พ่อไม่ได้รักแม่ | เคิร์ก

พ่อเล่าให้ฟังว่า "ครั้งแรกที่เจอกับแม่ ตอนนั้นแม่ยังเล็กอยู่..เขาเป็นคนต่างจังหวัดแต่ย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับพ่อ"

พ่อนั่งครุ่นคิดคล้ายรำลึกถึงความหลัง "ตอนนั้นพ่ออยู่ชั้น ป.2 ส่วนแม่เขาไม่ได้เรียนหนังสือหรอก เมื่อพ่อของแม่เขาตาย ญาติๆ เขาเลยนำมาเลี้ยงต่อที่นี่"

ถามว่ารักไหม
"พ่อคงไม่รักแม่เขาหรอก"
"ทำไม..ครับพ่อ"
"ตอนนั้นพ่อก็จีบสาวคนหนึ่งอยู่"
"แล้วพ่อแต่งงานกับแม่ทำไม"
"สงสารเขาน่ะ..เห็นเขาทีไรก็ทำแต่งาน ทั้งที่อายุก็น้อย ตัวก็เล็ก หนังสือก็ไม่ได้เรียน"


'หลอบ' เป็นชื่อเล่นของแม่ ชื่อตามบัตรประชาชน 'ดาราพันธุ์ พลชาติ' พื้นเพแม่เป็นคนอำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อเสียพ่อ แม่ไปมีสามีใหม่ ญาติซึ่งมีศักดิ์เป็นอาเลยรับมาเลี้ยงเพราะความสงสาร ต้องเลิกเรียนกลางคัน เพราะอามีลูกที่ต้องส่งเสียในวัยใกล้เคียงกันอีก 4 คน แม่อ่านหนังสือไม่ออก แต่เขียนชื่อและนามสกุลได้

แม่เขาเหมือนคนตัวคนเดียว มาอยู่กับญาติก็จริง แต่ทำงานหนักยิ่งกว่าขี้ข้า ลูกๆของอาไปโรงเรียนกันหมด ส่วนแม่เขาทำงานทั้งวัน

"แม่เขาลำบากมาก ตั้งแต่วันแรกที่พ่อเห็นเขา ไม่เคยเห็นเขาหยุดทำงานเลย ตั้งแต่เด็กจนเป็นสาวเขาทำงานอย่างนั้นทุกวัน พ่อทนไม่ไหวที่จะเห็นเขาเป็นอย่างนี้ตลอดไป"

"พ่อทำยังไง..."
"ให้ผู้ใหญ่ไปขอ..แล้วรับมาอยู่ที่บ้านเรา"
"ญาติทางแม่ยอมหรือครับ"
"เขาดีใจเสียอีก..เพราะไม่ต้องรับผิดชอบอะไรแม่อีก"

"พ่อคุยกับแม่ครั้งแรกตอนนั้นโรงเรียนหยุด เป็นวันเสาร์"
พ่อมองเข้าไปในบ้านตรงที่แม่นั่งพิงฝาอยู่ ซึ่งมีหมอนรองหลังอยู่อีกชั้นหนึ่ง ส่วนเท้าทั้งสองข้างเหยียดยาวตามแนวพื้น พ่อเหลือบมองแม่แวบหนึ่งด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะเล่าต่อ

"ตอนนั้นเรายังเป็นเด็กด้วยกันทั้งคู่ แม่เขาเป็นคนขยัน ไม่เคยว่าง เห็นเมื่อไหร่ก็ตักน้ำบ้าง ถูบ้านบ้าง หุงข้าวบ้าง ไม่เคยเห็นหยุดเลย พ่อก็สนุกสนานตามเรื่อง แม่เป็นคนพูดน้อย พูดเพราะเจอกันครั้งแรกที่สระน้ำหลังโรงเรียน ใกล้ๆกันบ้านเขานั่นแหละเห็นเขาตักน้ำอยู่เลยเข้าไปช่วย ก็เลยได้คุยกัน ตั้งแต่นั้นมาว่างเมื่อไหร่ก็แอบไปช่วยเขาทุกครั้ง จนทำให้เราสนิทกัน" พ่อยิ้มในแววตาทุกครั้งที่ได้คุยเรื่องเกี่ยวกับแม่

ความสม่ำเสมอต่างหากที่ทำให้พ่อกับแม่อยู่ด้วยกันจนถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่ความรักที่หวือหวาหรือโฉบเฉี่ยวอย่างดารานักร้องสมัยนี้ 

ว่ากันว่า ความรักไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ย ขอเพียงเราสม่ำเสมอในการกระทำให้เพียงพอ

แม่ป่วยเป็นโรคกระดูกเสื่อมมา  8 ปีแล้ว และโรคกระเพาะเรื้อรังซึ่งรักษาอย่างไรก็ไม่หาย ช่วงนี้แม่เดินไม่สะดวก เดินได้สองสามเมตรก็ล้ม หมอสั่งห้ามเดินไกลๆ เพราะโรคกระดูกเสื่อมของแม่รักษาไม่หาย พ่อเลยต้องเฝ้าดูแลแม่อย่างใกล้ชิด คอยเป็นหูเป็นตาให้ ประกอบกับสายตาของแม่ที่พร่ามัวไปหมดหลังจากเคยผ่าตัดตาต้อกระจกทั้งสองข้างเมื่อหลายปีก่อน

วันนี้พ่อทำอาหารให้แม่เหมือนทุกๆวัน แต่รายการอาหารพิเศษกว่าวันไหนๆ เพราะลูกชายที่อยู่ในเมืองซื้อปลาและอาหารสดหลายอย่างมาฝาก ที่ขาดไม่ได้ก็คือแมงดา แม่ชอบน้ำพริกแมงดาที่สุด

กลิ่นแกงปลาช่อนฝีมือพ่ออบอวลไปทั่วบ้าน บ้านที่ทำขึ้นง่ายๆเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวมุงสังกะสี ซึ่งเป็นเรือนหอที่พ่อกับแม่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่วันแต่งงาน อาจดูเก่าโทรมไปบ้าง เพราะตลอดระยะเวลา 53 ปีที่ผ่านมา พ่อไม่เคยซ่อมหรือเปลี่ยนแปลงส่วนไหนของตัวบ้านเลย

พ่อจัดผักและตักน้ำพริกใส่ถ้วยไว้ สีหน้าของพ่อยามนี้จะรู้และเข้าใจถึงความรัก ความห่วงใยที่พ่อมีต่อแม่อย่างเหลือล้น

พ่อตักข้าวใส่จาน เลื่อนสำรับมาใกล้ๆ ตัวแม่ แล้วตักชิ้นปลาช่อนวางในจานของแม่

พ่อพูดถึงแม่ในแง่ความลำบากให้ผมฟังเสมอ พ่อภูมิใจที่สุดที่ได้แต่งงานกับแม่ ปีนั้นพ่ออายุ 23 ปี เท่ากับแม่ งานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ญาติและแขกที่มาในงานนับคนได้

แต่พ่อกับแม่ก็อยู่ด้วยกันมา 53 ปีแล้ว สุขทุกข์ผ่านเข้ามาให้ได้เรียนรู้อย่างไม่รู้จักจบสิ้น คำว่า 'รัก' มันไม่เคยมีความหมายสำหรับพ่อกับแม่เลย

เรื่องจาก นิตยสาร ฅ.คน ปีที่ 3 ฉบับที่ 27 ประจำเดือนมกราคม 2551
ภาพประกอบจาก pixabay


- ONLINE TVBURABHA -

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ครั้งหนึ่งในชีวิตของ พนม ช่อจันทร์

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย

การเตรียมตัวของชีวิต | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ