ริมแม่น้ำแห่งการเริ่มต้น | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

มีน้องๆเขียนอินบ๊อกซ์มาถามผมว่า ผมทำสวนริมแม่น้ำด้วยรูปแบบ ด้วยหลักการอย่างไร บนเนื้อที่กี่ไร่ นอกจากตอบสนองความสุขส่วนตัวแล้ว มันสามารถดำรงชีวิตได้จริงๆหรือ

คำถามนี้คล้ายๆกันกับที่มีผู้ถามที่ สวทช. เมื่ออาทิตย์ก่อนที่ถูกเชิญไปเล่าเรื่องสวน คล้ายๆมีความสงสัยร่วมกันว่า ผมทำสวนเสมือนงานอดิเรก เงื่อนไขและปัจจัยของผมต่างจากเงื่อนไขและต้นทุนของเกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศ ผมทำได้เพราะใช้เงิน แต่เกษตรกรหรือผู้ที่จะเริ่มต้นซึ่งไม่ได้มีต้นทุน มีที่ดิน มีเงินทองสามารถใช้จ่ายได้อย่างผม จะทำอย่างผมเป็นไปได้ยาก

วันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้เล่าสู่กันฟัง ถือเป็นการย้ำทวนตัวเองไปด้วย อยากบอกว่าตามความเข้าใจที่ถามมานั้นถูกแล้ว แต่ถูกเพียงแค่ส่วนเดียวและเป็นส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญ

ผมใช้เงินพอสมควรในการซื้อที่ดินราวๆ 20 ไร่ ปรับแต่งภูมิทัศน์ วางผัง ทำถนน วางระบบน้ำ สร้างถาวรวัตถุ ซื้อต้นไม้ ปุ๋ย วัสดุ อุปกรณ์ รวมทั้งจ้างคนงาน และทำโน่นทำนี่อีกสาระพัด ซึ่งจริงๆว่าไปแล้วปีเศษๆ นี้มีแต่ตัวเลขรายจ่ายที่ไม่สมดุลกับรายรับ ถ้ามองในแง่นี้ถูกต้อง


แต่อยากเรียนว่า เพราะผมไม่ได้เปลี่ยนมาทำอาชีพเกษตรกรหรือประกอบธุรกิจการเกษตร หรือปลูกต้นไม้ไว้ถ่ายรูปลงเฟสบุคตามเทรนด์ แต่ผมกำลังสร้างส่วนหนึ่งของเป้าหมายชีวิตในอนาคต นั่นคือ สร้างที่สัปปายะของชีวิตบั้นปลาย คือทำที่อยู่เพื่อตายว่างั้นเหอะ ผมจึงทำมากกว่าแปลงเกษตร นั่นคือทำให้มันน่าอยู่ดูดีหน่อย แต่ก็วางจุดยืนไว้ชัดเจนว่า ไม่ได้ทำรีสอร์ท ยังคงยึดแนวทางเกษตรพอเพียง ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง โดยมีเป้าหมายคือ พึ่งตัวเองในปัจจัย 4 ให้ได้มากที่สุด

เรียลลิตี้ของผมคือถ้าวันหนึ่งไม่มีเงิน ไม่มีไฟฟ้า ประปา ไม่มีรถพุ่มพวงเข้ามา ผมจะอยู่ได้โดยพึ่งตัวเอง 100% ได้มั้ย ตัณหาผมอยู่ตรงนั้น ผมจึงวางแผน ลงมือคิด ลงมือทำ ทีละขั้นทีละตอน ทีละก้าว ตามเงื่อนไขอำนวย ไม่รีบไม่ร้อน แต่ก็ไม่เฉื่อยไม่แฉะ ทำแทบทุกอย่างแบบบ้านๆกันเองกับคนงานและน้องนุ่งที่ไปกับผมได้ ยกเว้นบ้านช่อง ถนนหนทาง ระบบโซลาร์เซลล์ รถขุด รถไถ ก็ต้องจ้างวานเป็นธรรมดา นี่ประการหนึ่ง

อีกประการหนึ่งที่สำคัญมากก็คือ ผมทำมันเป็นโรงเรียน ที่มีผมเป็นนักเรียน ด้านหนึ่งคือผมกำลังเริ่มต้นเรียนรู้วิชาของพ่อ จากการลงมือทำหรือที่เขาพูดกันว่าปฏิบัติบูชา เพราะฉะนั้นเป้าหมายของผมจึงไม่ใช่เพื่อยังชีพ แต่เพื่อหายโง่ รู้จริง ทำได้ ไม่ใช่ไปฟังสัมมนา อ่านหนังสือ ดูทีวี ท่องจำมาเป็นนกแก้วนกขุนทอง แต่มือไม่เคยจับจอบ เหงื่อไม่เคยออก ปัญหาไม่เคยแก้ ผมลงทุนสร้างเรียลลิตี้ที่มีผมเป็นทั้งผู้แสดงและผู้กำกับ ผมอยากเล่น ผมจัดมันทั้งหมดเพื่อให้ผมได้เล่น แต่ไม่ได้เล่นเล่นๆ เล่นจริงๆ ซึ่งข้อนี้นอกจากผมจะเป็นนักเรียนแล้ว ผมเป็นครูร่วมกับสารพัดครูด้วย แต่สุดท้ายผมตัดเกรดเอง สอบได้สอบตกอยู่ที่ตัวผมเอง รู้อยู่แก่ใจตัวเอง เป็นปัจจัตตังจริงๆ

ซึ่งข้อนี้ผมประเมินตัวเองแล้ว ปีเศษๆที่ผ่านมาความจริงจะหลับหูหลับตาให้ผ่านขึ้น ป.1 ก็ไม่มีใครว่า แต่บอกแล้วว่ารู้แก่ใจจึงขอให้ตัวเองซ้ำชั้นอนุบาลอีกปีนึง เรื่องปณิธานและความเพียรนั้นใช้ได้แล้ว แต่อวิชชาและมิจฉาทิฐิมากอยู่ ในสมุดรายงานเขียนไว้อย่างนั้น

ทีนี้มาถึงประเด็นว่า แล้วถ้ามันหวังกินหวังอยู่กับแนวคิดนี้มันอยู่ได้ เลี้ยงชีวิตได้จริงๆหรือ ผมตอบเลย อยู่ได้ อยู่ได้ดีมีคุณภาพเสียด้วย ขอให้ทำข้างในให้ชัด โดยเฉพาะเรื่องความพอเพียง แล้วทำข้างนอกรู้ให้แจ้ง เพียรให้จริงอย่ามีข้ออ้างตามความเห็นฉัน ประการนี้ไม่ต้องมาดูผม ไปดูคนที่เขาใช่กว่าผม ไม่ต้องเดินทางไปดูที่ไหน แค่เสริชดูในยูทูป ก็ดูกันไม่หวาดไม่ไหว โดยเฉพาะเรื่องแรก คือเรื่องพอกินหรือพึ่งพาตัวเองได้ในเรื่องอาหาร มีอาหารที่ดี มีคุณภาพ ปลอดภัย ทำได้ไม่ยาก ขอแค่ทำ

สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นโดยไม่มีต้นทุนความรู้และที่ดิน ถ้าฝันเห็นไร่เห็นฟาร์มก็ต้องขวนขวายสร้างเหตุปัจจัยเอา แต่ผมคิดว่าถ้ามองดินเป็นแค่จานอาหาร ต้นไม้ไม่ได้กินจาน แต่กินอาหารที่ใส่ในจาน ก็ทำอะไรได้ไม่น้อยอยู่ เพราะต้นไม้มีหลายประเภท หลายขนาด จานหรือภาชนะที่จะใส่อาหารให้ต้นไม้กินนั้นก็มีหลายประเภท หาได้ไม่ยาก ที่ทิ้งกันเกลื่อนกลาดก็มี แต่สำคัญคือคนที่มีที่ดินหรือมีเงื่อนไขที่จะทำได้แต่ไม่ได้ทำ ผมคิดว่าน่าเสียดาย เวลา โอกาสและทรัพยากรที่ถูกทิ้งไว้สูญเปล่า ทำทิ้งๆไว้ได้ทั้งชีวิตต้นไม้และชีวิตตัวเอง 

ประการสุดท้ายที่เป็นเป้าหมายของผม คือการขูดกิเลสและฝึกตน หรือพูดให้เท่คือยกระดับจิตวิญญาณ ตั้งแต่เบื้องต้นสุดคือการสร้างอิทธิบาท 4 ให้เกิดแก่ตนเอง ไปจนถึงการเจริญกาย เจริญสติ เจริญจิต เจริญใจ เจริญปัญญา ซึ่งทำไปแล้วเจริญบ้าง ยังไม่เจริญบ้าง วันนี้เจริญพรุ่งนี้ไม่เจริญบ้าง  กิเลสตัณหายิ่งเพิ่มบ้าง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ได้เห็นความเคลื่อนไหวของจิตใจตลอดเวลา มีสติก็รู้ ไม่มีสติก็รู้ โดยเฉพาะกับความไม่ได้ดั่งใจทั้งหลาย

จะอย่างไรก็สุดแท้แต่ ที่แน่ๆคือ เมื่อเลี้ยงเป็ดก็มีไข่เป็ดกินแน่ๆ เมื่อปลูกต้นไม้ๆที่ปลูกไว้ก็โตขึ้นแน่ๆ ถึงแม้จะไม่ทั้งหมด  และโตแบบมีคุณภาพน่าพอใจบ้าง ไม่น่าพอใจบ้างก็ตาม ที่สำคัญสำหรับคนที่ลงมือทำไม่มีใครยิ่งทำยิ่งไม่รู้

เหล่านี้คือเป้าหมายของการเริ่มต้นและเหตุผลส่วนตัว  ถ้าจะอยากรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ก็ต้องตามดูกันไปยาวๆ

- ONLINE TVBURABHA -

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เจ้าตัวโตผู้เกิดมาเป็นคุณหลวง

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

เมื่อพระสหายแห่งสายบุรี คิดถึงในหลวง