มิตรภาพใหม่บนโลกใบเดิม | ศ.ภูวิภาส

วันที่ฉันเกิด เป็นวันฝนกต แม้อากาศชุ่มฉ่ำ แต่ฉันก็ไม่ชอบเอาเสียเลยกับฤดูที่มีแต่ความเปียกชื้น ยามจะออกไปไหนมาไหน ท้องฟ้าก็ดูหม่นเศร้า ข้าวของนับวันจะมีราคาแพงขึ้น แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ก็ไม่อาจทำให้เสียงสรวลเสเฮฮา ณ วงกาแฟแห่งนี้ลดลง

บางทีเรื่องข้าวยากหมากแพงดูจะเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเสียแล้ว เมื่อการเมืองทำให้ผู้คนแยกเป็นสองฟาก เหมือนกับบรรยากาศกลางตลาดในตัวเมืองเล็ก ที่มีร้านกาแฟเก่าแก่เป็นศูนย์กลาง

ร้านกาแฟโบราณร้านนี้เป็นศูนย์รวมของผู้มีปัญญาทั้งหลาย แน่นอนว่าเขาและเธอเหล่านั้นมาเพื่อดื่มกาแฟ และแลกเปลี่ยนทัศนะในบรรยากาศอวลกรุ่นกาแฟหอม โดยมีป้าทองคำ สาวใหญ่ใจดีเป็นเจ้าของสมาคม


ป้าทองคำประกาศตนเองชัดเจนว่านิยมฝ่ายใดทางการเมืองจนเป็นที่รับรู้ ลูกค้าในร้านของป้าจึงล้วนเป็นคนในฝักฝ่ายเดียวกันเมื่อผสานเข้ากับความเป็นคนแก่ใจดี แกจึงได้ใจของผู้คนไปอีกมากมาย ถัดจากร้านของป้าทองคำไปสองคูหา เสียงหม้อน้ำซุปกระดูกไก่เดือดปุดๆ กระแทกกระทั้นกระทบฝาหม้ออะลูมิเนียมดังแข่งกับเสียงพูดคุยราวนกกระจอกแตกรัง

น้ำซุปในหม้อเดือดพอๆ กับอารมณ์เจ้าของร้าน หลายครั้งที่ใครต่อใครที่ผ่านไปมาย่นคอหดหัวเหมือนเต่า กลัวของแถมจากหม้อต้มซุปร้านข้าวมันไก่เจ้าดังหล่นใส่ ตรงกลางระหว่างร้านกาแฟโบราณ และร้านข้าวมันไก่นั้นเป็นคลินิกรักษาโรค คนป่วยที่ต้องมารอหมอจำเป็นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หากไม่อยากได้อาการเจ็บป่วยเพิ่มอย่างไม่คาดฝัน

"ผลเลือกตั้งออกมาก็เห็นอยู่แล้วว่าชนะใส ไม่พอใจอะไรนักกันหนา"
เสียงทายาทรุ่นปัจจุบันร้านข้าวมันไก่ดังขึ้น ก่อนจะสับไก่ปังอย่างมีอารมณ์

"แก่ๆ แล้วทั้งนั้น ทำไมไม่ไปนั่งเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานอยู่กับบ้านกันว้า"

เสียงพูดไม่รื่นหูดังต่อ แต่หามีสายตาคู่ใดใส่ใจจะร่วมสนทนาด้วย เจ้าตัวขมวดคิ้วมุ่น ก้มหน้าก้มตาอยู่กับไก่ต้มตรงหน้าอีกครั้ง

ฉันมาพบหมอที่ร้านนี้ประจำ เพราะคุณหมอเจ้าของคลินิกกลางศึกแห่งนี้รักษาและดูแลฉันมาตั้งแต่ยังเล็ก  มาบ่อยเข้าก็เคยชินไปกับความครื้นเครงเฮฮาของร้านกาแฟโบราณ และร้านข้าวมันไก่ สำหรับฉันมันทำให้เมืองเล็กๆแห่งนี้ดูไม่น่าเบื่อ

การมาหาหมอแต่ละครั้งมันก็มีรสชาติ คนไข้รอตรวจมักจะหันไปมองซ้ายบ้างขวาบ้าง มองดูแล้วเหมือนเวทีมวยขนาดย่อม แต่ที่น่าแปลก็คือ นักมวยบนเวทีนี้เป็นมวยคนละรุ่น และคนละสไตล์ฝ่ายหนึ่งเดินหน้าตะบันคู่ชกลูกเดียว แต่อีกฝ่ายอาศัยใช้ชั้นเชิงหลบเลี่ยงไปมาเท่านั้น ไม่มีหมัดสวน แต่กระนั้น ถ้าเลือกได้ ฉันก็ขอเลือกนักมวยรุ่นเก๋า ฝั่งเจ้าของร้านกาแฟโบราณมากกว่า ถึงสิริอายุรวมกันร่วมพันปี แต่สมาชิกสมาคมกาแฟแห่งนี้ก็มีชั้นเชิง

ฉันแอบรักและนับถือป้าทองคำ ชอบที่แกยืนหยัดขายกาแฟไปปกป้องอุดมการณ์ไปด้วย จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม สี่ ห้า ...แล้วต่อๆมา จนผู้คนรู้ว่า หากวันใดที่พบกับความเปลี่ยนแปลงของระบบอันเคยคุ้น ทุกคนจะมาขอไออุ่นจากกาแฟร้อน ได้ที่นี่เสมอแม้ฉันจะเปิดร้านขายกาแฟเช่นเดียวกับป้าทองคำ แต่ฉันเองต้องยอมรับว่า ชื่นชมระคนอิจฉาในมิตรภาพของครอบครัวคนรักกาแฟของแกไม่ได้

ร้านกาแฟของฉันเปิดมาใด้เพียงสามปี เทียบกับร้านของป้าที่เปิดมาตั้งแต่ฉันยังจำความไม่ได้ มีลูกค้าตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ถึงรุ่นลูก ลูกโตก็ซื้อกลับไปให้พ่อแม่ต่อไป ป้าทองคำจึงเป็นเจ้าของตำนานกาแฟตัวจริงประจำเมือง

สำหรับอีกฝ่ายที่ประกาศตัวยืนตรงข้ามกับป้าทองคำนั้นมาพร้อมกับกระแสโลกที่เปลี่ยนไป ชายเจ้าของร้านข้าวมันไก่รุ่นที่สองนี้ ไม่เคยเข้าใจถึงระบบสังคมอันงดงาม ที่ครั้งหนึ่งคนรุ่นพ่อเจ้าของร้านข้าวมันไก่รุ่นบุกเบิก ได้พยายามรักษาไว้

"น้องๆ ของพี่ข้าวหมูแดง ยังไม่ได้" ลูกค้าชักเริ่มอารมณ์เสีย

"อ้าวพี่ ตามคิวสิครับ" ชายเจ้าของร้านข้าวมันไก่ใส่อารมณ์

"ก็เห็นน้องทำไปด่าร้านกาแฟข้างๆไป แล้ววันนี้พี่จะได้กินไหมล่ะครับ"
"ก็ผมบอกตามคิวไง พี่ฟังไม่รู้เรื่องเหรอ ผมว่าผมพูดดีที่สุดแล้วนะ ถ้าพี่รอไม่ได้ก็เชิญครับ"

ชายหนุ่มเจ้าของร้านข้าวมันไก่หันมาใช้นิสัยนักเลงเก่า แต่ไม่ช้าเกินสิ้นเสียง เขาก็มีอันต้องลงไปกองอยู่กับพื้นด้วยหมัดเน้นๆของลูกค้าตัวสูงใหญ่

"ไอ้นี่ คนเขายืนรอกันยาวเหยียด ถ้าเขาไม่นิยมชมชอบพ่อเอ็งมานาน จ้างเขาก็ไม่รอกินข้าวฝีมือนักเลงเก่าหัวไม้อย่างเอ็งหรอกไอ้ลูกหมา" เท้าขวายังเล็งไปที่จุดศูนย์กลางเต็มเหนี่ยว

"เดี๋ยวๆ ไอ้หนู ป้าขอเถอะ"
เสียงป้าทองคำร้องห้าม โบกไม้โบกมือมาแต่ไกล
"หลานชายป้าเอง ปากมันเร็วแบบนี้แหละ อย่าไปถือมันเลยนะลูก มานี่มา ป้าทำอะไรอร่อยๆ ให้ดื่ม ให้สบายใจ" ศึกนอกสังเวียนครั้งนั้นจึงยุติลงไปด้วยฝีมือป้าคู่ปรับ เหตุการณ์ในวันนั้นป้าทองคำแกก็ไม่ได้ทำอะไรมาก ฉันคิดว่า แกพยายามมองข้ามบางสิ่งไป เพื่อรู้จักกับอีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนไม่เคยเข้าใจหรือมองเห็นนั่นก็คือ การให้อภัย 

และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ฉันไม่เคยเห็นเจ้าของร้านข้าวมันไก่พูดจากวนประสาทใครอีก ที่ดูจะเหนือความคาดหมายก็คือ  ในร้านข้าวมันไก่ มีเมนูกาแฟโบราณร้านป้าทองคำติดอยู่ทุกโต๊ะ ซึ่งนั่นก็ได้เพิ่มรายได้ให้ป้าแกอีกทางหนึ่ง

ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าการให้อภัยเปลี่ยนโลกได้ มันอาจไม่ใช่โลกทั้งใบที่เปลี่ยน หากแต่เป็นโลกใบเล็กๆ ภายใต้กลิ่นกาแฟ โลกที่ปรารถนาให้ใจหลายดวงที่เปียกปอนในวันล้ารวมเป็นหนึ่งในเร็ววัน โลกที่รวมเอาโลกของเขาและเธอเป็นโลกของเราในที่สุด

เรื่องจากนิตยสาร ฅ.คน ปีที่ 3 ฉบับที่ 11 กันยายน 2551 (ผลงานจากทางบ้าน)
ภาพประกอบจาก pixabay

- ONLINE TVBURABHA - 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย

การเตรียมตัวของชีวิต | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

ได้ชีวิตใหม่ในวันรับเสด็จ ยายชุบ สามร้อยยอด