มาร | สหภาพ ตรีศักดิ์

กระบะสีเขียวมรกตคันหรู วิ่งฝุ่นตลบบนเส้นทางลูกรังขรุขระอย่างช่ำชองชำนาญ พวงมาลัยลายไม้ถูกหมุนหักหลบซ้ายหลบขวา เพื่อหลบหลีกหลุมบ่อบนถนนขรุขระด้วยความคล่องแคล่ว ฝูงวัวผอมโซจนเห็นแนวกระดูกพันธุ์พื้นบ้านฝูงใหญ่ กระโดดแตกฝูงอย่างตื่นตระหนก กระบะสีเขียวมรกตถูกย้อมด้วยฝุ่นสีชาพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วไร้ความเห็นใจ ทิ้งไว้แต่เถ้าฝุ่นตลบฟุ้ง



อุ้งมือหยาบหนาตบปุ่มเกียร์โยกไปตามร่อง แป้นเหยียบคันเร่งถูกเหยียบจมมิด ฝูงม้านับร้อยพากระบะคันหรูพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างแรงและเร็ว

"อ่า รถใหม่นี่มันนิ่มและแรงดีจริงๆ" เขาชำเลืองสายตาไปที่เก๊ะลายไม้ก่อนจะเลือกหยิบแผ่นซีดีเพลงยัดใส่เครื่องเล่นยี่ห้อดัง เพลงเพราะๆในจังหวะกระชับจากนักร้องเสียงใสไร้การสะดุดและตกร่อง ช่างเป็นการเดินทางที่รื่นรมย์และสุดคุ้มจริงๆ

"นี่ถ้าได้ซิลลี่ฟูลอีกแผ่นละก็แจ่มเลย" เขาโยกตัวอย่างครึ้มใจ ปุ่มเร่งเสียงถูกกดเพิ่มระดับให้กระหึ่มก้องคันรถอย่างเมามัน กระจกใสอย่างดีขมุกขมัวด้วยผงฝุ่นถูกปรับลงช้าๆ ด้วยปุ่มเล็กๆ ข้างประตู อุปกรณ์ทันสมัยช่วยอำนวยความสะดวกสบายภายในรถสมัยนี้ ไม่ต่างจากการนั่งเครื่องบินแม้แต่น้อย

"ไอ้ควาย! ขับรถประสาอะไรวะ" เขาตะโกนออกนอกหน้าต่างอย่างหัวเสีย พลางหักพวงมาลัยหลบมอเตอร์ไซด์คันเก่าโกโรโกโส ที่โผล่ออกจากโค้งมาด้วยความเร็วปานผีพุ่งใต้

"ไอ้ควายดอยเอ้ย ลองเฉี่ยวโดนรถกูให้เป็นรอยเสียราคาล่ะก็ พ่อจะเอาเลือดหัวมาล้างรถซะให้ใหม่เอี่ยมเลยมึง"

หมู่บ้านแล้วหมู่บ้านเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า และปีแล้วปีเล่า เส้นทางสายนี้ก็ยังไม่เคยเปลี่ยนแปลง และลิ้มรสคำว่าพัฒนา คงเหมือนกับท่านผู้นำประเทศหลายๆ คนที่ไม่เคยจะพัฒนาสัจจะและสัญญาที่ให้ไว้กับผองชน แต่ก็ดีกว่าถนนลาดยางดำที่พลุกพล่านด้วยรถรา ผู้คน และด่านตรวจ ลองเหยียบให้จมแป้นนี้สิ พ่อมีหวังเรียกตรวจนั่นดูนี่ให้สิ้นเงินเปลืองทองอีก เผลอๆอาจถึงขั้นโดนคุกถูกตะรางให้สูญเสียอนาคตอนางออีก

กระบะคันหรูจอดนิ่งที่ริมลำธารเล็กๆ ข้างทางลูกรัง คราบฝุ่นดินถูกชะล้างสะอาดเอี่ยม สีเขียวมรกตกระจ่างตา อวดโฉมท้าทายเย้ยแดดระอุเดือด หยดน้ำเกาะจับตัวถังสีเขียวมรกตสะท้อนแดดระยิบระยับ ใบหน้าชุ่มเหงื่อมองกระบะคันงามอย่างชื่นชม

"มันช่างงามจริงจริ๊ง คุ้มแล้วกับค่าเหนื่อย และหยาดเหงื่อที่เสียไป คุ้มจริงๆ" รอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นตรงมุมปากสีคล้ำ ถังน้ำและเศษผ้าถูกโยนทิ้งข้างทางอย่างไร้ค่า เขาเปิดประตูเข้าไปนั่งบนเบาะหนังนุ่มถัดจากคนขับ แหงนหน้าใช้หัวพิงเบาะ ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำชั่วครู่ ก่อนจะเปิดเก๊ะเก็บของรื้อค้นข้าวของทิ้งลงถุงพลาสติกที่เตรียมมาอย่างใจเย็น

"มันจะเก็บไว้ทำซากอะไรนักหนาวะ ทั้งหวี ทั้งลิป ทั้งแป้งพับ ยังดีนะที่ไม่มีผ้าอนามัยเก็บไว้อีก พวกผู้หญิงนี่น่าเบื่อจริงๆ ชอบทิ้งข้าวของให้มั่วไปหมด เฮ้อ" เขาบ่นด้วยความรำคาญใจ ถุงใส่เครื่องสำอางถูกโยนให้ลอยไปตามกระแสน้ำ เขาก้าวไปประจำที่คนขับด้วยความกระหยิ่มลำพอง สองมือเขาสาละวนอยู่ภายใต้พวงมาลัยอย่างตั้งอกตั้งใจ ก่อนเครื่องยนต์เปี่ยมสมรรถนะจะครางกระหึ่มพร้อมที่จะพาพวกเขากระโจนทะยานตามใจปรารถนา

กระบะสีเขียวมรกตจอดนิ่งเด่นหราท่ามกลางรถกระบะนับสิบภายในบ้านไม้สักทรงไทยหลังใหญ่ ที่ตั้งตระหง่านเด่นหรูท่ามกลางแมกไม้ขุนเขา รั้วปีกไม้สักสูงท่วมหัวถูกตอกยึดด้วยตะปูเรียงเป็นแนว บ่งบอกถึงอาณาเขตที่มั่งคั่งท่ามกลางความล้าสมัยแห่งชนบทอย่างเย้ยหยัน

"ไงน้อง....เบียร์เย็นๆ แก้เหนื่อยสักแก้วไหม"
"ไม่เป็นไรครับเสี่ย..เสร็จธุระแล้วผมจะรีบกลับเลย งานข้างหลังยังมีอีกเยอะอยู่ครับ" เขาปฏิเสธเสี่ยอย่างเกรงใจ

"อืม สถาพทุกอย่างเยี่ยมเลยนะ ดีกว่าทุกงวดที่ผ่านมาอีกนะ" เสี่ยชมก่อนจะยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบ เงินปึกใหญ่ถูกเลื่อนมาตรงหน้าเขาอย่างรู้ใจ

"ผมให้พิเศษคุณอีกนิดหน่อยนะ นี่เห็นแก่ที่ส่งของไวนะ ที่สำคัญครั้งนี้ถูกใจผมจริงๆ เสี่ยเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไม้สักแกะลายอย่างวางอำนาจ เขายัดเงินปึกหนาใส่กระเป๋าเสื้อแจ็กเกตยีนอย่างชาชิน"

"ขอบคุณมากครับเสี่ย งั้นผมขอตัวเลยนะครับ"  เขาลุกขึ้นโค้งตัวกระพุ่มมือไหว้เสี่ยตรงหน้าอย่างเกรงใจ
เขาเหลือบมองกระบะสีเขียวมรกตอย่างนึกเสียดาย เมื่อนึกถึงความโก้หรูสะดวก สบาย ทำให้อดมองมันเป็นครั้งสุดท้ายอย่างเสียไม่ได้

"นี่ขนาดเราขโมยมาแท้ๆ ยังอดที่จะเสียดายไม่ได้เลย แล้วนี่เจ้าของมันไม่แทบบ้ารึไงวะ เฮ้อ.." 

เรื่องจาก นิตยสาร ฅ.คน ปีที่ 6 ฉบับที่ 63 เดือน มกราคม 2554(ผลงานจากทางบ้าน)
ภาพจาก pixabay

- ONLINE TVBURABHA -