บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก ตุลาคม, 2017

น้ำนม น้ำตา และเรื่องราวของนายใช้

รูปภาพ
หนองโพ เป็นชื่อตำบลตำบลหนึ่งในอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ใครๆ คงทราบดีว่า ชื่อตำบลนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วก็เพราะกลายมาเป็นยี่ห้อนมโคสดบรรจุกล่อง
หากแต่เบื้องหลังของชื่อตำบลที่รู้จักกันไปทั่วนั้นมีรายละเอียดที่ลึกซึ้งของคนทั้งตำบล ที่มีอันต้องน้ำตาเอ่อคลอทุกครั้งเมื่อนึกถึง 





ที่พวกเราอยู่ดีกินดีอยู่ทุกวันนี้ได้ก็เพราะในหลวง ไม่ใช่แค่ฉันหรอกที่คิดอย่างนี้ แต่คนหนองโพที่เลี้ยงโคนมคิดอย่างนี้ทั้งตำบล
เพ็ญแข จันทร์ภิวัฒน์ อดีตประธานคณะกรรมการสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) หรือเจ๊เพ็ญ ลูกนายใช้ บอกเช่นนี้

(เพ็ญแข จันทร์ภิวัฒน์ ลูกสาวนายใช้)
ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 40 ปีก่อน ใช้ จันทร์ภิวัฒน์ ชาวบ้านตำบลหนองโพ ปวดท้องด้วยโรคกระเพาะ ครั้นถูกพาไปหาหมอในตัวจังหวัด ก็ได้รับคำแนะนำจากนายแพทย์เพียงสั้นๆ ว่า ให้ดื่มนมมากๆ 
ในยุคที่คนไทยไม่ได้ดื่มนม การที่คนอยู่บ้านนอกจะได้ดื่มนมมากๆ มีทางเดียวก็คือ ต้องเลี้ยงเอง เขาจึงไปซื้อแพะมาเลี้ยงเพื่อรีดนมไว้ดื่มเอง ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นโคนม เพราะไม่เพียงมีเพื่อนชาวมุสลิมมาชักชวนและให้คำแนะนำ หากแต่กระแสเลี้ยงโคนมในห้วงนั้นขยายตัวอย่างกว้างขวางเพร…

'ฉันเชื่อใจเธอ' คำแห่งชีวิต ของหมอผู้ไม่อาจละจากเมืองน่าน

รูปภาพ
ความทรงจำอันน่าภาคภูมิใจทั้งมวลในชีวิตของนายแพทย์อาวุโสท่านหนึ่ง ล้วนมีที่มาจากเหตุการณ์สำคัญครั้งนั้น เหตุการณ์ที่ทำให้ท่านไม่ละไปเสียจากเมืองน่าน แม้ว่าจะมีโอกาสสำคัญหลายครั้งก็ตาม


นายแพทย์ผู้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สมถะ เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงคุณประโยชน์ของตนเองในหมู่คนที่ขาดแคลนโอกาส และดำเนินชีวิตของตนเพื่อให้ยังประโยชน์กับคนส่วนใหญ่โดยไม่เปลี่ยนแปลง ผมย้ายมาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่านเมื่อปี 2507 หลังสำเร็จการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี 2501 น.พ.บุญยงค์ วงศ์รักมิตร เป็นแพทย์ประจำบ้านที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์อยู่ 1 ปี จากนั้นจึงเริ่มต้นชีวิตราชการในตำแหน่งนายแพทย์โท โรงพยาบาลสกลนคร จวบจนเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลย เมื่อปี 2506 และย้ายมาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน เมื่อปี 2507

น่านสมัยโน้นเป็นอย่างไรน่ะหรือ......ก็เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่คนมาแล้วบอกว่าจะไม่มาอีก แต่ในท่ามกลางความทุรกันดาร ขาดแคลน หมอหนุ่มได้พบความงามทั้งจากธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และที่สำคัญ ในจิตใจของผู้คน

โรงพยาบาลน่านเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก มีอาคารไม้ไม่กี่หลัง รองรับผู้ป่วยได้ไม่กี่สิบคน หากมิพ…

หัวใจของพ่อ

รูปภาพ
1.พ่อผมเป็นครู มีลูก5คน ตอนเด็กๆผมเป็นลูกที่กลัวพ่อมาก เพราะพ่อขึ้นชื่อในเรื่องความดุ พ่อเป็นครูก็ดุ เลี้ยงลูกก็ดุ โดยเฉพาะกับผม เหมือนพ่อจะดุเป็นพิเศษ ตอนนั้นผมคิดว่าเป็นเพราะว่าผมเรียนหนังสือไม่เก่งเหมือนพี่น้องคนอื่นๆ  พ่อไม่ค่อยพูดจาเล่นหัวกับลูก กลับมาบ้านก็ทำแต่งาน ไปสวนไปไร่ ไม่เอาเพื่อนไม่เอาฝูง ระหว่างผมกับพ่อเหมือนมีช่องว่างที่ข้ามหากันไม่ได้ เป็นเวลาหลายปี ที่ผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าพ่อรักผมหรือไม่ แต่ผมไม่เคยขาดความเคารพนับถือในตัวพ่อเลย 
ผมรู้ว่าที่พ่อจะทำแต่งาน เพราะบ้านเรายากจน พ่อทำเพื่ออนาคตของลูก5คน ที่พ่อดุก็เพราะลูก5คน แต่ละคนก็มีปัญหาคนละหลายอย่าง ทะเลาะกันไม่เว้นแต่ละวัน ที่พ่อกระเหม็ดกระแหม่ ไม่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เล่นการพนัน เข้าโรงหนัง ฟังดนตรี หาความบันเทิง หรือทำเพื่อความสุขของตัวเองเหมือนที่คนอื่นเขาทำกัน ก็เพราะพ่อเก็บเงินไว้ให้ลูกเรียนให้ครอบครัวไม่เดือดร้อน
นั่นเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมเข้าใจพ่อ รักพ่อ ภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกพ่อ ถึงแม้พ่อจะมีข้อบกพร่องมากมาย แต่หัวใจของพ่อไม่บกพร่อง 
ความเคารพนับถือที่เรามีให้กับใครสักคนหนึ่ง ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีข้อบกพร่อง แต…

สีเทา กับดอกไม้ช่อนั้น

รูปภาพ
"อยู่โรงพยาบาล 17 วัน พอได้กลับบ้านก็ประคองแจกันมาเองเลย ประคองมาอย่างดี พอถึงบ้านก็เอาไปตั้งไว้ที่หัวนอน ปัจจุบันก็ยังอยู่ที่นั่น ตั้งอยู่สูงเหนือหัวนอน" แม้ทุกวันนี้เวลาผ่านมาร่วมสิบสองปี ช่อดอกไม้พระราชทานในแจกันทรงสูงช่อนั้นจะแห้งกรอบเป็นสีน้ำตาลไปตามกาลเวลา แต่สำหรับเขาแล้ว คุณค่าไม่ได้ลดลง กลับยังคงอิ่มเอิบในหัวใจเฉกเช่นเดียวกับวันแรกที่ได้รับพระราชทาน เมื่อตอนนอนป่วยเจียนตายอยู่ในโรงพยาบาล

สีเทา หรือ จรัญ เพ็ชรเจริญ นักแสดงอาวุโสวัยเจ็ดสิบสี่เล่าถึงประสบการณ์สำคัญในชีวิตที่ไม่อาจลืมเลือนได้
สีเทาเล่าว่า เขาไม่ได้เริ่มต้นอาชีพในวงการบันเทิงด้วยการเป็นนักแสดง แต่เป็นนักพากย์หนัง
อดีตครูประชาบาลจากสุราษฎร์ธานีที่มีใจหลงใหลในหนัง และยิ่งไปกว่านั้นคือการพากย์
สมัยก่อนหนังกลางแปลงที่ตระเวนมาฉายจะต้องมาเป็นคณะใหญ่ โดยเฉพาะนักพากย์นั้นสำคัญมาก ไม่ว่าหนังจะสร้างมาดีขนาดไหน แต่ถ้าพากย์ไม่ดีก็จะทำให้หนังเสียรสชาติไปมาก
"อยู่บ้านนอก เวลามีหนังกลางแปลงมาฉาย เราก็มักจะไปดูอยู่เรื่อย เห็นว่าอาชีพนี้มันเท่ดี มีคนล้อมหน้าล้อมหลังตลอดเวลา ตอนนั้นคณะพากย์หนังของ คุณเสน่ห์ โกมารชุน …

เจ้าตัวโตผู้เกิดมาเป็นคุณหลวง

รูปภาพ
"โดยตัวเราคงทำไม่ได้ แต่อย่างน้อยดิฉันก็หวังว่า 'หลวงแจ่ม' คงจะช่วยทำให้พระองค์ทรงเบิกบานพระราชหฤทัยได้บ้าง ถึงแม้เพียงเล็กน้อยก็ถือว่าได้ทำคุณต่อแผ่นดินเกิดแล้ว" สุภาพสตรีวัยสี่สิบหก ฉันทนา ศรีสวัสดิ์ ผู้มีบ้านเรือนอยู่ข้างวังไกลกังวล หัวหิน กล่าวก่อนจะนึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้่นเมื่อ 8 ปีก่อน เรื่องของอดีตเจ้าเจมส์ของเธอ ซึ่งมาบัดนี้คือ 'หลวงแจ่ม'

หลวงแจ่มเป็นสุนัขเพศผู้พันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ด รูปร่างใหญ่โต นิวาสสถานถิ่นเกิดนั้นอยู่บนเทือกเขาแอลป์ที่แสนหนาวเย็นกลางทวีปยุโรป ความนุ่มนวลน่ารักของหมายักษ์ ทำให้มีคนในเขตร้อนนำเข้ามาเลี้ยงจำนวนหนึ่ง

ฉันทนาบอกว่า ตัวเธอเองไม่เคยคิดเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้
"อยากจะเลี้ยงหมาตัวโต แต่นึกถึงโกลเดน รีทรีฟเวอร์ หรือลาบาดอร์ รีทรีฟเวอร์มากกว่า แต่ไม่อยากขัดคุณแม่ที่อุตส่าห์ยอมจ่ายเงินถึงสองหมื่นบาทเพื่อขอซื้อจากเพื่อนบ้าน ซึ่งได้พ่อพันธุ์ดีมาจากเมืองนอก" 
เธอสรุปว่า เป็นเพราะดวง และโชควาสนามากกว่าจะเป็นอื่น 
"ปกติซื้อหมามาเลี้ยงตัวละเจ็ดพัน คุณแม่ยังบ่นแล้วบ่นอีก แต่นี่แพงกว่าตั้งหลายเท่า แล้วท่านก็คว้กตังใ…

เจ๊เจี่ยแห่งเขาเต่า

รูปภาพ
"ฉันไม่ได้นึกถึงเรื่องเงินทอง ที่เราถวายพระองค์ ส่วนหนึ่งจิตใจของฉันมันอยากจะให้อยู่แล้ว อีกส่วนหนึ่งก็เพราะฉันก็รักในหลวง แล้วก็มั่นใจว่าถ้าเราถวายในหลวง จะต้องก่อประโยชน์กับชุมชนอย่างแน่นอน"

ในวัย 75 ปี ของเจี่ยมจิต ยอดน้อย หรือ เจ๊เจี่ย (ปี 2549) ของคนบ้านเขาเต่า ต้องผจญกับความป่วยไข้จากอาการเนื้องอกทับเส้นประสาท ไม่สามารถเดินเหินไปไหนมาไหนได้ เนื้องอกทำให้แข้งขาของเธอไร้เรี่ยวแรง ใช้ชีวิตอยู่บนเตียงกับรถเข็นคนป่วย กระนั้นเมื่อได้พูดคุยกันถึงเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นที่บ้านเขาเต่า แววตาของหญิงชรากลับส่องประกายแห่งความสุข และภาคภูมิใจ


ใครๆก็รู้ว่าเจ๊เจี่ยเป็นคนดุ พูดจาห้วนๆ ไม่มีหางเสียง แกเป็นลูกชาวจีนที่ทำงานหนักมาทั้งชีวิต เริ่มต้นชีวิตวัยสาวด้วยการหาบปลาหมึกแห้ง ปลาเค็ม กะปิเร่ไปขายตามเมืองต่างๆ ตั้งแต่หัวหิน ชะอำ ไปไกลถึงเพชรบุรี สลับกับการทำไร่สับปะรด
ฐานะไม่ได้ร่ำรวย แต่ความอดทน เค็ม เขียม จนสามารถซื้อที่ดินในแถบบ้านเขาเต่าสะสมไว้นับสิบไร่ 
ความที่เป็นคนดุจึงไม่มีใครอยากจะไปวุ่นวายกับแกนัก แม้จะในยามที่ฐานะของเจ๊เจี่ยพอมีพอกินขึ้นมา จนสามารถเปิดร้านขายของชำขึ้นในชุม…

หมู่บ้านนี้ไม่ขาย เพราะในหลวงทรงสั่งไว้ คำมั่นของ ผู้ใหญ่แน่น จันทร

รูปภาพ
แน่น จันทร แห่งบ้านคุ้งโตนด ชายชราวัยเจ็ดสิบสองกำลังนั่งดูดยาเส้นอยู่ที่เรือนหลังเล็กๆของแก นอกจากนั่งดูดยาวันละ 20 มวน ชายชรามีหน้าที่เลี้ยงดูหลานเล็กๆสองคน หลังจากเกษียณตัวเองจากกำนัน พร้อมกับทำหน้าที่สำคัญอันที่จะรักษาคำมั่นที่เคยให้ไว้เมื่อ 36 ปีก่อน เขาเป็นหนึ่งในหลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น และยังคงทำทุกอย่างเพื่อรักษาสิ่งที่ในหลวงได้ทรงสั่งความไว้เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมราษฎรเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2513  บ้านคุ้งโตนดในอดีตเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ในเวิ้งอ่าวเว้าแหว่งของทะเลสามร้อยยอด ไม่มีทางเชื่อมกับโลกภายนอก นอกจากนั่งเรือข้ามอ่าว หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องเดินเท้าข้ามเขาเป็นระยะทางไม่น้อยกว่า 30 กิโลเมตร
ครั้งกระนั้นลุงแน่นยังเป็นผู้ใหญ่บ้านหนุ่ม และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้แกได้มีโอกาสเข้าเฝ้ารับเสด็จ
"ผ่านมา 36 ปีแล้ว ยังจำได้แม่นเลยว่าตื่นเต้นมาก เราเคยเห็นในหลวงแต่ในรูป พอจะได้เห็นพระองค์จริงนี่ โอ้โฮตอนที่พระองค์เสด็จขึ้นฝั่งมา ใจมันเต้นตูมตาม ขนาดว่ากำลังป่วยเป็นหวัด ยังลืมป่วยเลย เรี่ยวแรงไม่รู้มาจากไหน"
แกสารภาพว่า ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงเสด…