เมื่อพระสหายแห่งสายบุรี คิดถึงในหลวง

ลุงวาเด็งถึงกับโผกอดในหลวงเลย แล้วเวลาพูดอะไรกับในหลวงก็จับไม้จับมือท่านอยู่ตลอดเวลา นี่ถ้าใครมาเล่าให้ฟังก็ไม่เชื่อ ถ้าไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง

เมื่อร่วมสิบห้าปีก่อน คือเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2535 ชายชราวัยย่างแปดสิบคนหนึ่ง คนในละแวกหมู่บ้านทุ่งเค็จ ตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี รู้จักกันในชื่อ 'เป๊าะเด็ง' ใส่กางเกงวอร์มเก่าๆ เสื้อแสงไม่ใส่ เดินออกจากบ้านไปยังท้ายสวน เพราะไม่เชื่อภรรยาที่มาบอกว่า ในหลวงเสด็จฯ มาที่สวนทุเรียนของแกตอนใกล้ค่ำ และชายชราผู้นั้นก็มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ ในหลวงในชุดที่แกเดินออกมาจากบ้านนั่นเอง

หลังจากการเข้าเฝ้าฯ ในครั้งนั้นก็ได้กลายเป็นเหตุการณ์ที่ประทับใจชายชราชาวมุสลิมที่พูดภาษาไทยกลางไม่ได้แม้แต่คำเดียว ไม่อาจลืมเลือนไปตลอดชีวิต เนื่องเพราะในอีก 5 ปีถัดมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสถึงเหตุการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยทรงบอกว่ามีสหายอยู่ที่นั่นคนหนึ่ง

พระสหายที่ว่าชื่อ วาเด็ง ปูเต๊ะ

ชายชราผู้เคยเข้าเฝ้าฯ พระองค์ในค่ำวันนั้นเอง

ทุกวันนี้ลุงวาเด็งสุขภาพไม่สู้ดี นอนป่วยอยู่ในบ้านพักที่อำเภอสายบุรี แทบไม่ได้ออกไปสวนเลย แต่ไม่ว่าแกจะเหนื่อยล้าเพียงใด การได้พูดถึงในหลวงก็ทำให้ประกายตาของพระสหายผู้นี้สุกใสขึ้นมาในทันที

เหตุการณ์ที่น่าประทับใจที่เกิดขึ้นระหว่างในหลวงของเรากับพระสหายผู้นี้คงไม่มีผู้ใดถ่ายทอดออกมาได้น่าประทบใจเท่ากับ ว่าที่ ร.ท.ดิลก ศิริวัลลภ ล่ามภาษายาวีส่วนพระองค์ที่เป็นประจักษ์พยานในเหตุการณ์หลายต่อหลายครั้ง 

"ลุงวาเด็งมีคำพูดที่ทำให้ในหลวงทรงพอพระทัย และประทับพระทัยมากนั่นคือแกจะบอกว่า ถ้าในหลวงมีพระประสงค์ต้องการสิ่งใด หากวาเด็งคนนี้มีก็พร้อมและเต็มใจจะถวายให้ได้ทุกอย่าง"

หลังการเข้าเฝ้าฯ ที่ท้ายสวนทุเรียนในครั้งนั้น ทุกปีลุงวาเด็งจะต้องส่งผลไม้จากสวนของแก อันได้แก่ ทุเรียน สะตอ มังคุด ขนุน และจำปาดะ จากต้นใหญ่อายุร่วมร้อยปีขึ้นไปถวาย การถวายผลไม้เป็นประจำเป็นเพราะความระลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่องค์ในหลวงทรงมาช่วยพัฒนาพื้นที่พรุแฆแฆ ซึ่งถ้าจะพูดกันตามความจริงแล้ว เป๊าะเด็งเป็นชาวสวนคนแรกๆ ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการทำให้แกมีน้ำมากพอที่จะผันมารดต้นไม้ในสวน ขณะเดียวกัน การทูลเกล้าฯถวายยังกระทำในฐานะสหายที่มีต่อสหาย 

หลายปีมานี้ในหลวงมิได้เสด็จพระราชดำเนินภาคใต้เลย ลำพังส่งผลไม้ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ยังไม่อาจทำให้เป๊าะเด็งหายคิดถึง ในที่สุด 'พระสหาย' ก็ทนความคิดถึงไม่ไหว จึงตัดสินใจกระทำการอย่างอุกอาจครั้งหนึ่ง
ว่าที่ ร.ท. ดิลก เล่าว่า เมื่อ 5-6 ปีที่แล้วนี้เอง ราวปี 2543 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปที่บ้านปาตาตีมอ ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี ก็ปรากฏว่าลุงวาเด็งมารอเข้าเฝ้าฯ

สมเด็จพระราชินีก็ทรงทักทายลุงวาเด็งก็กราบบังคมทูลขอ 'บัตร' จากสมเด็จพระราชินี

"พระองค์ท่านก็ทรงนึกไม่ออกว่าบัตรอะไร  จึงตรัสถามลงมาว่าบัตรอะไร ถามไปถามมาจึงเข้าใจว่า ลุงวาเด็งแกหมายถึงพระนามบัตรของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระองค์ท่านก็ตรัสถามว่า 'ลุงจะเอาไปทำอะไร' ลุงแกก็กราบบังคมทูลไปว่า 'จะเอาไปชูให้ทหารที่ประตูวังดู อยากจะไปเยี่ยมในหลวงเพราะคิดถึงเหลือเกิน ตั้งแต่ทรงพระประชวร พระองค์ท่านก็ไม่ได้เสด็จฯ มาเยี่ยมเยียนเลย' สมเด็จก็ตรัสว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะให้คุณดิลกพาไปที่วังสวนจิตรลดา'

"จากนั้นผมก็นัดแนะกับลุงวาเด็งแก เตรียมเดินทางไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อเยี่ยมในหลวง ลุงแกหิ้วทุเรียน เงาะ สะตอ เก็บใหม่ๆจากสวนเลย หิ้วพะรุงพะรัง เพื่อจะนำไปถวายพระองค์ด้วยตัวเอง"

ล่ามส่วนพระองค์ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า เมื่อเดินทางถึงสวนจิตรลดา ลุงวาเด็งก็มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ ในหลวงถึงพระตำหนักชั้นใน ไม่ใช่ที่ศาลาดุสิตาลัยซึ่งเป็นศาลาทรงงานด้านนอก

"พอแกเดินเข้าไปถึงในหลวงก็ทรงเสด็จลงมาพบกับแกด้วยพระองค์เอง"
"ลุงวาเด็งถึงกับโผเข้ากอดในหลวงเลย แล้วเวลาพูดอะไรกับในหลวงก็จับไม้จับมือท่านอยู่ตลอดเวลา นี่ถ้าใครมาเล่าให้ฟังก็ไม่เชื่อ ถ้าไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง นี่คือภาพที่ประทับใจที่สุดแล้ว"

ในความเป็นสหาย ไม่มีพรมแดนใดมากั้นขวางได้


ขอขอบคุณ เรื่อง และภาพจากนิตยสาร ฅ.คน ปีที่ 2 ฉบับที่ 14 เดือนธันวาคม 2549 

- ONLINE TVBURABHA - 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

เจ้าตัวโตผู้เกิดมาเป็นคุณหลวง

ครั้งหนึ่งในชีวิตของ พนม ช่อจันทร์