ในชามแกงส้ม | วิสามัญชน

"เย็นนี้จะกินข้าวกับอะไรดี"  แม่ยิงคำถามโลกแตกประจำวันอีกแล้ว สำหรับฉันนี่เป็นคำถามที่ใช้พลังงานสมองในการตอบมากเสียยิ่งกว่าการแก้สมการอีก เพราะต้องอาศัยตัวแปรทางสิ่งแวดล้อมอย่าง สภาพอากาศ เวลา สถานที่ สภานภาพครอบครัว และโดยเฉพาะตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้อย่างอารมณ์มนุษย์ จึงเป็นเรื่องยากที่จะหาเมนูมื้อเย็นที่ 'ใช่' ที่สุดสำหรับทุกคนในบ้าน แม้จะบังเอิญว่าวันนี้มีเพียงฉันกับแม่แค่สองคนก็ตาม เงื่อนไขสำคัญคือ ในแต่ละวันคำตอบไม่ควรซ้ำกัน หรือซ้ำกันได้ไม่เกิน 2-3 ครั้ง ฉันไม่รู้ว่าบ้านอื่นๆ เขาเป็นแบบนี้หรือไม่ แต่บ้านฉันที่มีแม่เติบโตมากับคำว่า 'เสน่ห์ปลายจวัก' แบบคนโบราณตามต่างจังหวัดนั้นจะมีคำถามชวนปวดหัวนี้แทบทุกวัน


เมื่อวาน บ้านเรามีน้ำพริกกะปิปลาทูทอดเป็นดินเนอร์สุดหรู วันก่อนได้กินน้ำพริกมะขามแสนแซ่บ วันก่อนหน้านั้นแม่เข้าครัวตั้งแต่บ่าย ตั้งพิธีการข้าวคลุกกะปิชุดใหญ่กว่าจะเสร็จพลบค่ำ ฉันกำลังพยายามทบทวนภาพอาหารมือเย็นที่ผ่านๆมาเผื่อจะช่วยกระตุ้นต่อมอยากอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นพิเศษ

"หมูทอดกระเทียมก็แล้วกัน" ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนเสนอเมนูสิ้นคิดประจำตัวไป

"หมูหมด" แม่ตอบทันควัน พร้อมกับหันหน้ามองออกไปข้างนอกซึ่งฝนกระหน่ำเป็นนัยว่าสภาพอากาศแบบนี้ไม่ออกไปซื้อให้หรอกนะ ฉันได้แค่ชักสีหน้าผิดหวังและจนปัญญาจะตอบ

"แกงส้มไหมหล่ะ มีกุ้งเหลืออยู่" แววตาของแม่เป็นประกายเมื่อพูดถึงอาหารจานโปรด (ในการปรุง) ประจำตัว 

"เฮ้อ..ก็ได้"  ฉันตอบด้วยน้ำเสียงหน่ายๆ ด้วยความสัตย์จริง ในหนึ่งสัปดาห์บ้านเราจะมีแกงส้มเป็นมื้อเย็นไม่ต่ำกว่าสองครั้ง และในวันนี้ก็จะเป็นแกงส้มมื้อที่สามของสัปดาห์ เรียกว่าแกงส้มเป็นอาหารประจำบ้านก็ว่าได้

"แต่ต้องไปเก็บเครื่องแกงมาให้แม่นะ พริกแกงมันหมดแล้วน่ะต้องตำใหม่" แม่หันมาเพิ่มเงื่อนไขอีกข้อ

"........"  เอาแล้วไง มื้อเย็นที่น่าจะเรียบง่ายเริ่มซับซ้อนขึ้นแล้วในใจฉัน

ปกติแล้วพ่อจะเป็นผู้ดูแลจัดการเรื่องส่วนผสม พืชผักสวนครัวทั้งหมดด้วยตัวเอง เพราะไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามผลิตผลในสวนตามอำเภอใจ เกรงจะทำพืชผักเสียหาย แต่วันนี้พ่อไม่อยู่บ้าน ดังนั้นถ้าแม่มีหน้าที่ปรุงอาหาร ฉันจึงควรรับหน้าที่หาวัตถุดิบสำหรับแกงส้มแทนพ่อ

"อืม...พริกแห้ง หอม กระเทียม กุ้ง มีแล้ว ไม่เอากระชาย มะละกอดิบ มะกรูด ตะไคร้ มาให้หน่อยก็แล้วกัน" แม่ไล่เรียงส่วนผสมที่มีและขาดอย่างมืออาชีพ ฉันมั่นใจว่ารวดเร็วกว่าเสิร์ชบนกูเกิลแน่ๆ ตรงข้ามกับปฏิกิริยาตอบรับของฉันอย่างสิ้นเชิง 


".......เดี๋ยวนะ เอาใหม่อีกทีนะ มีกระชาย มะกรูด ตะไคร้ แล้วอะไรนะ" ฉันพยายามทวนอีกครั้ง


"มะละกอ อ้อ เอาชะอมมาเจียวไข่ด้วยก็ได้" แม่เพิ่มรายการโดยไม่ปรึกษาฉันสักนิด แล้วหันหลังเขาครัวอย่างอารมณ์ดี ในสมองฉันพยายามประมวลภาพส่วนผสมต่างๆ ภาพแผนที่สวนมะม่วงสิบกว่าไร่ที่พ่อเอาพืชผักไปปลูกอย่างกระจัดกระจาย โจทย์ข้อแรกผุดขึ้นมา แล้วส่วนผสมต่างๆ อยู่ตรงส่วนไหนของสวนบ้างหว่า พลางโจทย์ข้อสองก็ตามมาติดๆ

"แล้วเอาเยอะแค่ไหนอ่ะแม่" คำถามเพื่อป้องกันปัญหาระหว่างภารกิจอันจะทำให้ต้องเสียเวลาและกำลังเดินย้อนกลับมา

"อืม...ก็กะให้พอหม้อหนึ่งแล้วกัน"  แม่ตอบพร้อมทำท่าใบมือขนาดหม้อแกงให้ดู ฉันมองดูมือแม่ด้วยสายตาที่มีคิ้วขมวดเข้ามาหากันตรงกลางโดยอัตโนมัติ การมีแม่เป็นแม่ครัวเอกนั้นไม่ได้ถ่ายทอดผ่านทางพันธุ์กรรม แค่ตามหาส่วนผสมให้ครบไปทั่วสวนกว่าสิบไร่ว่าเหมือนการผจญภัยแล้ว ฉันยังต้องใช้เซ้นส์อันน้อยนิดในเรื่องอาหารคะเนปริมาณส่วนผสมแกงส้มหนึ่งหม้ออีกด้วย ฉันทำให้แค่มองโลกในแง่ดี เอาน่า...กินอยู่บ่อยๆมันจะยากแค่ไหนเชียว แม้ยังไม่สิ้นความแคลงใจฉันก็ฉวยงอบสวมหัว ตะกร้าใบย่อมที่มีมีดเล่มน้อย เสียมอันเล็ก สวมรองเท้าบูทอันเป็นเครื่องแบบเต็มยศสำหรับภารกิจนี้เดินหน้าฝ่าสายฝนลงสวนด้วยความคะนองใจคล้ายเด็กน้อยได้ออกผจญภัย

ลำดับแรก ฉันคว้าตะไคร้ตัดไป 5-6 ต้น อย่างคล่องแคล่วมากประสบการณ์ (เก็บตะไคร้) ลำดับต่อไป มะกรูดของกล้วยๆ แต่ปัญหาคือ ใช้แต่ใบหรือใช้ลูกด้วยล่ะ (ติ๊กต๊อกๆ) งั้นเก็บไปทั้งคู่เลยแล้วกัน...เคลียร์  ลำดับต่อไปก็มะละกอดิบ

เรามีต้นอยู่ทั่วสวน ว่าแต่ต้องใช้ดิบแค่ไหน ลูกที่พอจะเด็ดได้ด้วยมือเปล่าก็เริ่มเหลืองนิดหน่อย แล้วจะใช้ได้ไหม ส่วนลูกเขียวๆอยู่สูงเกินเอื้อม และปัญหาอยู่ตรงที่ฉันไม่รู้ว่าไม้สอยอยู่ตรงส่วนไหนของสวน เลยสรุปเอาเองว่าคงต้องเอามะละกอลูกที่เก็บได้นี่แหละ  กระนั้นก็ยังต้องปีนกิ่งมะม่วงขึ้นไปสองสเต็ป มะละกอปลอดภัยดี แต่คนสิลื่นเข่าและข้อข้อศอกถลอกพอเป็นพิธี ไม่เป็นไรความสำเร็จล้วนมีอุปสรรคเสมอ ต่อไปเป็นกระชาย พอจะจำได้ว่าพ่อปลูกกระจายไว้ตามใต้ต้นมะม่วง ได้เวลาใช้เสียมที่อุตส่าห์หอบมาแล้ว การขุดเป็นไปอย่างราบรื่นแทบจะไม่ต้องออกแรงเลยเพราะฝนที่ตกจนดินบริเวณรอบๆ เปียกนิ่มไปหมด เพียงปักเสียมลึกลงไปเล็กน้อยใกล้โคนต้นแล้วงัดดินขึ้นมารากก็ติดขึ้นมาอย่างง่ายดาย....ทั้งกอ (ต้องการใช้แค่ 4-5 รากเท่านั้น) ฉันหันซ้ายขวาส่อพิรุธว่าได้ทำความผิดพลาดไปแล้วเกรงว่าคนอื่นโดยเฉพาะพ่อกลับมาเห็นคงได้งานเข้าแน่ๆ  ไม่เพียงเท่านั้นเมื่อลองพิจารณารูปร่างหน้าตาและกลิ่นแล้ว แทบจะเอาหน้าซุกดินเพราะไอ้รากที่ถูกฉันตัดวงจรการขยายพันธุ์ยกกอนี่คือข่า! ไม่ใช่กระชาย ฉันหันซ้ายแลขวาอีกครั้งก่อนเอากอข่าเจ้าปัญหาปลูกกลับลงไปในดิน ทั้งอวยพรให้มันสามารถเติบโตต่อไป จากนั้นฉันก็คงยังขุดข่าขึ้นมาอย่างต่อเนื่องอีก 2-3 กอ กว่าจะรู้ว่าอันไหนต้นข่า อันไหนต้นกระชาย ฉันก็กลายเป็นมนุษย์โคลนไปเสียแล้ว ขนาดมองในมือแล้วแยกไม่ออกเลยว่าอันไหนนิ้วมือ อันไหนกระชาย

ฉันกลับถึงครัวด้วยสภาพสุดอนาจ แม่กำลังปอกเปลือกหอมแดงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองไล่ตั้งแต่เท้าจรดหัวฉันแล้วหัวเราะในลำคอฟังดูเยือกเย็น "หึ หึ"  แม่เริ่มจัดการกับวัตถุดิบที่ฉันเก็บมาอย่างคล่องแคล่ว ในสายตาฉัน แม่กลายเป็นยอดมนุษย์หญิงสายพันธุ์ใหม่ไปแล้ว แม่สั่งให้ฉันเตรียมประจำตำแหน่งอยู่หน้าครกหิน มือถือสากแต่ปากไม่ถือศีลเอาแต่เคี้ยวกุ้งแห้งเพิ่มพลังไปพลางๆ ทันทีที่แม่ทยอยเอาเครื่องพริกแกงใส่ครกฉันก็เริ่มตำอย่างเมามันแต่แผ่วลงอย่างรวดเร็ว เสียงแม่แว่วผ่านเข้าหู

"สมัยโบราณเวลาผู้ชายเขาเลือกคู่ เขาจะฟังจากเสียงตำน้ำพริกนี่แหละ"

"อ้าว เขาไม่ดูหน้าดูตากันเลยเหรอแม่" ฉันกวนประสาทดักคอแม่ เพราะกำลังเหมือนถูกค่อนแคะ

"เรือนไหนตำน้ำพริกเสียงดังฟังชัดเป็นจังหวะจะโคนสม่ำเสมอ แสดงว่ามีลูกสาวเป็นแม่ศรีเรือน เค้าก็จะไปดูตัวสู่ขอมาเป็นเจ้าสาว" แม่พูดไปมือก็สาละวน แต่ยังเหลือตามาจิกได้อีกจนฉันต้องเปลี่ยนวิธีตำตามอำเภอใจมาตำเป็นจังหวะ

"อย่างนี้ใช่ไหมแม่" แม่ไม่สนใจจู่ๆ ก็หยิบเครื่องปั่นมาตั้งตรงหน้าฉันตักพริกแกงทั้งหมดในครกใส่เครื่องกดสวิทช์เปิดเครื่องหมุนติ้วๆ ต่อหน้าต่อตา ทำเอาฉันอึ้งความหงุดหงิดพรุ่งปรี๊ดขึ้นหน้าฉันตะโกนขึ้น แล้วใช้ให้ตำทำไมเนี่ย ทว่าเสียงดังอยู่แค่ในใจเท่านั้น บนสถานการณ์ตอนนี้หากบุ่มบ่ามไปมื้อเย็นอาจเหลือแค่น้ำปลา

ไม่นานแกงส้มในหม้อก็ส่งกลิ่นตลบอบอวลคาดว่าจะไปถึงหน้าปากซอบ แม่ตักแกงฉันตักข้าว โต๊ะอาหารวันนี้ดูโล่งผิดวิสัยไปมาก เพราะมีเพียงชามแกงหนึ่งใบย่อมเท่านั้นที่วางขั้นกลางระหว่างเราสองแม่ลูก แต่ถึงกระนั้นฉันก็ไม่อยากได้กับข้างอื่นใดเพิ่มอีกแล้ว ณ เวลานี้ อันเป็นเวลาเดียวกับที่เพิ่งนึกได้ว่า ลืมเก็บผักชะอมมาเจียวไข่

"เป็นไงอร่อยไหม" แม่ยิ้มน้อยๆถาม

"ก็..พอกินได้" ฉันตอบแม่แบบขอไปที ทั้งที่มือกำลังเติมข้าวจานที่สาม

ไม่น่าเชื่อว่าแกงส้มชามเดียวจะเลี้ยงคนสองคนอิ่มจนถึงขั้นจุกได้ ทั้งที่บางวันมีอาหารเต็มโต๊ะจนไม่รู้จะเลือกตักอะไรก็ยังไม่ทำให้ฉันเติมข้าวจานที่สองได้ บางวันมีแกงส้มร่วมอยู่บนโต๊ะให้กินบ่อยๆ ก็ไม่เคยรู้สึกว่ามันจะอร่อยเลิศเกินจานอื่นๆ แล้วเจ้าแกงส้มชามนี้มันพิเศษกว่าชามอื่นอย่างไรกัน ถึงทำให้เติมข้าวได้ตั้งสามจาน ฉันครุ่นคิดตั้งคำถามไปเรื่อยเปื่อยในขณะที่มือล้างจาน อาจเป็นเพราะวันนี้หิวจัด หรืออาจเพราะเหนื่อยจัด  หรืออาจเป็นเพราะได้ออกไปหาวัตถุดิบด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก หรืออาจจะเพราะประทับใจที่ได้เห็นยอดมนุษย์หญิงก้นครัว หรืออาจเป็นเพราะทุกอย่างที่คิดรวมกัน อย่างไรก็ตามแกงส้มที่ปกติฉันเคยได้กินอย่างง่ายดาย กับข้าวที่ดูพื้นๆ ในสายตามาตลอดนั้น วันนี้ฉันได้รู้แล้วล่ะว่า ส่วนผสมที่ทำให้แกงส้มของแม่อร่อยเสมอไม่ได้มีแค่เพียงของที่ตามองเห็น มือจับต้องได้เท่านั้น

เรื่องจากนิตยสาร ฅ.คน ปีที่ 8 ฉบับที่ 93 เดือนสิงหาคม 2556 (ผลงานจากทางบ้าน)
ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


- ONLINE TVBURABHA -




โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

เจ้าตัวโตผู้เกิดมาเป็นคุณหลวง

ครั้งหนึ่งในชีวิตของ พนม ช่อจันทร์