เจ๊เจี่ยแห่งเขาเต่า

"ฉันไม่ได้นึกถึงเรื่องเงินทอง ที่เราถวายพระองค์ ส่วนหนึ่งจิตใจของฉันมันอยากจะให้อยู่แล้ว อีกส่วนหนึ่งก็เพราะฉันก็รักในหลวง แล้วก็มั่นใจว่าถ้าเราถวายในหลวง จะต้องก่อประโยชน์กับชุมชนอย่างแน่นอน"


ในวัย 75 ปี ของเจี่ยมจิต ยอดน้อย หรือ เจ๊เจี่ย (ปี 2549) ของคนบ้านเขาเต่า ต้องผจญกับความป่วยไข้จากอาการเนื้องอกทับเส้นประสาท ไม่สามารถเดินเหินไปไหนมาไหนได้ เนื้องอกทำให้แข้งขาของเธอไร้เรี่ยวแรง ใช้ชีวิตอยู่บนเตียงกับรถเข็นคนป่วย กระนั้นเมื่อได้พูดคุยกันถึงเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นที่บ้านเขาเต่า แววตาของหญิงชรากลับส่องประกายแห่งความสุข และภาคภูมิใจ


ใครๆก็รู้ว่าเจ๊เจี่ยเป็นคนดุ พูดจาห้วนๆ ไม่มีหางเสียง แกเป็นลูกชาวจีนที่ทำงานหนักมาทั้งชีวิต เริ่มต้นชีวิตวัยสาวด้วยการหาบปลาหมึกแห้ง ปลาเค็ม กะปิเร่ไปขายตามเมืองต่างๆ ตั้งแต่หัวหิน ชะอำ ไปไกลถึงเพชรบุรี สลับกับการทำไร่สับปะรด

ฐานะไม่ได้ร่ำรวย แต่ความอดทน เค็ม เขียม จนสามารถซื้อที่ดินในแถบบ้านเขาเต่าสะสมไว้นับสิบไร่ 

ความที่เป็นคนดุจึงไม่มีใครอยากจะไปวุ่นวายกับแกนัก แม้จะในยามที่ฐานะของเจ๊เจี่ยพอมีพอกินขึ้นมา จนสามารถเปิดร้านขายของชำขึ้นในชุมชนบ้านเขาเต่า

ปี พ.ศ. 2509 หลังจากในหลวงเสด็จพระราชดำเนินมาที่บ้านเขาเต่าบ่อยครั้ง เพื่อหาทางช่วยให้ราษฎรของพระองค์มีน้ำกินน้ำใช้ ยังทรงมองการณ์ไกลไปถึงการสร้างอาชีพให้กับชาวบ้าน และด้วยเหตุนี้เองที่ทรงมีพระราชประสงค์จะให้มีโรงงานทอผ้าขึ้นที่บ้านเขาเต่า ซึ่งต้องใช้ที่ดินผืนใหญ่ผืนหนึ่ง

"เมื่อรู้ว่าพระองค์ท่านจะทรงใช้ที่ดินไปทำโรงทอผ้า ก็มีคนบ้านเราบริจาคที่ดินถึง 3 แห่ง แต่พระองค์ท่านไม่รับเพราะเห็นว่าที่ดินของฉันเหมาะสมกว่าเนื่องจากใกล้ชุมชน เดินทางสะดวก"

หม่อมเจ้า ประเสริฐศรี ชยางกูร ผู้ตามเสด็จ จึงเดินทางมาเจรจาเพื่อขอซื้อที่ดินจากเจ๊เจี่ย ที่ถูกกล่าวขานในเรื่องของความดุ ทุกอย่างมิได้เป็นดังคำร่ำลือ


"เมื่อทราบพระประสงค์จากบุคคลตามเสด็จ ฉันก็บอกกับท่านไปว่า ถ้าในหลวงทรงต้องการ ฉันขอน้อมเกล้าฯ ถวายให้พระองค์ท่านเลย" ที่ดินที่ได้มาเกิดจากน้ำพักน้ำแรงของลูกจีนยากจนที่หาบของขาย อาบเหงื่อต่างน้ำ

"ฉันไม่ได้นึกถึงเรื่องเงินทอง ที่เราถวายพระองค์ ส่วนหนึ่งจิตใจของฉันมันอยากจะให้อยู่แล้ว อีกส่วนหนึ่งก็เพราะฉันรักในหลวง แล้วก็มั่นใจว่าถ้าเราถวายในหลวง จะต้องก่อประโยชน์กับชุมชนอย่างแน่นอน"

เจ๊หาบปลาหมึก หาบกะปิ ถวายที่ดิน 3 ไร่ 2 ตารางวา เป็นที่โจษจันไปทั่ว

"ฉันอยากถวายอย่างเดียว ไม่ได้คิดจะเข้าเฝ้าฯ แต่หลังจากนั้นไม่นาน หม่อมเจ้าประเสริฐศรีท่านก็มาบอกว่าพระองค์ท่านมีรับสั่งให้เข้าเฝ้าฯ ก็เลยมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ ถวายโฉนดที่ดินเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2509 ที่พระราชวังไกลกังวล"

"ตอนที่เข้าเฝ้าพระองค์ท่านรับสั่งว่าให้ช่วยกันดูแลโรงงานทอผ้าให้อยู่นานๆ เราก็ตื่นเต้นจนพูดอะไรไม่ออก นอกจากเพคะคำเดียว"

"นอกจากที่ดินสร้างโรงงานทอผ้าแล้ว ฉันก็ยังบริจาคที่ดินให้ทำถนนเข้าโรงงานประปาไปอีกส่วนหนึ่งบริจาคแล้วก็มีความสุข เป็นความภาคภูมิใจส่วนตัวที่เราได้รับใช้ในหลวง แล้วในหลวงก็ทรงนำไปทำประโยชน์เพื่อประชาชน"


ขอขอบคุณ เรื่อง และภาพจากนิตยสาร ฅ.คน ปีที่ 2 ฉบับที่ 14 เดือนธันวาคม 2549 

- ONLINE TVBURABHA - 


โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

เจ้าตัวโตผู้เกิดมาเป็นคุณหลวง

ครั้งหนึ่งในชีวิตของ พนม ช่อจันทร์