แรกบิน | พรอนันต์ เสริมสุข

"ทำไมนกสีดำพวกนั้นไม่ลงมากินอาหารกับเราล่ะคะคุณปู่"  พิราบน้อยเอ่ยถามผูู้เป็นปู่อย่างใคร่รู้ปากจิกกินเม็ดอาหารที่ถูกหว่านโปรยลงบนพื้นสนามหญ้า เช่นเดียวกันกับนกพิราบอีกฝูงใหญ่ที่ต่างกำลังจิกกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย

"อีกาพวกนั้นนะเหรอ" ผู้อาวุโสพลางแหงนมองฝูงกาที่โบยบินอยู่เบื้องบน "พวกมันกินกับเราไม่ได้หรอกเพราะคนใจบุญเขาให้อาหารเหล่านี้ก็แต่พวกเราเท่านั้น" พูดไปพลางปากยังคงจิกกิน

"ทำไมล่ะคะ" พิราบน้อยยังไม่คลายสงสัย "ทำไมเขาไม่ให้พวกนั้นด้วย"

"อืม" คุณปู่คิดหนัก จะตอบหลานรักอย่างไรในเมื่อตัวไม่รู้ คำตอบอย่างไรที่หลานสาวตัวน้อยวัยอยากรู้จะเข้าใจได้ "คนเขาคงเกลียดที่พวกนั้นตัวดำละมั้ง" คำตอบนั้นกลั่นกรองจากความน่าจะเป็นเท่าที่ความสามารถในการเชื่อมโยงของพิราบเฒ่าจะพาไป "กินๆ เถอะ เดี๋ยวไม่อิ่มนะหลานเอ้ย" 

ต่างก็จิกกินมื้ออาหารนั้นต่อไปโดยไม่มีคำถามใดๆจากหลานสาวอีก แม้แววตาอันใสสดคู่นั้นยังคงฉายชัดในความสงสัย และคำถามอีกมากมายยังคงไม่ได้พูดออกมา

ในสนามหญ้าอันไพศาลสำหรับฝูงพิราบนั้น อาหารยังคงถูกหว่านโปรยอยู่ไม่ขาดจากมือของมนุษย์หลายผู้คนที่เวียนแวะผ่านสนามแห่งนั้น สถานที่อันอาจกล่าวว่าถูกถือครองกรรมสิทธิ์โดยฝูงพิราบก็คงไม่ผิดนัก รอบสนามหญ้าอันแสนสมบูรณ์ด้วยผืนหญ้าเขียวขจีนั้นรถราและยวดยานต่างขับเคลื่อนผ่านไปมาอย่างวุ่นวายสับสนบนถนนหนทางอันวกวนชวนคลื่นเหียน เสียงเครื่องยนต์ดังลั่นสนั่นไหวพานให้แสบแก้วหู กับเขม่าควันจากไอเสียทั้งแสบตาและวิงเวียนด้วยกลิ่นของมัน มองไปแล้วไม่ต่างจากผืนดินสุดท้ายที่ถูกรุกคืบเข้าทุกทีด้วยศัตรูที่ใครต่างยกย่องเชิดชุ 'ความเจริญ'

ค่ำคืนนั้นไม่ต่างอะไรกับทุกคืนค่ำที่ผ่านพ้น ดวงนีออนส่องสว่างทั่วทุกทิศแทนที่กลุ่มดาวบนฟากฟ้า บนเสาปูนแท่งเหลี่ยมและสายจ่ายไฟระโยงระยาง ฝูงนกพิราบเกาะเกี่ยวเรียงแถวเดี่ยวหน้ากระดาน อาศัยเสาไฟฟ้าเป็นรวงรังที่พักพิง

"ปู่เคยกลัวบ้างไหมคะว่าหลับแล้วจะตกลงไป" หลานสาวอยากรู้เต็มที่ ขาทั้งสองยังคงสั่น เล็บทั้งแปดขบจิกแน่นกับสายไฟ

ปู่สะลืมสะลือกึ่งหลับกึ่งตื่น สองตาขยิบเปิดออกไม่ถึงครึ่ง "ไม่เคย" ปู่ตอบเสียงแผ่วเบาอย่างอ่อนเพลีย "ด้วยขาสองข้างนี้เราจะไม่ตกลงไป"  

"แล้วทำไมเราไม่สร้างบ้านบนต้นไม้แล้วนอนสบายๆเหมือนนกพวกนั้นล่ะคะ" หลานสาวมองตรงไปยังต้นไม้ที่ริมสุดขอบสนาม ที่ซึ่งครอบครัวนกกระจอกนอนรวมกันภายในรังบนต้นไม้อันแสนอบอุ่น

"จะต้องทำทำไมให้ลำบากกันล่ะหลานเอ้ย" ผู้อาวุโสย้อนถาม "ก็คนใจบุญเขาสร้างที่นี่ไว้เป็นบ้านสำหรับพวกเราอยู่แล้ว ดูสิ ที่นี่ลมเย็นสบาย หลับกันได้ตั้งหลายตัวไม่เปลืองที่เลย ใครๆก็ชอบที่นี่ทั้งนั้น" คุณปู่อธิบายอย่างผู้รู้ "รีบๆหลับซะนะ  พรุ่งนี้แกต้องหัดบิน แกนี่ก็ไม่ไหว จนขนปีกขึ้นเต็มยังบินไม่เป็นสักที แค่ขยับปีกบินยังทำไม่ได้" พูดจบพิราบเฒ่าก็หลับทันที ส่งเสียงกรนคร่อกๆ

หลานสาวยังคงยืนขาสั่น ไม่กล้าหลับตาลง ตาคู่นั้นจับจ้องอยู่ที่พื้นเบื้องล่างจนหลับไปไม่รู้ตัว 


แสงแรกของวันใหม่ส่องจับผิวพื้น ฝูงพิราบทยอยกันตื่นต่างสลัดปีกสะบัดขนบิดขี้่เกียจเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับวันใหม่ พิราบเฒ่าปลุกหลานสาวที่หลับเคียงกัน จะงอยปากจิกงับพิราบน้อยอย่างแผ่วเบาทะนุถนอม ปีกทั้งสองสยายออก กางร่อนลงจากสายไฟ

ปล่อยหลานสาวหลุดร่วงสู่ผิวพื้น พิราบแรกบินส่งเสียงร้องทั้งตกใจและตื่นกลัวไม่ต่างทุกเช้าที่ผ่านพ้น ปีกเล็กๆคู่นั้นโบกสะบัดทั้งรัวและแรง หากไร้จังหวะอันเหมาะสม พิราบน้อยหมุนเคว้งเสียสมดุลกลางห้วงเวหาอันเวิ้งว้าง ถลาร่อนกระแทกกอหญ้าเบื้องล่าง เจ็บและจุกในอกด้วยแรงกระแทกพยายามฝืนยืนทั้งขาสั่น หันแหงนมองพิราบเฒ่าอย่างขุ่นเคือง

มื้อเช้าเริ่มแล้ว
บรรยากาศในยามเช้าไม่ต่างจากเวลาอื่นๆ ในทุกๆวัน เวลาไหนๆ ก็ไม่ต่างกัน รถราแล่นขวักไขว่เวียนวนบนถนนหนทางที่ล้อมรอบถิ่นพำนัก กับเสียงเครื่องจักรอึกทึกแสบจนแก้วหูแทบระเบิด

"ปู่เคยหาอาหารเองแบบพวกนั้นไหมคะ" หลานสาวยังมีคำถามมากมายที่ต้องการคำตอบ ตามมองไปยังอีกาฝูงเดิม

"ไม่เคย"  ปู่ตอบห้วนๆ "ปู่เกิดมาก็เจอคนใจบุญพวกนี้แล้ว ปู่โชคดี ก็เหมือนหลานนั่นแหละ" คุณปู่บอกอย่างภาคภูมิ ปากยังคงจิกกินไม่หยุด

หลานสาวยังคงมองไปยังกาฝูงนั้น ฝูงกาที่บินร่อนถลาลมอย่างเสรี โฉบจิกแมลงบนฟากฟ้าเป็นอาหาร "หนูว่าแบบนั้นน่าสนุกดีนะคะ"

"บ๊ะ ไอ้หลานคนนี้ ...คิดอะไรแผลงๆ" พิราบเฒ่าตวาดเสียงแข็ง

หลานสาวมองดูอาหารบนพื้น รู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่เห็น กองอาหารที่มากจนผิดตา "ทำไมวันนี้อาหารมากมายจังเลยปู่"

"เอ็งนี่มันสงสัยไปเสียทุกเรื่อง" ปู่ตวาดเอาอีก "แล้วไม่ดีหรือไง นานๆที ญาติๆเอ็งจะมารวมกันมากอย่างนี้"

มองไกลออกไปอีก นกน้อยเพิ่งสังเกตเอาตอนนี้เองว่าฝูงนกพิราบมากมายรวมทั้งตัวเธอเองกำลังกินกันง่วนภายในสนามหญ้าที่ถูกล้อมรอบด้วยซี่กรงขนาดยักษ์

ตาข่ายมหึมาถูกกางขึงปิดคลุมกรงขนาดยักษ์ ฝูงนกแตกกระเจิง ต่างบินหนีหาทางออกอย่างไม่คิดชีวิต แต่มันสายไป สิ่งที่ทำได้เพียงบินชนกันบาดเจ็บ กระแทกกรงเหล็กและเข้าไปติดในตาข่ายครอบ

"ขอแจ้งปิดสนามชั่วคราว เพื่อทำการปรับปรุงสภาพความสมบูรณ์และปรับภูมิทัศน์โดยรอบให้ดียิ่งขึ้น สวยงามยิ่งขึ้น จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ฝูงพิราบที่เป็นปัญหามานาน ทั้งในเรื่องของความสกปรกและเชื้อโรคนั้นจะถูกจับออกจากพื้นที่ทั้งหมดเพื่อนำไปปล่อยสู่ธรรมชาติในสถานที่อันสมบูรณ์ที่เหมาะสมแก่การหาอาหารและดำรงชีวิตของพวกมันต่อไป" เสียงวิทยุจากรถกระจายเสียงดังกึกก้องทั่วบริเวณ

ฝูงนกในซี่กรงยังคงแตกกระเจิงด้วยความตื่นตกใจ 

"แล้วคุณปู่หาอาหารเป็นหรือเปล่าล่ะคะ" หลานสาวย้อนถามกลับทันควัน

พิราบเฒ่ายืนนิ่ง ดวงตาคู่นั้นกระตุกเกร็ง ทั้งเจ็บและจุกในทรวงไม่ต่างพิราบน้อยหล่นร่วงเมื่อแรกบิน


เรื่องจากนิตยสาร ฅ.คน ปีที่ 5 ฉบับที่ 57 เดือนกรกฎาคม 2553 (ผลงานจากทางบ้าน)
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก pixabay


- ONLINE TVBURABHA -

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย

การเตรียมตัวของชีวิต | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ