ปล้น | เผ่าศักดิ์ ผ.

บ่ายแก่ๆของวันพุธ บรรยากาศในธนาคารค่อนข้างเงียบเหงา มีลูกค้ามาใช้บริการบางตา พนักงานรักษาความปลอดภัยยืนหาวเอามือป้องปากอยู่ข้างประตู

มีลูกค้าเดินเข้ามาในธนาคารอีก 2 คน เป็นชายหนุ่มอายุราวๆ 30 ปี ใส่กางเกงสีน้ำเงิน เสื้อยืดสีขาวสวมทับด้วยเสื้อแจ๊กเก็ตสีน้ำเงิน ลักษณะเหมือนพนักงานรับ-ส่งเอกสารของบริษัททั่วไป อีกคนใส่ชุดซาฟารีสีเทา อายุราวๆ 40 ปี ทั้งสองเดินไปที่โต๊ะเขียนแบบฟอร์มฝาก-ถอนเงินเหมือนกับลูกค้าทั่วไป จึงไม่เป็นที่สนใจของพนักงานธนาคารและพนักงานรักษาความปลอดภัย

ทันใดนั้น ชายคนแรกก็ได้วิ่งไปที่เคาน์เตอร์ให้บริการพร้อมกับควักปืนในกระเป๋าออกมา ขณะเดียวกัน ชายอีกคนก็วิ่งไปที่พนักงานรักษาความปลอดภัย และชักปืนขึ้นมาจ่อที่ศีรษะพร้อมกับตะโกนเสียงดัง

"นี่คือการปล้น ยกมือขึ้น"
"หมอบลงกับพื้นและก้มหน้า"
พนักงานรักษาความปลอดภัยรีบทำตามคำขู่ จากนั้นชายคนแรกก็กระโดดข้ามเคาน์เตอร์และเก็บเงินในลิ้นชักใส่กระเป๋าอย่างชำนาญโดยเลือกเพียงธนบัตรปึกละแสนบาทเพื่อความรวดเร็ว จากนั้นทั้งสองก็วิ่งออกจากธนาคารไป

ธนดลนั่งรอลูกค้าอยู่ในเคาน์เตอร์ของธนาคาร ขณะนั้นยังไม่มีลูกค้ามาใช้บริการ จึงทำให้พอมีเวลาเล็กน้อยให้หยุดพัก เขาใจลอยไปถึงรายจ่ายของเดือนนี้ที่เกินรายได้ไปเกือบสองหมื่นบาท คงต้องไปขอกู้จากนายทุนข้างบ้านเช่า และยอมเสียดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อเดือน  บัตรเครดิตที่มีอยู่ 5 ใบ ก็ขอขยายจนเต็มวงเงินแล้ว จะขอผลัดหนี้กับเจ้าของโต๊ะบอลก็ไม่ได้เพราะเลื่อนมาหลายครั้งแล้ว มันน่าเจ็บใจนัก ไม่น่าไปทุ่มพนันบอลคู่นั้นเลย คิดแล้วก็น่าสมเพชตนเอง วันๆ นับเงินผ่านมือหลายแสนบาท แต่จะหาเงินไปใช้หนี้สักสองหมื่นบาทมันช่างยากเย็นแสนเข็ญ

บ้านที่เช่าอยู่ เจ้าของก็จะขึ้นค่าเช่าอีก นี่ถ้ามีเงินสักก้อนไปดาวน์อพาร์ทเมนท์ก็คงจะดี จะได้เอาเงินค่าเช่าไปผ่อนได้ พลันความคิดก็ต้องสะดุดลงเมื่อมีเสียง

"นี่คือการปล้น ยกมือขึ้น"  


เช้านี้อากาศสดใส ลมทะเลพัดเอื่อยๆ เสียงคลื่นดังแว่วอยู่ไกลๆ ธนดลในชุดลำลองกางเกงขาสั้นสีขาว เสื้อเชิ๊ตฮาวายสีสดใสกำลังนอนเล่นอยู่บนเตียงผ้าใบหน้าโรงแรมใหญ่แห่งหนึ่งในอำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขามาพักที่นี่ได้หลายวันแล้วหลังเหตุการณ์ปล้นธนาคาร เขาขอลาพักร้อน โดยอ้างว่าตกใจและเครียดกับเหตุการณ์ดังกล่าว

หลังจากใช้หนี้เจ้าของโต๊ะบอลแล้ว ยังเหลือเงินอีกก้อนหนึ่งเขาตั้งใจจะเอาไว้ดาวน์อพาร์ทเมนท์ แต่ตอนนี้ขอหลบอยู่ที่นี่สักพักเพื่อหลบเลี่ยงการถูกสอบถามบางอย่าง

ขณะนอนหลับตาฝันเฟื่องถึงอนาคตอยู่นั้น ก็มีเสียงดังจากข้างหลัง 

"คุณธนดลใช่ไหม"

เสียงถามห้วนๆ ทำให้เขาลืมตาด้วยความสงสัย เจ้าของเสียงเป็นพนักงานตำรวจที่มายืนอยู่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขาตกใจพร้อมกับลุกขึ้นยืน แต่ก็มีตำรวจอีกสองนายจากด้านหลังเข้ามาคว้าแขนเขาไว้

ในห้องสอบสวนของสถานีตำรวจ ธนดลถูกใส่กุญแจมือทั้งสองข้างนั่งอยู่ที่โต๊ะ ฝั่งตรงข้ามมีผู้จัดการธนาคารของเขาและชายอีกสามคนที่เขาไม่รู้จักนั่งอยู่ด้วย โดยมีตำรวจชุดที่ไปจับกุมเขายืนคุมอยู่ข้างหลัง

"เรามีหลักฐานว่า พวกที่ปล้นธนาคารหยิบเงินในลิ้นชักคุณไปหกแสนบาทเท่านั้น" ผู้จัดการธนาคารยืนยัน

"ไม่จริงครับ เงินถูกหยิบไปแปดแสนจริง" ธนดลยังปฏิเสธ

"งั้นคุณดูนี่" ผู้จัดการพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปกางโน้ตบุคและกดปุ่มเล่นดีวีดี

พลันปรากฏภาพด้านหน้าธนาคาร มีชายสองคนซึ่งเขาจำได้ว่าเป็นพวกปล้นธนาคารในวันนั้นวิ่งออกมาจากธนาคาร และเข้าในในรถตู้คันหนึ่งที่จอดอยู่ ภาพวิดีโอตัดไปเป็นภายในรถตู้ ชายสองคนที่ปล้นธนาคารยกกระเป๋าใส่เงินขึ้นและเทเงินออกมา เป็นเงินปึกละแสนบาท จากนั้นจึงเอาเงินมาวางเรียงกันนับได้หกปึก

ขณะที่ธนดลยังไม่หายงงกับภาพในวิดีโอว่าได้มาอย่างไร ประตูหน้าห้องสอบสวนก็เปิดขึ้น ชายสองคนซึ่งเป็นพวกปล้นธนาคารก็เดินเข้ามา

ผู้จัดการธนาคารจึงพูดขึ้น "นี่คุณสมบัติ และคุณสมชายเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและรักษาความปลอดภัยของสำนักงานใหญ่ การปล้นธนาคารที่เกิดขึ้นเป็นการจัดฉากเพื่อทดสอบระบบรักษาความปลอดภัยและการปฏิบัติตัวของพนักงานเมื่อเกิดเหตุในวิดีโอเป็นการนับเงินต่อหน้าผู้จัดการแผนก 3 คน ซึ่งนั่งอยู่ข้างผมนี่ เงินที่นับได้เป็นธนบัตรปึกละหนึ่งแสนบาท ทั้งหมดหกปึก

"เราสอบถามพ่อและแม่ของคุณแล้ว คุณเอาเงินสดไปฝากเขาไว้หนึ่งแสนห้าหมื่นบาท คุณเอาเงินจำนวนนั้นมาจากไหน"

ธนดลเงียบไปสักพักเพื่อทำใจยอมรับในความผิดที่เขาก่อ จากนั้นจึงพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"ผมแอบเก็บเงินไว้สองแสนบาทจากความชุลมุนหลังถูกปล้นจริงครับ แต่แจ้งยอดเงินว่าถูกปล้นไปแปดแสนบาท ผมรับสารภาพ"


เรื่องจาก นิตยสาร ฅ.คน ปีที่ 3 ฉบับที่ 11 กันยายน 2551 (ผลงานจากทางบ้าน)
ภาพประกอบจาก pixabay

- ONLINE TVBURABHA - 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

ครั้งหนึ่งในชีวิตของ พนม ช่อจันทร์

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย