แม่หมากลางถนน | สุมาตร ภูลายยาว

ผมพบมันโดยบังเอิญบนถนนสายนครไทย-ด่านซ้าย ราวบ่ายที่ความง่วงเข้าครอบรำไร รถวิ่งเฉื่อยช้าไปบนถนนที่โค้งขึ้นสู่ภูเขา หมาสีแดงผอมโซยืนนิ่งอยู่กลางถนนสบตากับผมในความง่วง รถคันข้างหน้าต้องเลี้ยวหลบอย่างกะทันหัน เพราะมันไม่ยอมเดินหนีทั้งที่เสียงแตรดังขึ้นหลายครั้ง เพราะความที่รถคันข้างหน้าเบรกกะทันหัน ผมต้องบังคับพวงมาลัยเบี่ยงออกไปอีกทางหนึ่ง เหตุการณ์ระทึกที่เกิดขึ้นไล่ความง่วงให้หายไปได้ดีทีเดียว

(ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหาจาก pixabay)

เมื่อหลบท้ายรถคันข้างหน้าออกมาได้ ผมก็เปิดไฟเลี้ยวซ้ายก่อนจะบังคับพวงมาลัยให้เลี้ยวลงข้างทางการจอดรถบนไหล่ทางขณะขึ้นสู่ที่ลาดชันเป็นเรื่องไม่น่าทำอย่างยิ่ง แต่ผมทำเหตุผลเพียงเพราะผมเห็นหมาสีแดงผอมโซตัวนั้นยืนจังก้าคร่อมอะไรบางอย่างไว้อยู่กลางถนน

หลังจอดรถ ผมพยายามคิดไปต่างๆ นานาเพื่อหาเหตุผลให้กับตัวเอง ว่าเหตุใดเจ้าหมาสีแดงผอมโซตัวนั้น จึงยืนนิ่งจังงังอยู่กลางถนนโดยไม่เกรงกลัวความตาย หรือว่ามันมีเหตุผลอันใดถึงกล้าฆ่าตัวตายด้วยการให้รถชน เมื่อเครื่องยนต์ดับลง ผมเปิดประตูเดินลงไปยืนดูมันข้างๆ รถ แล้วความสงสัยต่างๆ ของผมก็หมดสิ้นไป เมื่อผมมองเห็นอะไรบางอย่างอยู่ใต้ท้องเจ้าหมาสีแดงผอมโซตัวนั้น

ผมค่อยๆเดินลงบนไหล่ทางเพื่อเข้าไปให้ใกล้มันที่สุด เสียงฝีเท้าเงียบกริบ เมื่อได้ระยะเหมาะสมกับสายตา ผมก็มองดูใต้ท้องมันอีกครั้ง ทันทีที่สายตาสัมผัส ผมผงะถอยหลังกัมหน้ามองดิน ผมไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองกับสิ่งที่ผมเห็น

ผมถอยหลังออกมาราวสามก้าว ถอยเมื่อเจ้าหมาสีแดงผอมโซมองมาทางผม หลังหยุดนิ่งอยู่กับที่ ผมครุ่นคิดถึงซากศพใต้ท้องของเจ้าหมาสีแดงผอมโซตัวนั้นไปต่างๆ นานา หากเพียงผมถอยฉากออกมาจากที่ตรงนั้้น แล้วขับรถหนีไปเสีย ความคิดเรื่องเจ้าหมาสีแดงที่ยืนอยู่กลางถนน และซากศพใต้ท้องของมันคงหนีหายไปจากความคิด เพราะบนถนนมีเรื่องให้พบเจอ และมีหลายเรื่องให้คิดมากกว่า

หากแต่ว่าผมเลือกที่จะยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ความคิดต่างๆ จึงถาโถมเข้ามา บางทีซากศพใต้ท้องหมาตัวนั้นอาจเป็นชิ้นเนื้อที่หล่นลงมาจากรถสักคัน หากว่าเจ้าหมาสีแดงผอมโซเอาซากศพใต้ท้องออกไปจากพื้นผิวของถนนได้ มันคงหมายถึงอาหารอันโอชารสสำหรับมันในวันนี้

รถหลายคันวิ่งตามกันมา คนขับต่างพากันกดแตร เสียงดังไล่ให้เจ้าหมาสีแดงผอมโซหลบลงข้างทาง แต่มันกลับเฉย บางครั้งก็มองตามจนรถลับหายไปจากสายตา จึงกลับมายืนนิ่ง และจ้องมองดูซากเบื้องล่าง

ราวยี่สิบนาทีผมยืนดูมันอย่างเงียบๆ เมื่อถนนว่างเว้นจากรถ เจ้าหมาสีแดงผอมโซค่อยๆถอยฉากออกมาจากซากศพแบนราบนั้นจะดูคล้ายเป็นชิ้นเนื้อในตอนแรก แต่เมื่อเพ่งมองจนชัดแก่สายตา ผมก็พบว่าชิ้นเนื้อนั้นเคยเป็นรูปร่างมาก่อน และเป็นสัตว์สี่เท้าแน่นอน เพราะตอนที่เจ้าหมาสีแดงผอมโซใช้ปากคาบบางส่วนของร่างกายนั้น ขาทั้งสี่ข้างของมันชี้ขึ้นมา

หลังจากมันใช้ปากคาบจนได้จุดที่เหมาะสมแล้วมันก็ค่อยๆ เดินหน้าเอียงซ้ายออกจากกลางถนนไปจนถึงไหล่ถนน มันหยุดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางชิ้นเนื้อที่มันคาบอยู่ลงบนพื้น ห้วงนั้นผมคิดถึงคนขับรถคนอื่นๆ พวกเขาอยากรู้สาเหตุที่เจ้าหมาสีแดงผอมโซยืนนิ่งอยู่กลางถนนเช่นผมหรือไม่ เพราะสิ่งที่ผมเห็น บางคนกดแตรเพื่อให้หมาตัวนั้นหลีกทางให้กับความเร่งรีบของพวกเขา

เจ้าหมาสีแดงผอมโซเมื่อวางก้อนเนื้อแบนราบอาบเลือดลงได้ไม่นาน มันก็แหงนหน้าขึ้นมามองซ้าย มองขวาราวกับระแวดระวังภัย  เมื่อเจ้าของบ้านหลังที่อยู่ใกล้ที่สุดเห็นหมายืนนิ่งอยู่หน้าบ้านก็ส่งเสียงไล่ ทันทีที่เสียงไล่เงียบลง เจ้าหมาสีแดงผอมโซก็ส่งเสียงเห่าขึ้นมาหลายครั้ง คงเพราะความรำคาญเจ้าของบ้านจึงเดินออกมาตรงจุดที่หมาสีแดงผอมโซยืนอยู่ เมื่อเห็นคนเข้ามาใกล้มันก็ส่งเสียงคำรามข่มขู่ และเตรียมตัวจะวิ่งเข้าไปทำร้าย เขาเห็นอย่างนั้นก็รีบเดินเข้าไปในบ้านก่อนจะตะโกนเรียกบอกบ้านข้างๆ พอจะจับใจความได้ว่าให้มาเอาหมาเข้าบ้าน หมาของเขาคาบเอาลูกหมาถูกรถชนมาด้วย

เมื่อเจ้าของหมาออกมายืนดูเหตุการณ์ เขาก็เรียกชื่อมัน เมื่อได้ยินเสียงผู้เป็นเจ้าของ เจ้าหมาสีแดงผอมโซก็ก้มหน้าลงคาบเอาก้อนเนื่อแบนราบอาบเลือดเดินมุ่งหน้าเข้าไปในรั้วบ้าน ทันทีที่มันพ้นรั้วบ้านเข้าไปข้างใน ผมรีบเดินตรงไปยังบ้านหลังนั้น กล่าวสวัสดีเจ้าจองบ้านแล้วเล่าเรื่องที่เพิ่งพบให้เขาฟังพร้อมๆกับขอให้เขาเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับเจ้าหมาสีแดงผอมโซตัวนั้น อย่างน้อยข้อมูลที่ได้รับคงพอผ่อนคลายความสงสัยในใจได้บ้าง และไม่แน่บางทีอาจถูกนำมาใช้ในงานเขียนชิ้นใดชิ้นหนึ่ง

เจ้าของบ้านเล่าว่า เขาเก็บหมาตัวนี้มาจากข้างถนนเมื่อสองปีก่อน สภาพของมันตอนนั้นน่าสงสาร ผอมโซตรงช่วงท้องกระดูกโผล่ออกมาให้เห็นเรียงกันเป็นแถว เพราะตัวมันออกสีน้ำตาลและเป็นเพศเมีย เขาจึงต้องตั้งชื่อมันว่า "อี่แดง" จากหมาผอมโซกลายเป็นอ้วนท้วมสมบูรณ์ด้วยระยะเวลาไม่นาน อี่แดงเป็นหมาซื่อสัตย์สอนง่ายบ่อยครั้งที่เขาพามันไปไร่ มันจะคอยเห่าเตือนเมื่อมีสัตว์ร้ายจำพวกงูเข้ามาใกล้ ครั้งหนึ่งเขาเคยเห็นมันไล่กัดงูเห่าตัวเท่าแขนยาววาครึ่ง ที่นอนซุ่มเงียบอยู่ในกอหญ้าที่ห่างจากจุดที่เขานั่งพักไปราวครึ่งวา

จากหมาผอมโซเร่ร่อนข้างถนน 'อี่แดง' กลายเป็นที่รักของเจ้าของ เพราะความดีความชอบในครั้งนั้น ถึงคราวที่มันเจริญวัยและเจริญพันธุ์ 'อี่แดง' แอบไปมีอะไรกันกับไอ้ขาวหมาพันธุ์วัยหนุ่ม และมันก็ตั้งท้องจนให้กำเนิดลูกหมาหกตัว เมื่อลูกหมาเกิดมีคนมาขอไปเลี้ยงสี่ตัว อีกหนึ่งตัวตายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ และอีกหนึ่งตัวก็เพิ่งมาถูกรถชนตาย และก้อนเนื้อที่มันคาบมาจากพื้นผิวถนนคือลูกหมาตัวสุดท้ายของมัน เมื่อพี่เจ้าของบ้านเล่าให้ฟังจบ ผมกล่าวขอบคุณรวมทั้งบอกลาเจ้าของหมาสีแดงผอมโซตัวนั้น

ก่อนก้าวขึ้นไปนั่งในรถ.....ผมพบว่าน้ำตาของตัวเองเอ่อล้นเบ้าตาออกมา

เรื่องจาก นิตยสาร ค.ฅน ปีที่ 6 ฉบับที่ 63 เดือนมกราคม 2554 (ผลงานจากทางบ้าน)

- ONLINE TVBURABHA -

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ครั้งหนึ่งในชีวิตของ พนม ช่อจันทร์

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย

การเตรียมตัวของชีวิต | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ