ความเบื่อ | นพคุณ เซนย์วิบูลย์

ผมออกจากบ้านทางหน้าต่างชั้นสอง ปีนลงมาทางระเบียงย่องผ่านหลังคาบ้าน แล้วรูดเสาลงมาสู่พื้นสนามข้างบ้านจากนั้นก็ออกไปทำงานตามปกติ

ใครที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นตาผมมาก่อนก็อาจคิดว่าผมคงเป็นพวกย่องเบา ที่แอบเข้าบ้านคนอื่นแล้วเผลอหลับไป ตื่นมาตอนเช้าแล้วรีบเผ่นออกมาโดยไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือออกมาเลย ทั้งที่ความจริงผมออกจากบ้านด้วยการปีนลงทางนี้เป็นประจำ

คิดว่าผมคงมีปัญหาด้านความคิด อายุอานามสามสิบกว่า กำลังเพิ่งเริ่มต้น แต่ผมกลับรู้สึกว่า ชีวิตได้มาถึงทางตันเสียแล้ว ผมพยายามหาเหตุผลมาหักล้าง แต่ก็คิดไม่ออก ผมไม่มีทั้งความคิดสร้างสรรค์ ไม่มีจินตนาการ ชีวิตชีวาผมก็แห้งแล้ง เหมือนกับว่าอยู่ไปวันๆ ทำงานไปแบบไม่มีอนาคต ขอแค่มีข้าวกิน มีที่นอน ไม่มีภาระอะไรก็เพียงพอ

ชีวิตที่ซ้ำซากจำเจเช่นนี้มันมีอยู่จริงด้วยหรือ
คำถามนี้ผมคิดขึ้นมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ถึงตอนนี้ผมยังจมอยู่ในวังวนนั้น และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผมจึงต้องออกจากบ้านทางหน้าต่าง 
ผมเดินออกจากบ้านไปต่อรถไฟลอยฟ้า แล้วต่อรถไฟฟ้าใต้ดิน แล้วเดินต่อเข้าสำนักงาน ตกเย็นก็เดินออกมามุดใต้ดิน แล้วลอยขึ้นฟ้า แล้วเดินกลับบ้าน บางวันก็เข้าบ้านโดยการปีนรั้ว 

ทุกวัน ระหว่างเดินทาง ผมชอบสังเกตคน ผมได้เห็นผู้คนมากมายที่ดำเนินชีวิตคล้ายๆกัน จนบางครั้งดูเหมือนไม่มีวิญญาณอยู่ในร่างนั้นเอาเสียเลย บางทีมันก็ดูน่ากลัวพิลึก

ทุกๆ คนคงมีความเบื่อหน่ายอยู่ในตัวตน ก็แล้วแต่ว่าใครจะสามารถจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้ด้วยวิธีใด แยบยลหรือไม่ หรือแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจน  แต่ถ้าให้คาดเดาว่า พวกเขาเหล่านั้นกำลังเบื่ออะไรในชีวิต ก็คงออกจะยาก เรื่องอย่างว่านั้นมันมีมากมาย เบื่อรถติด แฟนทิ้ง ภรรยามีชู้ ลูกไม่รักดี โดยนายด่า แมลงสัตว์กัดต่อย คอยแฟนนาน เหยียบขี้หมา การงานไม่ก้าวหน้า น้ำท่วม ตื่นเช้านอนดึก เงินเดือนไม่พอใช้ ท้องอืดท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว เสียวฟัน อากาศร้อน นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย นินทาว่าร้าย การใส่หน้ากากเข้าหากัน ถูกโกงถูกหลอก หรืออะไรก็ได้ตามแต่อีกมากมายคงต้องเพิ่มกันเองก็แล้วกัน

แล้วเราจะจัดการกับความน่าเบื่อเหล่านี้ได้อย่างไร ผมบอกได้เลยว่า ไม่รู้จริงๆ

ผมไม่ใช่นักจิตวิทยา ผมเป็นคนธรรมดาที่ยังไม่อาจจะหาทางออกให้ตนเองได้ ชีวิตยังต้องมีเรื่องน่าเบื่อถึงน่าเศร้าอยู่อีกหลายเรื่อง หลายคนแนะนำให้ผมมองโลกในแง่ดี หรือหากิจกรรมใหม่ๆ ทำบ้าง ออกไปพักผ่อนไกลๆสักระยะหนึ่ง มีกระทั่งแนะนำให้หาแฟนใหม่ สิ่งเหล่านี้ผมเคยลองมาหมดแล้ว(ยกเว้นการหาแฟนใหม่) แต่ผมคิดว่ามันก็แค่ช่วยบรรเทาอาการทางความรู้สึกได้เพียงชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น หลังจากนั้นทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ดังนั้นถ้าจะแก้ไขก็คงต้องแก้กันจากภายในใจที่เป็นต้นตอของความรู้สึก ซึ่งมันเป็นเรื่องยาก บางคนหาทางออกให้ความรู้สึกนี้ด้วยการฆ่าตัวตายให้หมดเรื่องหมดราวไปในที่สุด

ทุกวันนี้ผมยังคงใช้ชีวิตแบบเดิม ทำงานตามเวลา ตื่นเช้านอนดึก เดินไปทำงาน ขึ้นรถไฟลอยฟ้า ลงรถไฟใต้ดิน เดิน เดิน เดิน อ่านหนังสือ ฟังเพลง คุยโทรศัพท์กับแฟน กิน นอน นั่ง ดูหนัง ดูละคร ดูตลก อาบน้ำ ทำบุญทำทาน ปล่อยวางจิตใจ ...และออกจากบ้านทางหน้าต่าง

...............................

เรื่องจาก นิตยสาร ฅ.คน ปีที่ 2 ฉบับที่ 24 ตุลาคม 2550(ผลงานจากทางบ้าน)
ภาพจาก pixabay

- ONLINE TVBURABHA -

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เจ้าตัวโตผู้เกิดมาเป็นคุณหลวง

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

เมื่อพระสหายแห่งสายบุรี คิดถึงในหลวง