ต้องสมบุกสมบันมาก มีพาหนะมีอะไรไปถึงก็ไปได้หมดค่ะ
มองย้อนกลับไป เวลาที่ผ่านมา เสียดายไหมที่น่าจะเดินทางเร็วกว่านี้ ?
            ช่วงที่เราทำงานทุกคนก็คงมีเป้าหมายเพื่อความมั่นคงของชีวิต มันเป็นความรับผิดชอบที่เราต้องทำ ต้องดูแลครอบครัว เหมือนว่าเรายังไม่เป็นอิสระ แต่เมื่อถึงวัยที่เราเกษียณ 60 แล้ว ลูกก็โตหมดแล้ว  ความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานก็จบแล้ว ก็มีคนรุ่นใหม่มาทำแทน เราทำอะไรมันก็เหมือนเป็นความต้องการของเราจริงๆ เราอยากจะทำอะไรภายใต้ศักยภาพแบบนี้เราก็สามารถทำได้เลย


เขาบอกว่าคนเดินทางบ่อยๆ ตัวเราจะเล็กลงเราจะมองโลกกว้างขึ้น ?
            จริงนะ เป็นความรู้สึกว่า โอ้...โลกกว้างนะ  เราจะเห็นว่าเราตัวเล็กนิดเดียวเองนะ คนอื่นลำบากกว่าเราก็เยอะ
 ตัวตนเราจะน้อยลงด้วย ?
            ถูกต้อง รู้สึกเลย ไม่มีความยึดติด อะไรก็ได้ ปรับตัวได้เสมอ เราต้องมาทำเองทุกอย่าง การเดิน การหารถ นั่งอะไรยังไงก็ต้องได้ กินอะไรก็ต้องกินได้ กินง่าย นอนง่ายถึงจะเดินทางได้ด้วยความราบลื่น เข้าใจคนมากขึ้นเพราะเราพบปะผู้คนมากขึ้น


 บ่อยไหมที่ในจินตนาการกับในความเป็นจริงไม่เหมือนกัน ?
            บางครั้งค่ะ เราก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องเป็นแบบที่เราคิดเพราะฉะนั้นก็อย่าไปซีเรียสกับมัน
 เรียนรู้อะไร? จากการเดินทาง
            พูดถึงสถานที่ที่ไปเที่ยวถ้าเราสนใจก็ไปเลย จะตรงกับที่เราคิดไว้หรือไม่ก็ไม่เป็นไร ขอให้ได้มาเห็นเท่านั้นเองว่าอ๋อ...มันเป็นอย่างนี้นี่เอง แต่ทางความรู้สึกก็อาจจะผิดหวังนิดหน่อย แค่ได้มาสัมผัส ได้มารู้แล้วว่าเป็นอย่างนี้ ถ้าเราไม่ได้คาดหวังมากก็ไม่ได้ผิดหวัง

อัพเดตการเดินทางผ่านทาง  เพจป้าแบ็คแพ็ค ให้แฟนคลับตลอด
            ใช่ ก็มีลูกเพจประมาณ 20,000หน่อยๆ เพจนี่ก็จะเล่าเรื่องการเดินทาง ก็จะเล่าทุกวันว่าวันนี้ไปไหนบ้างแล้วก็สอดแทรกไปถ้ามีประวัติความเป็นมาหรืออะไรที่น่าสนใจก็จะเล่าให้ฟัง ทำให้เรามีเพื่อนมากขึ้นบางทีเราก็ได้ข้อมูลดีๆ จากแฟนเพจแนะนำเข้ามา
 เขาอยากจะเดินทางแบบป้าแป๋วบ้างไหม ?
            มีหลายคนที่เขาอยากเดินทาง ถ้าสมมติว่าช่วยให้คนอื่นเขาดูว่าเรื่องการเดินทางไม่ได้เป็นเรื่องที่ยาก ทุกคนสามารถเดินทางได้มันก็จะเป็นเรื่องที่ดีนะ มันเหมือนเป็นไกด์ มีหลายคนเขาก็บอกไปตามรอยป้าแป๋วที่อินเดียนะ ไปตามรอยที่นั่นนี่ประมาณนี้
 รู้สึกอย่างไรที่วันนี้เรามีคนติดตามเรา ?
            อยากจะบอกว่าทุกคนทำได้ มันไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินไปเพียงแต่ว่าเราเปิดใจแล้วก็มันเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ สำคัญอยู่ที่ตัวเราเองว่าเราจะเปิดรับ จะลองท้าทายตัวเองไหมว่าจะทำได้ไหม พอเราเปิดใจเราก็สามารถไปไหนมาไหนได้ด้วยตัวเราเอง ถ้าเราต้องรอให้ลูกพาไปเขาเองก็มีภาระมาก ครอบครัวก็เหมือนกันถ้าเราไปได้ก็ส่งเสริมว่าเราไปเองดีกว่า กว่าจะรอคนอื่นนะเราไปถึงแล้ว
สไตล์ของป้า การเที่ยวจะเป็นเชิงประวัติศาสตร์ ชอบความเก่า ไปเมืองมะนิลามันก็จะมีอินทรามูรอส เป็นต้นกำเนิดของมะนิลา มีทั้งป้อม มีทั้งพิพิธภัณฑ์ มีอนุสาวรีย์ ความเป็นมาเป็นไปเพราะฉะนั้นพลาดไม่ได้ต้องไปเลยค่ะ
             เวลาเดินทางภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่จะทำให้เราเดินทางได้ง่ายขึ้น อายไม่ได้เลยถึงเราจะมีแผนที่ แต่เวลาขึ้นรถจริงๆ มันไม่มีป้ายอะไรที่จะบอกเรา เราต้องถามข้อมูลกับคนพื้นที่อีกที


การเดินทางมีความหมายต่อชีวิตของเราขนาดไหน?
มีความหมายมากเลยค่ะในวัยนี้นะ เพราะว่ามันเหมือนแทนชีวิตการทำงานของแม่สมัยก่อนเลย สมัยก่อนงานจะทำให้เรารู้สึกว่ากระฉับกระเฉง มีภารกิจที่ต้องทำ ตอนนี้ในวัยนี้ของแม่การเดินทางก็เหมือนภารกิจของแม่เหมือนกัน เราอยากจะไปโน่น ไปนี่ ไปนั่น รู้สึกชีวิตมันมีความหมายมากขึ้น ถ้าเราไม่ทำแบบนี้เราก็จะอยู่เฉยๆ เทียบกันแล้วเนี่ยเดินทางดีกว่า สนุกกว่า ดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ

           
4 ปีในการเดินทาง แม่ว่าก็นอกจากเราจะมีความสุขในการทำแบบนี้แล้วนี่นะ แม่ก็อยากจะบอกว่าอายุไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าเราจะต้องทำนั้นทำนี่อะไรอย่างนี้นะ ก็เอ...เราก็ 60กว่าแล้วนะยังเดินทางได้ เวลาเดินทางก็นั่งเครื่องบิน อย่างไปยุโรปก็ต้องเป็น 15-16 ชั่วโมง หรือว่าแบกเป้เนี่ยไม่เคยคิดว่าเราจะทำได้แบบนี้มาก่อน 14-15 กิโลกรัม พูดจริงๆว่าไม่เคยคิดมาก่อนว่าเราจะมีชีวิตแบบนี้ เป็นชีวิตที่เราเห็นแต่จากคนอื่นเท่านั้นเอง พอมาทำจริงๆ เราก็ทำได้นะ แล้วมีความรู้สึกว่าสนุกด้วยนะคะ
               เพียงแต่ว่าเราไม่กลัวแม่ว่าทุกคนทำได้หมด อายุไม่ใช่ตัวกำหนดว่าเราควรจะทำแค่นี้นะ เราก็ถามตัวเองมาตลอดว่าในการเดินทางแบบนี้นะ คุณจะต้องขอวีซ่าเอง คุณจะต้องจองตั๋วเครื่องบิน คุณจองที่พักเองนะ คุณต้องเดินทางด้วยตัวเองนะ คุณจะทำได้ไหม แม่ก็ถามตัวเองมาตลอด ติ๊กเป็นข้อๆ เลยนะนี่เราจะทำได้ไหม นั่งเครื่องบินนานๆ เราจะนั่งได้ไหม แบกกระเป๋าเราจะแบกได้ไหม การหาที่พักเราจะทำได้ไหม ถ้าใจเราบอกว่าทำได้ มันก็คือจบเลยนะ ไม่ต้องคำนึงอายุเลย อายุไม่ใช่ตัวกำหนดเลย ถามตัวเองว่าทำได้ไหม อยากทำไหม ถ้าทำได้ก็คือไปเลยค่ะ ไม่ต้องรอ



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

THAI NAVY SEAL กว่าจะเป็น มนุษย์กบ

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย