ระหว่างการเดินทาง 1 | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

สวัสดีครับ ผมเริ่มเขียนข้อความเหล่านี้ขณะรอกินอาหารเที่ยงในร้านอาหารในชุมชนเล็กๆ แห่งหนึ่ง ระหว่างเดินทางจากเต๋อชิงไปหม่างคาง ก่อนถึงด่านข้ามชายแดนยูนนานเข้าสู่ทิเบตเล็กน้อย จากเต๋อชิงเมื่อเช้า ผมปั่นขึ้นเขาราวๆ 10 กิโลเมตร ก่อนดาวน์ฮิลล์ลงมาอีก 30 กว่ากิโล แล้วเอาจักรยานขึ้นรถบรรทุกเพื่อข้ามชายแดนยูนนานสู่ทิเบต ตั้งแต่นี้ต่อไปพวกเราอยู่ในความดูแลของทัวร์ทิเบต


เมื่อวาน ก่อนเข้าเต๋อชิง คณะของพวกเราพักที่ซูซ่วง โรงเตี๊ยมเดิมที่เป็นจุดพักของนักจักรยานเมื่อปีที่แล้ว ก่อนรุ่งเช้าสายแข็งจะปั่นขึ้นยอดไป๋หม่า อาชาหิมะขาว ไต่ความสูงจาก 4,200 กว่า ขึ้นไป 4,900 กว่า ระยะทางราวๆ 50 กิโลเมตร ก่อนดาวน์ฮิลล์อีก 20 กว่ากิโลเข้าสู่เต๋อชิง สายกลางๆ อย่างผมกับยุ่น จากแม่น้ำร้อยสาย นั่งรถกะป๊อขึ้นไป ยอดที่ 2 ของเทือกอาชาหิมะขาวเพื่อปั่นขึ้นยอดสูงสุด ระยะทาง 10 กว่ากิโลเมตร ก่อนดาวน์ฮิลล์ลงเต๋อชิง ซึ่งปีที่แล้วเจอพายุหิมะ แทบเอาตัวไม่รอด ปีนี้อากาศเป็นใจมาก ฟ้าเปิด อากาศหนาวแต่ไม่หนาวจัด ถึงลมพัดแรงตลอดทางก็ตาม ปีนี้ผมสามารถปั่นได้ตลอดเส้นทาง ถึงเต๋อชิง 4 โมงกว่าๆ โดยไม่ต้องลงจูงเลย ถือว่าดีกว่าปีที่แล้ว

ที่ร้านอาหารริมพรมแดนยูนนาน ทิเบต ผมนึกถึงสวนริมแม่น้ำฯ และพื้นที่ทำเกษตรกรรมอันอุดมสมบูรณ์ กว้างใหญ่ไพศาลของเมืองไทย เมื่อได้เดินลงไปดูการใช้พื้นที่อันมีจำกัด ของนาข้าวบาร์เลย์ที่หลังร้าน

ดินแดนที่เราลัดเลาะมาตั้งแต่เช้า บนทางแคบๆบนไหล่เขา คดเคี้ยวไปคดเคี้ยวมา ทบไปทบมา ทบแล้วทบเล่า ทั้งค่อยๆไต่ความสูงขึ้นสู่ยอด และค่อยๆวนทอดลงสู่ตีนโตรก เป็นอยู่อย่างนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า นับครั้งไม่ถ้วนนั้น เป็นดินแดนแห่งขุนเขาหิน สลับหินลูกรัง(หินมากกว่าดิน)สูงเสียดเมฆ บนพื้นที่ว่างอันจำกัด แทบทุกตารางนิ้วระหว่างบ้านเรือน จึงมักถูกใช้จัดสรรปลูกทั้งข้าว พืชผัก ธัญพืช ผลไม้ ผสมผสานและหมุนเวียนกันไป บ้านเราปัจจัยเอื้อทุกอย่าง แต่คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยมีใครอยากเป็นเกษตรกรกันแล้ว เพราะเห็นคนรุ่นก่อนยิ่งทำยิ่งทุกข์ ยิ่งทำยิ่งยากจน เพราะเชือกอวิชชา และโซ่ราคาล่ามขารัดคอ

เมื่อเช้า ในร้านอาหารที่เต๋อชิง อาจารย์แดง หนึ่งในนักปั่นเอ่ยคำพูดที่ทำให้ผมหน้าชา อาจารย์แดงชี้ชวนให้พวกเราดูสารพัดสิ่งของรอบตัวในร้านอาหาร ทุกอย่างเป็นของจีน จีนผลิตเอง จีนเป็นเจ้าของ อาจารย์แดงถามว่า ถ้าเรานั่งในร้านอาหารไทย มีอะไรที่เป็นของคนไทย ไทยคิด ไทยทำบ้าง คนไทยชอบอวดรสนิยมในการเสพย์ของที่ชาติอื่นสร้าง แต่น้อยนักที่คิดประดิษฐ์สร้าง คนไทยอยากเรียนมาเป็นเจ้าคนนายคน เป็นนักการเมือง เพราะกร่างได้ใช้อำนาจแสวงหาประโยชน์ได้ กับอย่างเก่งก็ซื้อมาขายไป หรือไม่ก็เป็นดารานักร้อง จีน เกาหลี ญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างของประเทศที่สร้างชาติด้วยวิทยาศาสตร์ สังคมไทยไม่ส่งเสริมให้คนไทยเป็นนักประดิษฐ์ คิดสร้าง ผมรู้สึกละอาย เพราะผมก็เป็นหนึ่งในจำนวนคนที่คิดประดิษฐ์ สร้างอะไรไม่เป็นเลย และลูกผมก็ทำท่าว่าจะเป็นอย่างนั้น ผมคงผิดพลาดอะไรหลายอย่าง ทำกล้วยตากยี่ห้อของตัวเองจะได้หรือไม่ผมยังไม่แน่ใจ

แต่ถึงอย่างไรผมก็คิดว่า มนุษย์ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศน์ ที่ถูกสร้างมาอย่างหลากหลายเพื่อให้มีหน้าที่ๆแตกต่าง จำเป็นที่ประเทศต้องมีนักประดิษฐ์หรือนักวิทยาศาสตร์ และจำเป็นที่ทุกคนต้องมีความเป็นนักวิทยาศาสตร์ในตัว คือความช่างสังเกต คิดหาเหตุผล แต่ไม่จำเป็นที่ทุกคนต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์ สังคมต้องการพระดีๆครูดีๆ ข้าราชการดีๆ ไม่ต่างจากนักวิทยาศาสตร์ดีๆ เช่นเดียวกัน ความสามารถในการรัก เมตตา ปรารถนาดีต่อผู้อื่น ความสามารถในการละอายต่อความผิดบาป ก็สำคัญไม่น้อยไปกว่าความสามารถในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ ตราบใดที่เรามีหน้าที่ รู้หน้าที่ ทำหน้าที่ให้ดี โดยเฉพาะหน้าที่ต่อตน สร้างอะไรไม่เป็นก็อย่าเสพย์อะไรจนหลงเลยเถิดก็คงไม่เลวร้ายนัก

กลับมาที่ดินแดนขุนเขาสลับซับซ้อน สูงเสียดฟ้าอันแสนหนาวเหน็บอีกสักนิด ผมคิดว่าธรรมชาติไม่ได้ลำเอียง เพียงแต่ธรรมชาติมอบความแตกต่างมาเพื่อให้มนุษย์ได้งอกงามทั้งภายนอกและภายในไม่เหมือนกัน สิ่งที่ผิดคือการที่เราอยากเหมือนกัน หรืออยากทำให้ผู้อื่นเหมือน หรือเป็นไปตามใจเราต่างหาก ที่ร้านอาหารผมเห็นน้ำในลำรางที่ไหลมาจากยอดเขาไหนสักแห่ง ไหลเชี่ยวกรากลงไปสู่เบื้องล่างเหมือนไหลทิ้งไหลขว้างตลอดเวลา ผมเกิดความคิดว่า ที่ถูกต้องแล้ว ธรรมชาติมอบน้ำมาเพื่อเป็นเครื่องรองรับในการมีชีวิตแก่ทุกชีวิต ทั้งคน สัตว์ พืชโดยทั่วกัน น้ำไม่ได้ไหลทิ้งไหลขว้างโดยไม่มีจุดหมาย แต่น้ำไหลไปเพื่อให้ทุกชีวิตได้แบ่งปันกัน ไม่ใช่ไหลไปให้ใครเป็นเจ้าของ


- ONLINE TVBURABHA -








โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย

การเตรียมตัวของชีวิต | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

ได้ชีวิตใหม่ในวันรับเสด็จ ยายชุบ สามร้อยยอด