ทำดีไม่ได้ดี | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

คืนวันหนึ่ง มีน้องคนหนึ่งเขียนอินบอกซ์มาหาผมว่า
เขากำลังสิ้นศรัทธาในความดี ขอให้ผมได้โปรดให้กำลังใจเขาหน่อย
นอกจากผมไม่ให้กำลังใจ และไม่ช่วยแก้ปัญหาแล้ว ผมยังสร้างปัญหาให้เขายิ่งขึ้นไปอีก
นั่นคือผมถามไปว่า ถ้าไม่ศรัทธาในความดีแล้วจะศรัทธาอะไร
เพราะผมคิดไม่ออกว่า "ความดี" มีปัญหาอะไรถึงกับให้คนที่เคยศรัทธาต้องถึงขั้นหมดศรัทธา
ความดีนั้น มันเคยดียังไงมันก็น่าจะดีของมันอยู่อย่างนั้น ที่มีปัญหาจึงไม่น่าจะใช่ความดี

ถ้าอย่างนั้น อะไรกันแน่ที่มีปัญหา?

ความดีที่เขาทำคือการออกไปทำจิตอาสา มอบของหรือสร้างสิ่งสาธารณะประโยชน์ให้กับเด็กๆ โรงเรียน
ชุมชน หรือเจ้าหน้าที่ ในเขตป่าเขา แนวๆที่เรามักจะเห็นพวกชาวออฟโรดเค้าทำกันอะไรประมาณนั้น 
ทำความดีไป แคมป์ปิ้ง ใช้ชีวิตไป ปีละ 2-3 ครั้ง ในฤดูกาลที่เหมาะสมลงตัว ส่วนที่เที่ยวกางเต้นท์นอน เปลี่ยนที่กินเหล้านั้นต่างหาก ไม่นับรวม


งานของเขาเป็นงานโรงงาน ที่เดินเครื่อง 24 ชั่วโมง ปีละ 365 วัน และเขาทำงานอยู่แผนกช่างซ่อมบำรุง

การเข้าป่าของเขาในแต่ละครั้งใช้เวลาอย่างน้อย 4-5 วัน ซึ่งแน่นอนโรงงานไม่ได้หยุดตาม
เมื่อเป็นเช่นนี้ในนามของการทำความดีหรือหน้าที่เพื่อเพื่อนมนุษย์ ก็น่าจะไม่สอดคล้องหรือขัดผลประโยชน์กับหน้าที่ของงานแลกเงินไม่มากก็น้อย

จับใจความจากที่ได้มีโอกาสสนทนากันผ่านๆก่อนหน้าเขาจะระบายความทุกข์ เหมือนกับเขาจะได้รับความขุ่นเคืองใจจากหัวหน้างานอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ได้แก้ไขหรือสร้างเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงให้มันดีขึ้น ยังคงปฏิบัติความดีที่สร้างความบกพร่องต่องานอาชีพอยู่เช่นเดิม และดูออกจะมีความภาคภูมิใจในการสร้างการรับรู้ต่อสาธารณะในความเป็นคนแบบนั้น หรือลำพองในอัตตาตัวตนเช่นนั้นอยู่ไม่น้อยด้วยซ้ำไป

ผมมารู้ภายหลังว่า เรื่องของเรื่องก็คือ เขาเกิความน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกตำหนิและเห็นการยกผู้อื่น(ซึ่งเขาคิดว่าไม่ได้ดีไปกว่าเขาหรือเขาไม่มีอะไรด้อยกว่า) ให้ดีกว่า แล้วพาลน้อยอกน้อยใจไปว่า การทำความดีของเขา ไม่ส่งผลดีต่อหน้าที่การงานหรือทำดีไม่ได้ดีจนเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันถูกโปรโมทขึ้นไปเป็นระดับหัวหน้ากันหมดแล้ว เขายังเป็นช่างกินเงินเดือนสองหมื่นกว่าบาทอยู่เหมือนเดิม

ความจริงเขาอาจลืมไปว่า สิ่งที่เขาออกไปทำดีด้วยความตั้งใจดีต่อผู้ด้อยโอกาส นั้นก็ดีในตัวของมันเองอยู่แล้ว ดีทั้งกับฝ่ายผู้รับและตัวเขาซึ่งเป็นผู้ให้ ดีทั้งในแง่ประโยชน์ใช้สอยของสิ่งที่เขาไปมอบ ไปทำ และในแง่ของบุญกุศล ความสุข ความปิติในจิตใจ ตามที่เขาประสงค์ทุกประการ

แต่ก็ไม่แน่เสมอไปว่าทุกคนจะเห็นดีด้วย หรือเกิดความพึงพอใจเหมือนกับที่เขาอยากให้เป็น อาจมีคนเฉยๆ อาจมีคนอยากได้ดีกว่านั้น อาจมีคนพอใจบางอย่าง ไม่พอใจบางอย่างฯ ถึงที่สุดแล้วความคาดหวังต่อผลของการทำความดีไม่ว่าผลที่เกิดขึ้นกับตัวเองหรือผู้อื่นอาจเป็นคนละเรื่องกันกับตัวความดีที่เรากระทำ.....นั่นคือไม่สามารถควบคุมหรือกำหนดได้ ในข้อนี้ธรรมในหมวดพรหมวิหารจึงมีเรื่องของอุเบกขาซึ่งเป็นตัวปัญญากำกับอยู่

ในมุมมองของผมเป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจได้ไม่ยาก เมื่อทำเหตุในหน้าที่การงานบกพร่อง ผลที่ได้รับตอบแทนก็ไม่น่าจะเท่ากับคนที่เขาทำได้ดีกว่า แม้นคนเหล่านั้นจะบกพร่องในหน้าที่ต่อสิ่งอื่นก็ตาม ยิ่งมีความถือตัวถือตนอย่างแข็งตัว ไม่ตรวจสอบและแก้ไขในส่วนนี้ ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้รับความดีความชอบในหน้าที่การงานในแบบที่ตัวเองคาดหวัง

ทุกอย่างก็ถูกต้องดีแล้ว สิ่งที่ไม่ถูกต้องน่าจะเป็นความเห็นของตัวเขามากกว่าที่เอาสองเรื่องมาปะปนกัน แล้วสรุปว่าตัวเองทำดีไม่ได้ดี กระทั่งเลยเถิดพาลมีอคติต่อความดี


- ONLINE TVBURABHA -

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย

การเตรียมตัวของชีวิต | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

ได้ชีวิตใหม่ในวันรับเสด็จ ยายชุบ สามร้อยยอด