ต้นโหนดบนบิ้งนา ณ คาบสมุทร | สุภัท สุวรรณมณี

ยามเช้าตรู่ ดวงอาทิตย์อุ่นอ่อนโผล่พ้นขอบทะเลฝั่งตะวันออก ส่องลำแสงมายังยอดตาลในอู่นาข้าวแถบถิ่นคันดินฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรสทิงพระ ผ่านไปกระทบร่างกำยำอาบเหงื่อไคลของชายวัยกลางคนที่กำลังกำมีดปาดตาลกระชับแน่น มองไปในกระบอกเห็นปริมาณน้ำหวานจากงวงตัวผู้ยังไม่ถึงครึ่ง เหลียวแลหาที่ยอดตาลต้นอื่นก็ไม่พบเจอเพื่อนร่วมอาชีพขึ้นตาลซึ่งตกทอดมาแต่บรรพบุรุษแม้แต่คนเดียว

คนปาดตาลพรั่นนึกไปถึงยอดตาลหัวด้วนบนคันนา ข้าวที่ได้เปลี่ยนเป็นนากุ้งจนเกือบสิ้น ครั้งที่นั่งรถบนทางหลวงผ่านหัวไทรแล้วให้สั่นสะท้านเข้าไปถึงในทรวงอก


น้ำเค็มจากทะเลไหลผ่านท่อใหญ่ยาวที่ต่อตรงมาจากเครื่องสูบน้ำ ถ่ายเทเข้าสู่บ่อดินขนาดยักษ์ซึ่งอดีตเคยเป็นบิ้งนาข้าวมาก่อน ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยคลอรีนเรียบร้อย เตรียมพร้อมสำหรับการเลี้ยงกุ้งกุลาหรือกุ้งขาว สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่สร้างรายได้ให้ชาวนาเก่าอย่างมหาศาล หากแต่คนเลี้ยงกุ้งไม่ค่อยคำนึงว่า นานเข้าน้ำเค็มจะซึมลงใต้ดิน ทั้งการเททิ้งลงแอ่งน้ำจืดธรรมชาติ และสารเคมีจากรรมวิธีเลี้ยงกุ้งสมัยใหม่เหล่านั้น ได้พลิกผันผืนนาเป็นลานประหารต้นข้าว ต้นตาลสัตว์น้ำ ไปจนถึงการสร้างหนี้สินยามราคากุ้งตก กักกั้นลมหายใจของชาวนา และคนขึ้นตาลให้รวยรินเหือดหายไปอย่างช้าๆ

ป้าณี อดีตชาวนาคนหนึ่งแถวสทิงหม้อ กล่าวว่า

"แฟนนั้นขึ้นตาล ถึงป้านั้นผัดน้ำผึ้ง ทำน้ำตาลแว่น ทำน้ำตาลแว่นกับขึ้นตาล ปีหนึ่งก็ประมาณราวสามสิบกว่าต้น  ป้าทำน้ำตาลแว่นทุกวัน ผัดส่งสงขลา ผัดขายเป็นกิโลฯ แต่ก่อนกิโลฯ ถูก ขึ้นตาลก็บายแบบคนบาย แต่ว่าเงินไม่ค่อยยัง ถึงพอมาเลี้ยงกุ้งนี่เงินมี พอมาตอนหลังกุ้งไม่ดี เงินก็หมด แต่ก่อนขึ้นตาลนั้นเราไม่ได้เป็นหนี้เขา ได้ปีหนึ่งสามสี่พันก็จริงแต่ไม่เป็นหนี้ ตอนนี้ได้เป็นล้าน แต่ตอนหลังก็เป็นหนี้"

ใบตาลสีเขียวเข้มทรงคล้ายใบพัดขนาดใหญ่ โบกไกวไปมาเมื่อลมวสันต์มาเยือนถึงยอดต้นตาลที่ตั้งตรงสูงชะลูดกว่าตึกสองชั้น ในท้องนาอร่ามเรืองด้วยรวงข้าวสีเหลืองทองรอเวลาเก็บเกี่ยว ทั้งหมดนี้คือภาพที่เราจะได้เห็นในดินแดนแห่งลุ่มทะเลสงขลา โดยเฉพาะดงตาลโตนด พืชพันธุ์พื้นเมืองที่อยู่คู่แถบถิ่นคันนาข้าวบนคาบสมุทรรสทิงพระมาหลายพันฤดูกาล

การรู้จักที่มา ความเป็นไป การใช้ประโยชน์ และบุญคุณของผืนดิน แผ่นน้ำที่สร้างทรัพยากรให้คนได้พึ่งพิงเลี้ยงชีพมาเนิ่นนานนับพันปี น่าจะเป็นหนทางหนึ่งที่จะต่อท่อลมหายใจให้ชีวิตเป็นชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง เพราะคนลุ่มทะเลสาบนิยมปลูกตาลโตนดตามคันนาข้าว จากสิงหนคร ระโนด มีดงตาลยืนต้นท้าแดดท้าฝนมาเนิ่นนานนับแสนนับล้านต้น สั่งสมจนซึมลึกลงในวิธีการดำรงชีวิตของผู้คน

อายุขัยของตาลโตนดต้นหนึ่งอาจยืนยาวกว่าชีวิตของคนคนหนึ่ง ขึ้นอยู่กับว่าต้นตาลดำรงอยู่ไปตามกาลเวลาที่หมุนไปตามวิถีธรรมชาติ แต่หากจะอายุสั้นก็คงเพราะมีมือของคนยื่นมาทำลายด้วยวิธีแห่งยุคทุนนิยมสมัยใหม่ 'มือใครยาวสาวได้สาวเอา'

ทางตาลยาวเกือบสองเมตร ที่ปลายมีใบสีน้ำตาลแห้งกรอบห้อยต่องแต่งแนบลำต้น รอเวลาร่วงหล่นสู่พื้นดินเบื้องล่าง เมื่อใยที่ยึดไว้กับยอดตาลขาดสะบั้นด้วยแรงลมที่โหมพัดมาจากดินแดนตะวันตก

ลูกตาลแก่สีน้ำตาลเข้มหลุดจากขั้วบนยอดตาลสูงชะลูดกระทบพื้นดินเบื้องล่าง กลิ้งหลุนๆไปบนท้องนาที่เต็มไปด้วยซังข้าวแห้ง แตกปริออกเห็นเมล็ดในถูกหุ้มด้วยเส้นใยสีเหลืองรอเวลาให้วัวมากินผลเป็นอาหารมื้อโอชะแทนหญ้าเขียว จากนั้นแสงแดดก็แผดเผาผลที่ยังเหลือรอดไว้สืบเผ่าพันธุ์พืชตระกูลปาล์มให้อยู่คู่คันนาข้าวแห่งดินแดนคาบสมุทรสทิงพระต่อไป แต่ส่วนใหญ่คนก็ยังเก็บผลแก่ที่เหมือนไร้ค่าตกเกลื่อนใต้ต้นโตนดไปใช้ประโยชน์ได้อีก อาทิ ทำลูกตาลเชื่อมหรือเผาทำถ่านไฟ

"ของพี่คือเผาลูกตาลทำเป็นถ่าน เผาลูกตาลสุกที่มันหล่นใต้โคน โดนวัวกินเปลือกนอกมันแล้วเหลือแต่เม็ด เก็บมาตากไว้ให้มันแห้งแล้วก็เผาทำถ่าน เราก็ใช้แกลบโรยบางๆ ก่อนโรยไว้พอคลุมเม็ด แลไปสักสามชั่วโมงหรือว่าสี่ชั่วโมงนะ ถ้าเห็นว่าแกลบเริ่มไหม้ออกมาข้างนอกแล้ว เราก็เอาแกลบมาคลุมอีกทีให้มิดไปเลย  ถ้าเราเผาหวันเย็น คลุมหัวเช้า หวันเย็น เราก็ได้ถ่านออกมาเลย เพราะว่ามันไหม้แกลบหมดแล้ว บ้านพี่เขาเรียกถ่านสุกแล้ว เราก็เก็บใส่เนียงปิดอั้นความร้อนไว้"

แดดโพล้เพล้ หลุบหายไปในหว่างเหลี่ยมเขาฝั่งตะวันตกตาลหัวด้วนยืนต้นโด่เด่เรียงรายตามคันนาผืนดินเป็นสีเขียวคล้ำส่งกลิ่นสาบ ผืนน้ำเน่าเสียและแห้งขอด เตาเคี่ยวน้ำตาลถูกทิ้งร้าง ใต้คลังคามุงใบตาลแห้งกรอบ ยังพอเห็นสีหน้าซีดเผือดของคนเลี้ยงกุ้ง อดีตชาวนาและคนปาดตาลเก่า นิ่งมองยอดตาลที่ตนเคยปีนเลี้ยงชีพ พลันเขาถอนหายใจเฮือก เมื่อนึกไปถึงดอกเบี้ยที่บานสะพรั่งอยู่ในสมุดบัญชี ต่างจากคอกข้าวสีทองที่เคยเห็นเต็มบิ้งนาอย่างลิบลับ

"ไม่มีนาทำข้าวแล้วตอนนี้ ที่แถวนี้ไม่มีแล้วนา มีแต่บ่อกุ้ง ขุดเป็นหลุมกุ้งหมดแล้ว ตาลไม่มี นาไม่มี นาก็กลายมาเป็นบ่อกุ้ง"

ชาวบ้านที่เคยทำนาข้าว ขึ้นตาล แห่งลุ่มทะเลสาบสงขลาตอนล่าง บอกกล่าวถึงอาชีพใหม่ของคนลุ่มน้ำ นั่นคือการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาและกุ้งขาว น้ำในบ่อกุ้งขนาดใหญ่เต็มไปด้วยกุ้งเลี้ยง ถูกใบพัดตีจนแตกฟองอยู่ตลอดเวลา นั่นทำให้คนเลี้ยงฝันถึงราคากำไรที่งดงาม แต่อาณาบริเวณรอบๆ จะพบเห็นต้นตาลโตนด เริ่มเหี่ยวเฉาเพราะดูดซึมน้ำเค็มจากบ่อกุ้งเข้าไป ค่อยๆยืนต้นตายไปอย่างช้าๆ วิถีชีวิตแบบใหม่นั้นอาจต้องแลกด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรลุ่มน้ำ และความไม่มั่นคงของชีวิต เพราะราคากุ้งมันตกลงฮวบฮาบจนหลายคนเป็นหนี้เป็นสิน ล้มละลายกันมามากแล้ว

ความมืดคืบคลานมาห่มคลุมดงตาลแห่งคาบสมุทรสทิงพระแล้วดำสนิท คงอีกนานกว่าที่ดวงตะวันจะฉายแสงขึ้นในยามเช้า เช่นเดียวกับความสมดุลของระบบนิเวศแห่งลุ่มทะเลสาบสงขลาที่ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไรกว่าจะฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง


เรื่องจาก นิตยสาร ฅ.คน ปีที่ 3 ฉบับที่ 27 ประจำเดือนมกราคม 2551
ภาพประกอบจาก pixabay


- ONLINE TVBURABHA -

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

ครั้งหนึ่งในชีวิตของ พนม ช่อจันทร์

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย