จากเมย์ ครีมถึงเปรี้ยว 2 | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

ในวันเดียวกันกับที่กระแสของเปรี้ยวกำลังเปรี้ยงปร้างนั้น ผมได้มีโอกาสชมการถ่ายทอดสดกีฬาที่ผมชอบถึงสองรายการคือ การแข่งขันมวยกรง 8 เหลี่ยม หรือศึก UFC ระหว่าง Jose Aldo กับ Max Holloway และอีกคู่ที่สร้างความประทับใจมากคือ การแข่งขันแบดมินตัน เอสซีจี ไทยแลนด์ โอเพ่น รอบชิงชนะเลิศ ประเภทหญิงเดี่ยว ระหว่างน้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ กับน้องครีม บุศนันท์ อึ๊งบำรุงพันธุ์


ขอพูดถึงน้องเมย์กับน้องครีมก่อน ประวัติความเป็นมาของน้องเมย์ก็คงทราบกันแล้วว่า เป็นลูกคนงานในโรงงานทำขนมของเจ้าของสโมสรบ้านทองหยอด ถูกจับมาเล่นแบดเพราะต้องการจัดการกับความซุกซนในวัยเด็ก ส่วนน้องครีมนั้นคุณพ่อคุณแม่เห็นความชอบจากการตีแบดป๊อกแป๊กหน้าบ้าน เลยพาไปฝึกหัดที่สโมสรแถวบางโพ สองคนเหมือนกันตรงที่มีผู้ใหญ่ที่เป็นกัลยาณมิตรส่งเสริม และเสริมสร้างพลังด้านบวกนำพาไปในทางที่สร้างสรรค์

แม็ทช์ชิงชนะเลิศระหว่างน้องเมย์กับน้องครีมในวันนั้น สำหรับผมเป็นแม็ทช์แห่งความทรงจำที่ไม่ได้เป็นแค่เกมคุณภาพ ซึ่งเต็มไปด้วยความสนุก การขับเคี่ยว พลิกไปพลิกมา อย่างสูสีกันของทั้งคู่ เท่านั้น แต่จากการเฝ้าติดตามดู และเชียร์น้องทั้งสองมาอย่างต่อเนื่อง ที่เห็นในวันนั้น นอกจากฝีมือ ผมคิดว่ายังมีความเติบโตงอกงามอันน่าปลาบปลื้มประทับใจจากนักกีฬาทั้งสองคนอีกหลายด้าน 

ถึงแม้ในการแข่งขันจะต้องมีคนหนึ่งแพ้อีกคนหนึ่งชนะ แต่ผมอยากเรียกแม็ทช์นั้นว่าเป็นแม็ทช์ของผู้ชนะ ในความรู้สึกของผมถึงที่สุดแล้วการแข่งขันแม็ทช์นั้นไม่มีผู้แพ้ เพราะในวันนั้นนอกจากทั้งคู่จะเป็นผู้ชนะในความหมายของการนั่งอยู่ในหัวใจแฟนๆได้เสมอกันแล้ว ผมยังเห็นการสามารถเอาชนะสิ่งที่มักจะทำให้คนพ่ายแพ้ นั่นคือการไม่สามารถชนะใจตนเอง จากนักกีฬาทั้งสองคนในเกมนั้นอีกด้วย

น้องครีมนั้น ว่ากันตามศักดิ์ศรีก็เป็นรองรุ่นพี่อย่างน้องเมย์อยู่แล้ว แต่น้องครีมในวันนั้นเป็นน้องครีมที่เล่นอย่างไม่เกรงดีกรีของรุ่นพี่แม้แต่น้อย ทั้งฝีมือและจิตใจของน้องครีมพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ครีมสร้างปัญหาให้เมย์มากในเซ็ทที่ 2 ก่อนเอาชนะเมย์ไปค่อนข้างขาด หลังแพ้มาก่อนแบบสูสีในเซ็ทแรก ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้น้องครีมพลิกมาชนะในเซ็ทสอง นอกจากความแข็งแรงอันเนื่องมาจากวินัยในการฝึกซ้อม ซึ่งเป็นการทำเหตุที่ถึงพร้อมก่อนหน้าการแข่งขันและแทคติกในการแก้เกมแล้ว ที่สำคัญคือการกำหนดทัศนคติหรือจุดมุ่งหมายในใจ นั่นคือไม่ใช่เล่นเพื่อชนะแต่ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดด้วยฉันทะ และปัญญา 

เซ็ทสุดท้ายซึ่งเป็นเซ็ทตัดสิน ยิ่งเป็นเซ็ทที่แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติของผู้ที่สามารถจะเป็นผู้ชนะทั้งในเกม และการเป็นผู้ชนะในตนอย่างแท้จริงของทั้งคู่ แต่ละแต้มที่ไม่ลดราวาศอกให้กันในความเท่าทัน ทั้งฝีมือ ชั้นเชิง เรี่ยวแรง การฟิตซ้อม การวางแผน การแก้เกม วุฒิภาวะ ความเด็ดขาดในเสี้ยววินาทีที่มีโอกาส ไม่อนุญาตให้ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของใครก็ตามไม่ได้รับผล แต่ตลอดทั้งเกม ผมคิดว่าเป็นเกมที่น้องครีมเล่นได้อย่างสนุกและมีความสุขที่สุด ถึงแม้ในเกมสุดท้ายน้องครีมจะพ่ายน้องเมย์ไป แต่ทุกคนรวมทั้งน้องครีมเองคงเห็นเหมือนกันนั่นคือ มันช่างเป็นเกมแห่งความเบิกบาน อันเนื่องจากความพอใจในการทำหน้าที่ของตน

ความรู้สึกเช่นนั้นส่งมาถึงกองเชียร์อย่างผมเช่นกัน ผมคิดว่าการที่กองเชียร์อย่างผมได้รับความรู้สึกเช่นนั้น เป็นเพราะว่านักกีฬาที่เราเชียร์ไม่ได้มุ่งมั่นที่จะฟาดฟันด้วยใจที่จะเอาชนะคู่แข่งขัน เพียงแต่เขาสนใจเรื่องการสามารถเอาชนะจิตใจ ความกดดัน ความคาดหวัง และข้อจำกัดทั้งหลายของตัวเอง มีสมาธิจดจ่ออยู่กับการทำหน้าที่ แพ้ชนะเป็นเรื่องของผลซึ่งกำหนดไม่ได้ แต่การทำเหตุให้ดีที่สุดคือสิ่งที่นักกีฬาสามารถรับผิดชอบในตัวเองได้ ซึ่งมีแต่ผู้ที่ได้รับการฝึกฝนดีแล้วเท่านั้นที่สามารถบรรลุและเข้าถึงความจริงเช่นนี้ในจิตใจ ด้วยเหตุนี้เอง ทั้งคู่นอกจากจะสามารถยกระดับฝีมือและคุณภาพของการแข่งขันขึ้นไปอีกระดับหนึ่งแล้ว ทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ต่างก็เป็นผู้ที่พึงพอใจในผลของการฝึกฝนของตนมากกว่าผลการแข่งขันด้วยกัน จึงไม่แปลกใจว่าทำไมน้องครีมจึงเป็นผู้แพ้ที่ไม่มีความผิดหวัง และสร้างความสุขให้กับผู้ชมเหลือเกิน

น้องเมย์นั้นไม่ต้องพูดถึง ถึงการยกระดับเกมของน้องครีมในเซ็ทที่ 2 สร้างปัญหาให้กับน้องเมย์มาก แต่ในเซ็ทที่ 3 น้องเมย์ได้แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติของผู้ชนะได้ถูกที่ถูกเวลา การบงการเกมของน้องเมย์ ที่จับน้องครีมวิ่งไปทั่ว กับทีเด็ดทีขาดในเสี้ยววินาทีที่มีโอกาส การที่น้องเมย์เป็นผู้ชนะในเกม ผลก็สมควรแก่เหตุแล้ว

แต่การเป็นผู้ชนะของน้องเมย์อย่างแท้จริงอยู่ที่หลังจบการแข่งขัน การตอบคำถามพิธีกรที่ถามชงเข้าไปในทางที่สามารถตอบโดยยกตนได้ แต่น้องเมย์เลี่ยงตอบโดยการขอบคุณผู้ชม และทุกคนที่สนับสนุนและทำให้กีฬาแบดมินตันได้รับความสนใจมากขึ้น ซึ่งเป็นการพูดแทนนักกีฬาทุกคนในฐานะของนักแบดคนหนึ่งของทีมไทย ผมว่าเธอฉลาดพูดเหลือเกิน และนี่คือน้องเมย์ที่ไม่เพียงนอบน้อมงดงามในกิริยามารยาทเท่านั้น แต่เป็นน้องเมย์ที่เติบโตมากขึ้น กระทั่งสามารถอ้าแขนโอบกอดจิตใจ และความรู้สึกของทุกคน ทั้งนักกีฬาด้วยกัน และกองเชียร์ ผมคิดว่าความสามารถที่จะพ่ายแพ้ต่างหากที่น่าจะมีส่วนสอนให้เธอมีความคิดเช่นนี้ ไม่ใช่การเป็นผู้ชนะ

ถ้าเมย์ครีมจากเด็กกะโปโล 2 คน ที่ก้าวขึ้นมาเป็นคนที่คนทั้งชาติเชียร์สุดใจ รู้จักแพ้ รู้ชนะ รู้วางจิตใจ กับเปรี้ยวที่จากเด็กปอน ๆ สู่การเป็นคนที่คนทั้งชาติชังสุดใจ หากความจริงใคร ๆ ก็อยากเป็นที่ชื่นชม ไม่มีใครอยากเกิดมาเพื่ออยากถูกประนามหยามเหยียดหรือไร้ค่าในสายตาผู้อื่น ผมไม่ได้มีความคิดจะเปรียบเทียบชีวิตของเมย์ ครีม กับ เปรี้ยว แต่ผมคิดว่าสิ่งที่น่าสนใจคือหากมองความแตกต่างระหว่างชีวิตของเมย์ ครีม กับ เปรี้ยว ชีวิตของเด็ก 3 คน อาจมีจุดกำเนิดต่างกันอยู่บ้าง แต่มีโอกาสที่จะไม่เป็นเช่นปัจจุบันได้ด้วยกันทุกคน อะไรทำให้ชีวิตของเด็ก 3 คน มีเส้นทางทั้งภายนอกและภายในต่างกันเหลือเกิน ไม่ใช่กรรมเก่า ไม่ใช่พรหมลิขิต แต่เป็นผลของกรรมอันมาจากการสร้างเหตุ และปัจจัยในชาตินี้ ใช่หรือไม่ แต่ผมมองไม่เห็นความเกลียดชัง การกดให้ใฝ่ต่ำ ก่นด่า เหยียดหยามประณาม สาปแช่ง อยู่เบื้องหลังความงอกงามของเมย์ และครีมแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามผมคิดว่าแสงที่นำทางชีวิตเธอคือคือความปรารถนาดี

วันที่  โจเซ่ อัลโด (Jose Aldo)  พ่ายแพ้แก่จอมเกรียน คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ (Conor McGregor) เขาได้ชื่อว่าเป็นนักสู้ที่อันตราย และเก่งที่สุดในโลกเมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ เขาถูกท้าทายจากแม็คเกรเกอร์ อย่างไม่ให้เกียรติ สงครามเริ่มตั้งแต่ตรงนั้น วันที่เขาพ่ายแพ้ต่อแม็คเกรเกอร์ชนิดที่เรียกได้ว่าโลกตะลึงนั้น เป็นการพ่ายแพ้ที่ไร้ข้อกังขาใดๆทั้งสิ้น การต่อสู้เพิ่งเริ่มขึ้นได้ไม่กี่วินาที ขณะที่เขาหลอกต่อยขวา แล้วเปลี่ยนเป็นฮุคซ้ายเข้าที่หัวคิ้วขวาของแม็คเกรเกอร์ ความแม่นยำรุนแรงของหมัดนั้นเรียกเลือดจากบาดแผลเหนือคิ้วของแม็คเกรเกอร์ได้ภายในหมัดเดียว แต่ขณะที่เขาเปลี่ยนจากหลอกขวามาเป็นฮุคซ้ายนั่น ซ้ายตรงอันแม่นยำ และทรงพลังของแม็คเกรเกอร์เดินทางถึงปลายคางเขาแล้ว และเพียงหมัดเดียวนั้น การต่อสู้ที่รอคอยมายาวนานก็ยุติลง 

แต่หลังจากนั้นภาพที่ทุกคนเห็นคือ แม็คเกรเกอร์ผู้สุดถ่อยไม่ได้เหยียบย่ำความพ่ายแพ้ของอัลโด เขาเข้าไปแสดงน้ำใจนักกีฬา แม็คเกรเกอร์ไม่ได้ให้โอกาสอัลโดแก้มือ เพราะเป้าหมายของเขาไม่ใช่การเอาชนะอัลโดเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นผู้ที่เหนือกว่า แต่เป้าหมายของเขาคือการสร้างประวัติศาสตร์ ซึ่งจำเป็นต้องผ่านอัลโดเท่านั้น ปรัชญาหรือวิธีคิดในการทำสิ่งเดียวกันคือการต่อสู้ของทั้งสองคนจึงต่างกันเหลือเกิน อัลโดยังอยู่กับเป้าหมายที่ธรรมดาคือการชนะคู่ต่อสู้ แต่แม็คเกรเกอร์พ้นไปจากสิ่งนี้แล้ว

อัลโด กลับมาทำฟอร์มแสดงให้เห็นถึงความเป็นยอดนักสู้อีกครั้งด้วยการชนะ แชค เมนเดส (Chad Mendes) อย่างขาดลอยก่อนพบกับ แม็กซ์ ฮอลโลเวย์ (Max Holloway)  การพบกันของทั้งคู่ใครๆ ก็คาดว่าผู้กำชัยน่าจะเป็น อัลโด และในการเริ่มต้นการต่อสู้ 2 ยกแรกเขาก็แสดงให้ทุกคนเห็นว่ามันเป็นเช่นนั้น แต่ด้วยหมัดตรงหนึ่งสองเพียงสองหมัดในเสี้ยววินาทีเดียวของ ฮอลโลเวย์ ในยกที่ 3 ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ฮอลโลเวย์ ก็ส่งนักสู้ที่ดีที่สุดในโลกเมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์อย่าง อัลโด ลงไปกองบนผืนผ้าใบ นักสู้ที่ดีและอันตรายที่สุดในโลกต้องพบกับความพ่ายแพ้อีกครั้ง 

ฮอลโลเวย์ ชนะเพราะเขาเปลี่ยนความเคยชินเดิมใน 2 ยกแรก และไม่ละความพยายาม ส่วน อัลโด แม้จะพ่ายแพ้แบบช็อกโลกถึง 2 ครั้ง แต่ความเก่ง และความนับถือในตัวเขาของแฟนๆ ไม่ได้หายไปไหน แน่นอนทุกคนรอคอยเห็นเขาจะกลับมาอีก และการกลับมาจะมีคนติดตามมากยิ่งกว่าเดิม

ใช่หรือไม่ ธนบัตรไม่ว่าราคาเท่าไหร่ ถึงถูกขยำยับไปบ้าง แต่คลี่ออกมามูลค่า หรือราคาของมันคงยังเท่าเดิม เราจะช่วยกันคลี่มันออกมา หรือฉีกมันทิ้งไป


- ONLINE TVBURABHA -

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

เจ้าตัวโตผู้เกิดมาเป็นคุณหลวง

ครั้งหนึ่งในชีวิตของ พนม ช่อจันทร์