ข้อคิดจากกำแพงหิน 2 | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

เขาหาเลี้ยงชีพด้วยการตระเวนเก็บขยะ ของเก่า ที่ไม่เป็นที่ต้องการของผู้คนแล้วไปขาย จึงไม่แปลกหากคนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าซาเล้งคู่ใจเก่าๆที่เขามีน่าจะเป็นของที่สำคัญ จำเป็นและมีค่าที่สุดของชีวิต

แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อเขาตัดสินใจทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อทำตามเป้าหมายใหม่ของชีวิต นั่นคือการเดินเท้าไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ สิ่งที่เคยมีความหมายมาก่อนก็ไม่มีความหมาย เขานำซาเล้งเก่าๆนั้นไปมอบให้กับผู้ที่ต้องการมัน ใช้ประโยชน์ต่อไป รองเท้าวิ่งที่มีคุณภาพดีๆคู่หนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรมชีวิต กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่มีไม่ได้ขึ้นมา

แต่หลังจากภารกิจการเดินเท้าต้องจบลงก่อนกำหนด เนื่องจากพื้นที่ๆเขาจะเดินทางเข้าไป มีคนในพื้นที่เตือนว่า อันตรายเกินกว่าที่ชายแปลกหน้า ผมเผ้าหนวดเครารุงรังอย่างเขาจะเดินแบกธงชาติเข้าไป แล้วค่ำไหนนอนนั่น การหันหลังกลับหลังจากลงรถไฟที่หัวลำโพง รองเท้าวิ่งก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นอีกต่อไป

ที่ๆจะซุกหัวนอน กับอุปกรณ์หาเลี้ยงชีพใหม่ ในวันที่ไม่มีซาเล้งคู่ใจ และทำเลเก่าก็ถูกผู้จับจองรายใหม่ยึดครองไปแล้ว กลายเป็นเรื่องเฉพาะหน้าที่จำเป็นกว่า

ครั้นเมื่อเขาได้รับการอุปการะให้ทำงานกวาดใบไม้แลกค่าตอบแทน และได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ว่างในโรงเก็บของเป็นที่ซุกหัวนอน สิ่งที่คิดว่าจำเป็นและเคยเป็นความกังวลว่าจะได้มาอย่างไรก่อนหน้านี้ ก็เปลี่ยนไป


สิ่งสูงสุดที่เขาปรารถนาจะทำ เมื่อมีห้องพักเป็นของตัวเอง เป็นสิ่งที่น้อยคนจะคาดคิด และคาดว่าจะเป็นเป้าหมายยิ่งใหญ่ของคนๆหนึ่ง มันเป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถทำได้ในชีวิตเร่ร่อนก่อนหน้านี้ เหตุผลเป็นเพราะว่าเขาไม่เคยมีผนังเป็นของตัวเอง และไม่เคยมีสิทธิในผนังใดๆ โดยเฉพาะผนังที่ปลอดภัย เหมาะสมและคู่ควรกับทรัพย์สมบัติที่มีค่าที่สุดของเขาที่ฝากผู้อื่นเก็บรักษาไว้อย่างดี

ทรัพย์สมบัติที่มีค่าที่สุดของเขาที่ว่า ไม่ใช่สิ่งจำเป็นทั้งหลายในห้วงเวลาต่างๆที่ผ่านมา และไม่ใช่สิ่งที่เกี่ยวข้องกับการอยู่รอดของชีวิตก่อนหน้านี้ มันเป็นเพียงกระดาษและกรอบรูปเก่าๆปึกหนึ่งที่ห่อพลาสติกไว้อย่างแน่นหนา ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ผู้อื่นทิ้งแล้ว ซึ่งเขาเก็บได้จากถังและกองขยะ

เกือบทั้งหมดเป็นรูปจากปฏิทินที่หมดอายุ มันถูกถูกปลดระวางจากผนังบ้านเมื่อหมดวาระหน้าที่ แต่สำหรับเขาคุณค่าและความหมายไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขวันเดือนปีและพ.ศ.ที่เคลื่อนคล้อยไป แต่อยู่ที่หัวใจจงรักที่มีต่อรูปของบุคคลบนปฏิทินที่คงความรู้สึกในจิตใจไม่จำกัดกาลเวลา เขาไม่สามารถทนเห็นรูปเหล่านั้นอยู่ในที่ๆเขาคิดว่าไม่สมควร ที่ผ่านมาเขาเก็บทุกรูปที่พบ รักษาไว้ในห่อพลาสติก และนำใส่ซาเล้งติดตัวไปทุกที่ พร้อมกับค้นความหมายในภาพทุกภาพ เก็บรับรู้และรักษาไว้ภายใน มีแต่เขาเท่านั้น ที่รับรู้ถึงคุณค่าและความหมายที่อยู่ภายในใจตน

อะไรที่ทำให้จู่ๆผมไพล่นึกถึงเขียวขึ้นมาก็ไม่ทราบได้ แต่การนึกถึงเขาคือสัญญาณที่เตือนผมว่า ผู้ที่เพียงผ่านมายืนมอง ไหนเลยใช้การคิดเอา เข้าใจโลกและชีวิตของผู้ที่เติบโตและดำรงอยู่ในเงื่อนไข สังคม ความคิด ความเชื่อที่ต่างกัน และเราไม่รู้จักเขาแม้แต่น้อยได้


สำหรับครอบครัวชาวทิเบต หญิงทิเบตคนหนึ่งสามารถเป็นภรรยาของผู้ชายในบ้าน 3 คนได้ หมายความว่าหากเธอแต่งงานกับลูกชายคนโตที่มีน้องชายสองคน เธอต้องเป็นภรรยาของผู้เป็นน้องชายด้วย และลูกที่เกิดมาจะเรียกทุกคนว่าพ่อ ใช่หรือไม่? นี่สำหรับพวกเราเป็นเรื่องที่สร้างความกระอักกระอ่วน แต่สำหรับพวกเขาเป็นเรื่องปกติธรรมดา

ชีวิตและโลกก็เป็นเช่นนี้ไม่ใช่หรือ เรื่องยิ่งใหญ่สำหรับผู้หนึ่ง อาจเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระสำหรับอีกผู้หนึ่ง เรื่องคอขาดบาดตายสำหรับคนๆหนึ่ง อาจเป็นเรื่องไม่ถือสาสำหรับสำหรับอีกคนหนึ่ง

หากการให้ความหมาย อยู่ที่การลงมือสร้างผลผลิตบนผืนดิน ไม่ว่าเป็นพืชผลหรือบ้านเรือน การเอาแต่สร้างรั้วล้อม โดยไม่ได้ลงมือทำสิ่งใดที่เป็นเป้าหมาย แน่นอน ย่อมคล้ายเป็นการลงทุนลงแรงเพื่อเก็บเกี่ยวความว่างเปล่า แต่หากจุดมุ่งหมายของใครคนนั้น ไม่ได้อยู่ที่ความงอกงามของผลิตผลบนผืนดิน แต่เป็นความผลิบานในใจเล่า?

ที่ลงมือกระทำหาใช่การก่อกำแพงหินแสดงความเป็นเจ้าของหรือป้องกันสิ่งที่มีค่าไม่ หากแต่คือการบำเพ็ญเพียรภาวนาเพื่อค้นหาขุมทรัพย์ภายใน เช่นนี้ ย่อมมีแต่ลำพังผู้ลงมือก่อกำแพงเท่านั้น ที่มองเห็นความงอกงามหลังกำแพงอันว่างเปล่า

ความงอกงามที่หาใช่ได้เห็นเมื่อมองเข้าไปยังพื้นที่ว่างหลังกำแพงไม่ หากแต่จะพบได้เมื่อสำรวจเข้าไปในจิตใจตน


หากชีวิตคือการเดินทาง นักเดินทางจำนวนมาก ปรารถนาที่จะเดินทางเพื่อสร้างสถิติให้เหนือกว่าผู้อื่น หรือเพื่อให้ได้ชื่อว่าเป็นผู้พิชิต ระหว่างการเดินทางนักเดินทางชีวิตเหล่านั้นต่างดื่มกินความทะยานอยากกันอย่างตะกละตะกลาม และพบว่าทุกที่ๆผ่านไป ทุกที่ๆถ่ายรูป ทุกที่ๆบันทึก ทุกที่ๆดื่มกิน ล้วนมีผู้อื่นที่อยู่บนเส้นทางเดียวกันในเวลาเดียวกัน และมากมายที่ผ่านมาและผ่านไปแล้ว

ในโรงเตี๊ยมริมลำธารอันสงบงัน เมื่อผลักประตูเข้าไป นักเดินทางพบว่ามีนักเดินทางที่จับจองจุดหมายเดียวกันอย่างคลาคล่ำ พวกเขากำลังคุยโอ้อวดกันด้วยเสียงดังลั่น ผู้ที่ยิ่งเดินทางมากสัมภาระยิ่งพะรุงพะรัง พวกเขาหอบหิ้วไปทุกที่โดยไม่ยอมวางลง เพื่อใช้ความเหนือกว่านั้นเรียกร้องความนับถือจากผู้อื่น

ยิ่งเดินทาง ยิ่งพบว่าตัวเองยังเดินทางไม่พอ เพราะยิ่งรู้จากผู้อื่นว่ายังมีที่ๆตนไม่ได้เดินทาง ยิ่งเดินทางมากยิ่งไม่มีวันถึงจุดหมาย ยิ่งอยากไปถึงเป้าหมายเป้าหมายยิ่งไกลออกไป

หากที่ชายนิรนามคนหนึ่งก่อกำแพงหินล้อมไว้ นั่นไม่ใช่ที่ดินอันว่างเปล่า ไร้คุณค่า แต่ในความว่างเปล่านั้นคือเป้าหมาย  และก้อนหินที่เรียงรายเหล่านั้นแท้ที่จริงไม่ใช่กำแพง แต่คือสิ่งที่พาเขาเดินทางไปถึงเป้าหมาย

คนประเภทหนึ่ง เข้าถึงเป้าหมายด้วยการก่อกำแพง แต่คนอีกประเภทหนึ่ง ชีวิตยิ่งดำเนินไป คล้ายยิ่งสร้างกำแพงกว้างใหญ่ปิดกั้นโอกาสเข้าถึงเป้าหมาย ยิ่งเดินทางมากเท่าไหร่ ใช่หรือไม่ว่าเป้าหมายยิ่งห่างไกลออกไปเท่านั้น

                                                              - ONLINE TVBURABHA -



โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เจ้าตัวโตผู้เกิดมาเป็นคุณหลวง

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

เมื่อพระสหายแห่งสายบุรี คิดถึงในหลวง