ลูกผู้ชายกับลายผ้าโสร่ง | นิยม องศา

แม่เคยบอกว่าผมเป็นคนเจ้าน้ำตา แต่ผมว่าไม่ใช่...
ผ้าโสร่งผืนนั้นผมเคยสวมใส่มันสองสามครั้งแล้วพับเก็บไว้ในตู้ มันเป็นสมบัติหนึ่งที่มีคุณค่าและผมหวงแหนมากที่สุด ผ้าโสร่งฝีมือแม่ ...มันเป็นสิ่งเดียวที่ผูกโยงผู้ชายหนึ่งกับอดีตที่ผ่านมาของเขา

ผมไม่ค่อยได้กลับบ้านบ่อยนัก ทุกครั้งที่คิดถึงบ้านผมจึงหยิบผ้าโสร่งขึ้นมาดู และเกือบทุกครั้งเช่นกัน ที่ผมรู้สึกว่ามีหยาดน้ำมารื้อรื้อเต็มสองขอบตา ผมเปล่าร้องไห้เพราะแม่สอนว่าลูกผู้ชายไม่ควรเสียน้ำตาง่ายๆ

แม่มอบผ้าโสร่งให้ผม
"เอาไปใส่สิลูก" แม่บอก ครั้งนั้นผมไม่คิดว่าจะสำคัญอันใดที่แม่ให้เพราะมันเป็นผ้าถุงของผู้ชายมาตั้งแต่คนรุ่นปู่ รุ่นพ่อ อีกอย่างแม่ก็ทอไว้หลายผืน 

"ทอไว้ให้ลูกชายใส่" แม่บอกเพื่อนบ้านอย่างนั้น ผ้าโสร่งผืนนั้นผมไม่คิดจะใส่หรอก  ในความคิดมันเป็นสิ่งที่เชยและโบราณมาก เหมาะกับคนแก่เท่านั้น คงเป็นจุดนี้กระมัง แม่จึงบอกให้ผมเลือกเอาสักผืน ผมลังเลแต่เพื่อตามใจแม่จึงหยิบสั่วๆมาผืนหนึ่ง ในใจยังค้านว่าโบราณ ไม่กล้าใส่ อายคนอื่น ที่นั่นเป็นสังคมใหญ่ใช่คับแคบเหมือนบ้านเรา วัยรุ่นหนุ่มสาวล้วนแต่งตัวทันสมัย ขืนใส่เชยตาย โดนล้อไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

นั้นแหล่ะกว่าผมจะเข้าใจสิ่งที่แม่ให้ไว้ในวันนั้น มันไม่ใช่แค่ผ้าทอผืนหนึ่ง เวลาผ่านไปหลายปี วันนี้แม่ทอไม่ไหวแล้ว เพราะความชราทำร้าย สายตาฝ้าฟางมองเส้นไหมไม่ชัด ปวดเมื่อยร่างกายนั่งนานไม่ได้ หูกก็ผุพังเพราะขาดการซ่อมแซม ผมไม่แน่ใจว่าผ้าผืนนั้นจะเป็นผืนสุดท้ายหรือเปล่า

ลายตาหมากรุก เขียว ส้ม แดง ช่องสี่เหลี่ยมใหญ่เล็กไม่เท่ากัน ตีเส้นด้วยสีขาวและสีน้ำเงินขนาบข้าง ตรงกลางเส้นด้ายสอดประสานดูเหมือนกับคลื่นน้ำไหลรวมกัน ทำให้เกิดเลื่อมพราว จะว่าเขียวก็ไม่เขียวแก่ จะว่าส้มก็ไม่ส้มจริง ทุกสีกลมกลืนยากจำแนก จับลูบดูจะลื่น เนื่องจากเป็นเส้นไหมแท้ซึ่งแม่เลี้ยงมากับมือ ผมมองเห็นถึงความเชื่อมโยงเริ่มต้น ตั้งแต่เลือกแมงบี้ตัวสีขาวหม่นรูปร่างเหมือนผีเสื้อ แยกออกมาให้วางไข่ในกระด้ง ต่อเมื่อไข่สีขาวเม็ดเล็กจะแตกออกมาเป็นหนอนไหมตัวสีดำขนาดเล็กกว่าเส้นผมแต่ต้องเฝ้าดูอยู่หลายวัน ครั้นเจ้าตัวเล็กโตขึ้นหน่อย อาหารที่ชอบคือใบหม่อน บางครั้งอาหารไม่พอ มันกินจุ แม่ต้องพากพวกเราไปช่วยเก็บ หากแต่วัยเด็กผมสนุกกับการกินผลหม่อนมากกว่าจะช่วยแม่ทำงาน พานโกรธด้วยซ้ำถ้าวันไหนต้องเก็บใบหม่อนแล้วจะไม่ได้เล่นกับเพื่อน ร้องห่มร้องไห้ก็มี

ดึกดื่นค่อนคืน แม่ยังเปิดไฟมาดูหนอนไหม ยิ่งช่วงใกล้สุกเป็นดักแด้แม่ยิ่งเอาใจใส่ หน้าหนาว หนาวจนปวดกระดูก นิ้วชา มือชา   ส่วนไหนไม่ถูกผ้าห่มคลุมส่วนนั้นเหมือนแช่อยู่ในน้ำแข็ง น้ำค้างเที่ยงคืนกระทบหลังคาสังกะสีเผาะๆ ลมพัดใบมะพร้าวไหวเยือก แต่แม่ยังไม่ยอมนอน หาผ้าหาไม้ทำที่กันบังลมให้หนอนไหม



"ดูแลเอาใจใส่ยิ่งกว่าลูกตัวเอง" ผมคิดอย่างนั้น ผ่านมาถึงได้รู้ว่ามันไม่จริง หากแม่ไม่ทำอย่างนั้น หนอนไหมซึ่ีงถักใยเป็นดักแด้ไม่มีความอุ่นพอ มันจะสร้างรังไม่ได้ นั่นเท่ากับว่าสิ่งที่แม่ลงแรงมาทั้งหมดสูญเปล่า และต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่เพื่อจะเก็บเส้นไหมให้พอกับผ้าหนึ่งผืน

หยดน้ำตาเกาะตรงขอบตาอีกแล้ว คงเพราะฝนตกเมื่อเช้าทำให้อากาศมีความชื้นมาก สองสามวันมานี้ฝนลงเกือบทุกวัน ต้นไม้ใบหญ้าได้รับน้ำใบเขียวหนาพุ่ม ยอดกำลังแตกใบเขียวสดใสเลาะเลื้อยไปพันต้นโน้นทีต้นนี้ที โผล่ยอดออกมา ยามลมพัดส่ายไหวเอน

ฤดูฝนมาเยือนอีกแล้ว กี่ปีแล้วนะที่เราไม่ได้กลับบ้าน เรื่องราวนั้นก็ผ่านไปหลายปี ทำไมจู่ๆ ผมคิดถึงขึ้นมา และยังแจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าผ่านไปได้ไม่นาน หรือเป็นเพราะว่าเมื่อเช้าพี่สาวโทรมาบอกว่าแม่ป่วยเข้าโรงพยาบาล ผมรีบเก็บกระเป๋า ตีตั๋วเดินทางกลางดึกด้วยกลัวว่าจะสายเกินไป แต่นั่นไม่ช่วยให้คำตอบผมได้เลยว่า ทำไมผู้ชายหลายคนจึงกลัวการกลับบ้าน และรู้สึกผิดเมื่อโอกาสผ่านเลยไป

ผ้าโสร่งนั้นผมเก็บใส่กระเป๋าเดินทาง

เรื่องจาก นิตยสาร ฅ.คน ปีที่ 4 ฉบับที่ 42 เดือนเมษายน 2552(ผลงานจากทางบ้าน)
ขอขอบคุณ ภาพจาก pixabay

- ONLINE TVBURABHA -


โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

เจ้าตัวโตผู้เกิดมาเป็นคุณหลวง

ครั้งหนึ่งในชีวิตของ พนม ช่อจันทร์