ลมหนาวมาเยือน | หลวงสุราขาว

บ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูง หลังคาครึ่งหญ้าครึ่งสังกะสีปลูกอยู่ท่ามกลางแมกไม้ ที่หน้าบ้านใต้ต้นมะพร้าวมีกองไฟกองเล็ก ป้าเขียวนั่งห่มผ้าผิงไฟ อุ้มหลานตัวน้อยไว้บนตัก ในมือกำข้าวเหนียวปั้น แกะเนื้อปลาย่างจิ้มน้ำปลาป้อนใส่ปากหลาน ลมหนาวพัดมาเสียงดังวีๆ ตียอดมะพร้าวให้เอนไหวไปมา อีขาวนอนขดอยู่ในหลุมขี้เถ้าข้างกองไฟ หลับตาปริบๆ อย่างสบายอารมณ์ ป้าม้อมบ้านอยู่ติดกันมาร่วมวงกองไฟอบอุ่นร่างกายอยู่ด้วย

ไอหมอกเริ่มจาง ลมหนาวพัดกรรโชกแรงเป็นระยะๆ มะพร้าวแห้งลูกเล็กทนแรงลมไม่ไหว ร่วงลงมาถากหน้าผากป้าม้อม หล่นลงตรงกลางหัวอีขาวพอดีเสียงดังพลั่ก คงต้องผงะเพราะหมาสะดุ้งสะบัดตัวขี้ฝุ่นคลุ้ง มันลุกขึ้นวิ่ง หัวทิ่มซ้ายทีขวาทีเหมือนคนเมาพยายามลุกขึ้น ปากก็ร้องเง็งๆๆ พอมันตั้งสติได้ ขาหน้าซ้ายค้ำยืนพื้นขาขวาก็ยกขึ้นมาลูบปลายจมูกพร้อมกับครางหงิงๆ แล้วก็เดินวนกลับมานอนลงตรงที่เดิม


ฟากหนึ่งของถนนที่เป็นร่องน้ำใหญ่ ลุงสีนั่งดูดยาเส้นตกปลาอยู่ใต้ต้นมะม่วงใหญ่ แกดูดเอาควันเข้าไปจนเต็มปอดแล้วก็ปล่อยระบายออกมาคล้ายกับว่าแกนั่งตกปลาทอดอารมณ์อย่างมีความสุขภายใต้ผิวกายที่เหี่ยวย่นและหยาบกร้าน แต่แววตาที่เหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมายบ่งบอกว่าแกไม่ได้เป็นสุขนัก ลุงสีมีลูกหลายคน แต่ไม่มีลูกคนไหนเลยที่กลับมาอยู่กับแก ทุกคนเข้ากรุงเทพฯ และก็ไม่มีใครกลับมาหาแกอีกเลย ลูกสาวที่ออกเรือนไปอาจจะส่งเงินมาให้แกได้ใช้สอยบ้างบางครั้ง ส่วนลูกชายนั้นไม่ต้องพูดถึง อย่าว่าแต่จะส่งเงินมาให้พ่อใช้ เพราะแม้แต่ข่าวคราวก็ยังไม่เคยส่งให้พ่อได้รับรู้ด้วยซ้ำ และก็ดูเหมือนเป็นความเคยชินกับการใช้ชีวิตเดียวดายในวัยชราเช่นนี้เสียแล้ว แต่ยังดีกว่าป้าเขียวผู้ที่นั่งผิงไฟอยู่ฝั่งตรงข้ามโน้น ลูกๆของแกไม่เพียงไม่ได้ส่งเงินมาให้ หนำซ้ำยังพาหลานน้อยมาทิ้งไว้ให้เป็นภาระเลี้ยงดูอีกด้วย

สายตาที่เริ่มพร่ามัว แต่ก็ยังพอมองเห็น ชีวิตของหลานน้อยๆอาจเป็นกำลังใจสำหรับแกที่จะได้อยู่สู้กับชีวิตได้อีกเฮือกหนึ่ง

สายตาที่เหม่อมองออกไปพร้อมกับพ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างแผ่วเบา เป็นจังหวัดเดียวกันกับ 'ป่อมเบ็ด' ทุ่นลอยน้ำจากคันเบ็ดของแกถูกปลาดึงจนจมหายลงไปในน้ำ สีหน้าและแววตาของชายชราดูจะมีความหวังขึ้นมา อย่างน้อยๆแกก็มีอาหารมื้อเช้าในยามอากาศหนาวๆเช่นนี้แล้วล่ะ

แสงแดดแรงขึ้น ความหนาวเย็นมลายไปเหลือไว้แต่เปลวแดดและลมร้อนพัดพาเอาความแห้งแล้งมาถึง แต่เมื่อมองดูวิถีชีวิตที่ดำเนินอยู่ขณะนี้กลับมิได้สะทกสะท้านกับสภาวะการณ์ที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงไป

อ้อ เด็กหญิงวัยใกล้แตกสาว จูงควายฝูงเล็กๆ ของเธอเองและของยายออกไปผูกไว้กลางทุ่ง พร้อมกับฝูงของคนอื่นๆอีกหลายตัวนี่คือหน้าที่ของเด็กหญิงหลังจากต้องลุกขึ้นมาหุงหาอาหารตั้งแต่เช้ามืด จัดเตรียมทุกอย่างให้เสร็จสรรพก่อนที่จะกลับมาอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน ตกบ่ายแดดแรงกล้า ยายจะเป็นผู้รับหน้าที่ต่อจากอ้อ เพื่อออกมาดูแลฝูงควายที่เป็นสมบัติอันล้ำค่าต่อจากหลานสาว

ยายแก้มัดเชือกออกจากตอไม้ไผ่เล็กๆที่ถูกตอกลงในดินจนแน่น ปล่อยฝูงควายลงไปกินน้ำ และแช่เกลือกปลักในร่องน้ำที่ยังพอเหลือน้ำอยู่เพื่อผ่อนคลายความร้อนจากเปลวแดด

รวงข้าวสีเหลืองอร่ามที่กำลังเริ่มจะสุกพร้อมรอเกี่ยว ถูกลมพัดให้ไหวลู่ไปตามแรงลม บางช่วงถูกลมพัดหักจมอยู่ในน้ำเป็นวงกว้างเสียงปลาน้อยใหญ่ขึ้นฮุบเหยื่ออยู่กลางป่าข้าวเสียงดังจั๊บๆ ก่อนที่ยายจะไล่ควายขึ้นจากร่องน้ำกลับไปทุ่งโล่งที่พอมีร่มไม้ให้ควายได้นอนพักผ่อนคลายร้อนในช่วงบ่ายๆ บางตัวที่ถูกนำมาผูกไว้ก่อนหน้านี้ นอนเคี้ยวเอื้องน้ำลายไหลย้อยหลับตาปริบๆ สะบัดใบหูพั่บๆไล่แมลงที่มาไต่ตอม หางก็สะบัดอยู่ไม่ขาดระยะ

อีกฟากของท้องทุ่งลุงสีกำลังก้มๆเงยๆ หลังสะพายข้องใบใหญ่ ในมือถือเสียมใส่หมวกปีกที่จักด้วยตอกไผ่ ผุแหว่งไปบางส่วนแต่ก็ยังพอช่วยป้องกันไอร้อนจากแดดแรงในยามบ่ายไม่ให้มากระทบใบหน้าจนพร่าเลือน เสื้อที่ใส่ก็เก่าขาดจนมองเห็นแผ่นหลังที่ดำเมี่ยม แต่ดูเหมือนว่าไม่เป็นปัญหาสักเท่าใดนักกับผู้เป็นเจ้าของ แกตั้งหน้าตั้งตาหาจับปูนาตามท้องร่องที่พอจะมีน้ำตื้นๆ ร่องน้ำข้างๆ นั้นป้าเขียวลงไปงมหอยตามริมตลิ่ง แล้วหย่อนลงในถังพลาสติกสีดำใบเล็กที่เอาลอยตามน้ำมาด้วย

หลานสาวตัวน้อยของแกเดินอยู่บนคันตามมาไม่ห่าง บางช่วงนึกสนุกก็ก้มลงเก็บก้อนหินเล็กๆ ปาลงน้ำเสียงดังจ๋อมแล้วก็กระโดดโลดเต้นดีใจไปตามประสา ภาพประทับของแม่หนูน้อยในยามที่เธอตื่นขึ้นมาก็คือยายจะพาเดินออกมาหาหอยหาปู เก็บผักตามท้องทุ่งอยู่เป็นประจำ

สำหรับวันนี้ ดูเหมือนป้าเขียวจะพอใจกับสิ่งที่เก็บหาได้แล้วจึงเลิกงมหอยหันมาง่วนอยู่กับการเก็บผักบุ้งที่แทงยอดอ่อนสีขาวทอดยอดยาวไปตามผิวน้ำรวมไปถึงผักกระเฉดน้ำนั้นด้วย สายตาของหญิงชราชำเลืองมองดูหลานสาวตัวน้อยที่กำลังกระโดดโลดเต้นอยู่ริมคันด้วยความกลัวว่าหลานน้อยจะพลัดตกลงไปในน้ำ แต่หลานเล็กก็ยังร่าเริงดีอยู่ ป้าเขียวล้างผักต่างๆที่เก็บหาได้ในน้ำ แล้วก็เดินขึ้นมาพร้อมกับถังพลาสติก พาหลานสาวกลับบ้านไป อีขาววิ่งนำหน้าฝ่าพงหญ้าที่ขึ้นอยู่สองฟากฝั่งของคันนา หลายตัวน้อยวิ่งตามไป ภาพน่ารักน่าเอ็นดูเช่นนี้มีความหมายสำหรับหญิงชรา นอกจากอีขาวที่อยู่เป็นเพื่อนแก้เหงาแล้วยังมีความน่ารักและความสดใสของหลานสาวตัวน้อยๆ ไว้คอยยาใจในยามที่แก่ชราใกล้ฝั่งให้ผ่านวันคืนไปได้พร้อมกับรอยยิ้มขึ้นมาบ้าง

ถึงแม้จะไม่ได้รับความสนใจใยดีจากลูกๆ ของแกเลยก็ตาม

เรื่องจาก นิตยสาร ฅ.คน ปีที่ 3 ฉบับที่ 27 ประจำเดือนมกราคม 2551
ภาพประกอบจาก pixabay

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

เจ้าตัวโตผู้เกิดมาเป็นคุณหลวง

ครั้งหนึ่งในชีวิตของ พนม ช่อจันทร์