บ้านในฝัน | นิยม ไขสังเกต

ต่อกับเจนมาหาผมที่สำนักงานรังหนูพร้อมหนังสือหอบใหญ่...เป็นหนังสือแนวบ้านและตกแต่งทั้งของไทยและของต่างประเทศ เพื่อกระตุ้นต่อมสร้างสรรค์ และเป็นข้อมูลในการออกแบบเรือนหอบนที่ดินไร่เศษ ทำเลค่อนข้างสวย ด้านหน้าและด้านหลังติดถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ด้านยาวทิศใต้ขนานลำห้วยตองแวด ด้านหลังเป็นป่าละเมาะ ส่วนโฉนดติดจำนองอยู่กับธนาคาร ผ่อนชำระไปเรื่อยๆ จนกว่าชีวิตจะหาไม่

คู่รักหนุ่มสาวผลัดกันถ่ายทอดจินตนาการให้ผมฟัง พลางเปิดดูภาพประกอบในหนังสือที่มีกระดาษแผ่นเล็กๆ เสียบคั่นหน้าเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว รวมถึงสวนรอบๆตัวบ้าน ไฉไลลงตัวจนอยากจะแทรกเข้าไปอยู่ในนั้น เพื่อซึมซับบรรยากาศที่หาที่ไหนไม่ได้ในโลกนี้ นอกจากในหนังสือ


ต่อไม่อยากได้บ้านจัดสรร มันสำเร็จรูปหรือโหลเกินไป คับแคบ อึดอัด ขาดภาพสะท้อนตัวตน และรสนิยมเจ้าของบ้าน แต่อยากได้บ้านชั้นครึ่งสไตล์อเมริกันคันทรีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง 4 ห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัว เผื่อลูก 2 คน เผื่อแขกมาค้าง เอาแบบโรงแรมห้าดาวโน่นเลย ห้องโถงนั่งเล่นทำเพดานสูงอย่างกับโรงหนัง นอกบ้านมีที่จอดรถกว้างขวาง เหลือพื้นที่รอบๆตัวบ้านไว้สำหรับจัดสวน ทำน้ำตก บ่อปลาคาร์ฟ ถ้าปลาคาร์ฟไม่รอดจะเปลี่ยนเป็นปลาหางนกยูง

เจนบอกว่า ห้องครัว และห้องน้ำขอให้เน้นเป็นพิเศษ ไม่ต้องใช้จินตนาการอะไร ถอดแบบจากหนังสือเลย มันเป็นห้องครัวสมัยใหม่ สั่งวัสดุเกรดเอจากเมืองนอก รูปแบบขัดแย้งกับวิถีชีวิตจริงแบบไทยๆ ซึ่งนิยมกินส้มตำ ผัดฉ่า โขลกสับ และปิ้งย่าง ถ้าสร้างเสร็จมันจะเป็นเหมือนห้องโชว์กระเบื้องและเครื่องครัว จะใช้สอยก็ไม่กล้า เกรงว่าจะเลอะเทอะ จะให้ดูดียิ่งขึ้นควรหากระถางมาปักธูปบูชาเสียเลย

ต่อกับเจนเป็นเพื่อนผมมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม เป็นแฟนกันตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จบแล้วก็หายหัวกันไปคนละทิศละทาง มาพบอีกคราเมื่อต่างคนต่างเติบโตมีงานมีการทำแล้ว พวกเขาทำงานอยู่ในองค์การบริหารส่วนตำบล ตำแหน่งอะไรไม่รู้มีเงินเดือนกินแต่มีหนี้สินรุงรังสิ้นเดือนรับค่าหัวคิวจากผู้รับเหมา สิ้นปีรับโบนัสก้อนโต แต่บ่นจัง ทั้งเรื่องงานเรื่องเงิน และเรื่องนายก อบต. ที่ชอบงาบหัวคิวคนเดียว ถ้าไม่มีความสุขทำไมไม่ลาออกไปทำมาหากินอย่างอื่นก็ไม่รู้..รำคาญ

ผมร่างแบบตามแนวคิดและความต้องการของพวกเขา 2 วันก็แล้วเสร็จ 
"ยอมเยี่ยมมาก" ต่อตื่นเต้น
"ออกแบบได้โดนใจจริงๆ"
"อย่างกับบ้านในฝัน" เจนว่า ดูเหมือนว่าเธอจะทำน้ำลายหกใส่แบบร่างหนึ่งหยด อะไรจะขนาดนั้น
"ใช่ๆ นี่แหละ บ้านในฝันของเรา" ต่อเสริม
"เจ้าของบ้านทำการบ้านมาดี งานเราเลยง่ายขึ้น" ผมดัดจริต
ทั้งคู่ยิ้มน้อยๆ ด้วยความภูมิใจในความสามารถเปิดหนังสือเลือกแบบบ้านด้วยตัวเอง

หลังจากผมอธิบาย และปรับเปลี่ยนตรงโน้นนิดตรงนี้หน่อยก็มาถึงขั้นตอนสำคัญคือ การประมาณราคาค่าก่อสร้างคร่าวๆ ผมเขียนตัวเลขเจ็ดหลักลงในแบบร่าง

"เฮ้ย...สูงขนาดนั้นเลยเหรอ" ต่อร้องเสียงสูงจนผมสะดุ้งตกใจ

"คำนวณไม่ผิดแน่นะ" เจนสงสัย คิ้วงามๆของเธอขมวดกันเป็นโบรักสีดำ

"ราคาอิงจากประสบการณ์จริงรับรองไม่บวกหัวคิวเหมือนบางหน่วยงาน"
ทั้งคู่หันมามองหน้าผมพร้อมๆกัน ไม่มีรอยยิ้มหรือเสียงหัวเราะ สงสัยคำพูดผมแทงใจดำ

เลขเจ็ดหลักที่ผมแจ้ง นอกจากจะไม่จุดประกายความหวังเหมือนเลขสอง-สามหลักบนล่างโต๊ดเต็งจากอาจารย์วัดป่าแล้ว มันทำให้บรรยากาศในรังหนูตกอยู่ในความเงียบเกือบถึงขั้นวังเวง ได้ยินเพียงเสียงพัดลมจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ กับเสียงพ่นลมออกจากปากของต่อและเจนสลับกัน

"เอากลับไปคิดดูก่อนก็ได้นะ" ผมแนะนำ
"ลองเอาแบบไปให้ผู้รับเหมาหลายๆรายประมาณการคร่าวๆดูก่อนเพื่อเปรียบเทียบ กับไปแบงก์ด้วยยิ่งดี นี่แหละสำคัญนายจะกินนอนอยู่บ้านแม่จนแก่เฒ่าหรือมีบ้านเป็นของตัวเองก็ขึ้นอยู่กับเฮียแบงก์นี่แหละ เรื่องแบบหรือเรื่องก่อสร้างอย่าใจร้อน ค่อยๆคิด บ้านของนาย เงินของนาย ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนาย คิดดีๆ คิดเยอะๆ ในชีวิตของคนคนหนึ่งมีโอกาสสร้างบ้านเป็นของตัวเองได้ไม่มากครั้งนักหรอก ผู้หวังดีประสงค์ร้ายอย่าใส่ใจ แนะให้ทำอย่างนั้น ชวนให้ทำอย่างนี้ ฟังได้แต่อย่าเก็บมาคิดให้เปลืองสมอง เปลืองเวลา เพราะเขาไม่ได้จ่ายค่างวดช่วยนาย  และไม่ได้อยู่บ้านเดียวกับนาย"

ผมพูดได้คล่องเหมือนท่องสูตรคูณแม่สองตอนเรียนชั้นประถม...หวังว่าทั้งคู่คงจะเข้าใจ และทำใจ
พวกเขากลับไปพร้อมหนังสือหอบใหญ่และแบบร่าง
เงียบหายไปนานจนผมทำงานเสร็จไปแล้วหลายชิ้น วันหนึ่งทั้งคู่ก็เข้ามา คราวนี้มีแต่แก้วกาแฟเย็นเก่าๆเหลือแต่น้ำแข็งติดมือมาแทนหนังสือ
"เราสองคนตัดสินใจแล้วว่าจะทำแบบใหม่" ต่อพูด
"ไปเจอแบบโดนใจมาจากไหนหล่ะ" ผมถาม
"ก็แบบเดิมที่นายร่างให้นี่แหละ แต่ลดทอนรายละเอียดลงอีกหน่อย"
"ไม่หน่อยหรอก เยอะเลย" เจนแทรก "เฮียแบงก์ให้กู้เจ็ดแสนกว่าๆ ทำยังไงให้ไม่เกินงบ"
"จากบ้านชั้นครึ่งตัดออกครึ่งชั้นเหลือชั้นเดียว ครึ่งชั้นสร้างทำไม... เปลืองโดยใช่เหตุ ห้องนอนจาก 4 เหลือ 1 มีลูกแล้วค่อยว่ากันอีกที ไม่ต้องสร้างเผื่อ ห้องนอนแขกก็ไม่ต้องมีแขกมาค้างก็นอนมันกลางบ้านนั่นแหละ ส่วนมากไม่เห็นนอนเห็นแต่กินเหล้าร้องคาราโอเกะกันทั้งคืน ห้องน้ำก็ย่อลง จะกว้างขวางอะไรนักหนา ไม่ใช่สระว่ายน้ำ ถ้าอยากว่ายก็กระโดดลงห้วยตองแวดโน่น"

"ครัวก็ทำแค่มุมเล็กๆไว้ต้มมาม่า ชงกาแฟ จะเด็ดผัก ฟักลาบ ชำแหละไก่ ขอดเกล็ดปลาทับทิม เชิญไปหลังบ้านเลย ไม่มีกลิ่นรบกวนภายใน ส่งผลดีต่อสุขภาพของคนในบ้าน ถูกต้องตามตำราโหราศาสตร์เป๊ะ ทำได้ตามนี้มีเงินเหลือดาวน์รถเก๋งได้อีกคัน ถ้าเป็นรถมือสองก็ซื้อสดไปเลยจะได้จบๆ ไม่ต้องเป็นหนี้หลายทาง"

ผมสาธยายยืดยาวจนน้ำลายฟูมปาก อยากดูดกาแฟเย็นใหม่ๆ หวานๆสักแก้ว

"หน้าตาบ้านจะออกมาแบบไหน" เจนสงสัย "เหมือนบ้านเอื้ออาทรหรือเปล่า"
ผมขี้เกียจตอบแต่มุดหัวเข้าไปในกองกระดาษ โผล่ออกมาพร้อมแบบบ้านสำเร็จรูป 2-3 เล่ม "เอานี่ไปเลือกดูก่อนไหม"

"ขี้เกียจเลือกแล้ว นายจัดการเลย ตามที่ว่านั่นแหละ เสร็จแล้วโทรบอกด้วย" ต่อว่า
"เราจะได้นัดคุยกับเฮียแบงก์"
"อีก 2 วัน มาเอาแบบ" ผมบอก "ขี้เกียจโทร"
"อย่าให้เกินงบ...เหลือตังค์ไว้ดาวน์รถด้วย" เจนย้ำ

..........................

เรื่องจาก นิตยสาร ฅ.คน ปีที่ 5 ฉบับที่ 50 ธันวาคม 2552(ผลงานจากทางบ้าน)
ภาพจาก pixabay

- ONLINE TVBURABHA -

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย

การเตรียมตัวของชีวิต | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ