หกสิบนาที | พลล์ เพชรบดี

ฉันเหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งชั่วโมง หมอบอกฉันว่าอย่างนั้น ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึก พลันบอกกับตัวเองว่าอีกเพียงชั่วโมงหนึ่งเท่านั้นที่ฉันมี อีกเพียงหกสิบนาทีเท่านั้นที่ฉันมี 

หมอทำปากขยุบขยิบพูดอะไรกับฉันบางอย่าง ฉันไม่ใคร่ได้ยินสักเท่าไหร่ ฉันนึกไปแต่ว่าฉันทำอะไรดีในเวลาที่เหลือ ฉันควรทำอะไร หรือฉันพอจะทำอะไรได้บ้างฉันนั่งมองฟ้า ฉันนั่งมองกลุ่มเมฆน้อยที่กำลังเคลื่อนลอย น้ำลายฉันหยดแหมะๆ ฉันนั่งอยู่อย่างนั้นเป็นเวลาสิบห้านาที ซึ่งบางทีอาจจะมากหรือน้อยกว่านั้นก็ได้ ความคิดความอ่านฉันยังไม่ขยับเขยื้อนไปไหน หมอกับนางพยาบาลเดินออกจากห้องไปตอนไหนฉันไม่รู้ สิ่งที่ฉันรู้มีเพียงว่าฉันกำลังนั่งอยู่ตรงนี้กับความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย



แน่นอน ต่อให้ฉันรู้สึกต่อสิ่งใดอย่างไร เวลาก็ยังคงเดินต่อไป เช่นเดียวกับสังขารของมนุษย์ทุกคน สักวันหนึ่งก็ต้องดับไป ฉันสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่อีกครั้งหนึ่ง พลางสะกดใจตัวเองให้สงบนิ่งก่อนที่จะคิดทำการใดต่อไป ในขณะที่ทางฟากสัญชาตญาณของฉันนั้นกลับไม่เชื่อฟังเอาเสียเลย

เข็มนาฬิกากระซิบบอกฉันว่า เวลาได้เคลื่อนผ่านไปแล้วประมาณยี่สิบนาที ร่างกายฉันเริ่มออกอาการ แน่ละว่าฉันรู้จักตัวเองดี มันกำลังร้องเตือนว่ามรณานุสติที่ฉันได้เพียรบำเพ็ญมาเป็นระยะเวลายาวนานนั้น แทบจะรั้งเอาไว้ไม่อยู่เสียแล้ว แก่นสมาธิฉันเริ่มแตกร้าว ความรู้สึกต่อการมีอยู่ของตัวฉันเริ่มกระซ่านกระเซ็น ฉันนึกถึงพ่อ ฉันนึกถึงแม่ ฉันนึกถึงน้องสาว ซึ่งตอนนี้คงกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานง่วงอยู่ ทางแก้ไขจะเป็นไปในทางใดฉันยังไม่ได้นึก สมองและจิตใจของฉันในตอนนี้ ถูกภาพต่างๆมากมายในอดีตซ้อนทับจนหมด

มันช่างเป็นความรู้สึกที่ลักลั่น ขัดแย้ง และทรมานจนเหลือจะพรรณนา จิตใต้สำนึกของฉันกำลังเปล่งเสียงร้องตะโกนราวกับสัตว์ดุร้าย ว่าให้ฉันรีบทำอะไรสักอย่างในช่วงเวลาแห่งความคับขันนี้ หัวฉันตึงร้อนผ่าว เส้นประสาททั่วร่างกายฉันขึงเขม็งเกลียว ขากรรไกรฉันยังคงอ้าและสั่นค้าง แต่มันกลับกลายเป็นว่าฉันคิดอะไรไม่ออก แต่มันกลับกลายเป็นว่าฉันทำอะไรไม่ได้ ร่างกายและจิตใจฉันเริ่มไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าทั้งภายในและภายนอกเสียแล้ว มันไม่ควรที่จะเป็นแบบนี้เลย แม่ พ่อ เจ้าเมย์ แต่ถึงกระนั้นฉันก็พลันปล่อยเวลาให้ไหลผ่านไปในอากาศอีกสิบห้านาทีโดยเปล่าประโยชน์ จิตที่ร่วงหล่นอยู่อีกฟากหนึ่งกระซิบบอกว่า แกมันช่างอ่อนแอ และเขลาเสียเหลือเกิน

ฉันไม่แน่ใจว่าทุกคนที่ได้ผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาจะรู้สึกเช่นเดียวกันกับฉันในตอนนี้หรือเปล่า ความรู้สึกในใจหลายรูปหลายนาม ซึ่งหาคำนิยามไม่ได้กำลังพยายามเอาชนะคะคานกัน ซึ่งท้ายที่สุดมันก็แหลกสลายกลายเป็นผุยผงไม่มีชิ้นดี รวมถึงความรู้สึกที่จับจดกับอะไรบางอย่างทั้งๆที่ไม่มีเป้าหมายใดเช่นเดียวกัน มันเล่นงานฉันเสียจนยับเยิน เจ้าดวงตาทั้งสองมันเอาแต่จะสำรวจสิ่งนั้นสิ่งนี้ไปเสียหมด ทั้งของใกล้ตัว ไกลตัว รวมไปจนกระทั่งถึงของที่ไม่เป็นรูปธรรม เช่น ความทรงจำ กับอารมณ์ และความรู้สึกที่ผ่านมา 

มารู้ตัวอีกที ฉันก็อยู่ในสภาพที่นอนซมเป็นที่เรียบร้อย  มันเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตฉันจริงๆ  ที่ฉันรู้สึกราวกับว่าเจ้านาฬิกาที่แขวนอยู่ตรงกำแพงนั่นเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทหนึ่ง  และที่สำคัญ มันต้องการจะสื่อสารอะไรบางอย่าง ภาพต่างๆที่ไหลเข้ามาหาฉันไม่หยุดไม่หย่อนได้จางหายกลายเป็นหมอกควันไปหมดแล้ว รวมทั้งฉันคนนี้ ฉันคนที่ไม่เคยคิดถึงเรื่องการมีอยู่ของนรกและสวรรค์ พอมาถึงนาทีเกือบสุดท้าย ทุกอย่างพลันกลับหัว กลับหางกลับตาลปัตรไปหมด ฉันรู้ดี ฉันเข้าใจดี ว่ามันสายจนเกินคำว่าเสียใจแล้ว 

เวลามาถึงแล้ว ฉันหลับตา ฉันนึกถึงท้องฟ้าในวันนัั้น ท้องฟ้าในวันที่ฉันนอนอยู่บนสนามหญ้ากับน้องสาว มันถูกระบายด้วยสีฟ้าจางๆ ไม่มีเมฆแม้สักก้อนมารบกวนใจ นกฝูงหนึ่งกำลังบินคล้อยต่ำผ่านหน้าฉันมันทักทายฉันด้วยภาษาของมัน ลมเย็นๆเริ่มไหวโชยเอื่อยปะทะใบหน้า น้ำตาฉันเริ่มปริ่ม น้ำตาฉันเริ่มไหล คนใกล้ตัวแต่ละคนกำลังส่งยิ้มให้ฉัน เจ้าเมย์กำลังลุกขึ้นพร้อมกับหยิบที่พรวนดินซึ่งทำด้วยพลาสติกสีแดงแล้ววิ่งกุลีกุจอไปข้างหน้า ทุกอย่างรอบตัวช่างดูสวยสด และมีเมตตา ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่า ฉันว่าฉันไม่ได้ตาย ฉันว่าฉันยังมีชีวิตอยู่ ฉันว่าฉันกำลังมีความสุขอยู่เหมือนทุกวัน เด็กๆกลุ่มหนึ่งข้างล่างนั่นโบกไม้โบกมือเรียกให้ฉันไปร่วมเล่นฟุตบอลด้วย ฉันวิ่งลงไป ฉันพอใจแล้ว ฉันไม่ต้องการที่จะคิดอะไรอีกต่อไปแล้ว ฉันหันไปทางซ้าย ดวงอาทิตย์สีส้มกำลังหย่อนคล้อยลงดิน มันบอกว่ามันจะร้องเพลงใหัฉันฟัง ซึ่งฉันก็ดีใจ และยิ้มให้กับมัน

เรื่องจากนิตยสาร ฅ.คน ปีที่8 ฉบับที่ 84 เดือนพฤศจิกายน 2555 (ผลงานจากทางบ้าน)
ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


- ONLINE TVBURABHA -

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย

การเตรียมตัวของชีวิต | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ