ที่พึ่ง | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

เพื่อนในเฟสบุคคนหนึ่งที่ผมชื่นชม และชอบอ่านข้อเขียนสั้นๆของเขามากคือ โดม วุฒิชัย หรือวุฒิชัย เขียนประเสริฐ
นอกจากผมจะชอบความจริงใจในการเล่าเรื่อง(วิบาก)ชีวิตของตัวเขาเองแล้ว
ข้อเขียนที่ผมชอบส่วนใหญ่จะเป็นตะกอนหรือผลึกชีวิตของเขานั่นเอง
เป็นตะกอนชีวิตของคนที่ไม่ใช่แค่เห็นธรรม แต่ยังเข้าถึงและตอบรับคำเชื้อเชิญให้ชีวิตเข้าไปพิสูจน์

ความชอบของผมทำให้เขาเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในลิสต์ที่ผมจะชวน(เชิญ)มาพูดคุยให้พนักงานในบริษัทฟัง
ไม่ใช่เพื่อแค่ให้ได้แรงบันดาลใจ
แต่เพื่อให้เห็นความจริง


ชีวิตผมได้รับแรงบันดาลใจจากคนโน้นคนนี้อยู่บ่อยๆ
แต่ผมไม่เคยหวังพึ่งแรงบันดาลใจ
เพราะพุทธศาสนาสอนให้พึ่งตน
จะพึ่งตนหรือตนเป็นที่พึ่งของตนได้ ไม่ใช่แค่นั่งนึกคิดเอาแล้วตนก็เป็นที่พึ่งของตนได้
ครูบาอาจารย์ท่านสอนว่า ต้องทำตนให้เป็นที่พึ่งได้เสียก่อน
ซึ่งก็คือการฝึกตนนั่นเอง ประเด็นสำคัญอยู่ที่ตรงนี้
การฝึกตนต้องฝึกทั้งภายนอก และภายใน
ท่านจึงย้ำบ่อยๆ ว่าที่พูดกันว่ามนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐนั้นก็ยังตกหล่นอยู่
ต้องเติมให้ครบว่า...ประเสริฐได้ด้วยการฝึกถึงจะถูกต้อง ครบถ้วน

สังเกตว่าเดี๋ยวนี้ไม่ว่าข้อเขียน หรือเวที หรือคอร์ส เกี่ยวกับการให้แรงบันดาลใจจะมีเยอะมาก
องค์กร บริษัท ห้างร้าน ก็มักเชิญคนไปพูดให้แรงบันดาลใจ
ผมก็ถูกเชิญอยู่บ่อยๆ
แต่ทุกครั้งที่พูดก็จะนำคำครูอาจารย์มาย้ำเสมอว่า
การแสวงหายาโด๊ปจากผู้อื่นอยู่ตลอดเวลาแต่ไม่เคยทำตนให้เป็นที่พึ่งได้นั้น
ถาวรสู้การทำตนให้เป็นที่พึ่งได้ไม่ได้

เช้านี้เป็นอีกครั้งที่ผมได้อ่านข้อเขียนที่มีค่ามากของโดม
เขาเขียนสั้นๆว่า ตอนเด็กความสุขเป็นเรื่องเรียบง่าย พอเติบโตความเรียบง่ายคือความสุข
สำหรับคนไม่สนใจฮาวทูอย่างผมมันใช่มากๆ
แน่นอนความเติบโตในความหมายของเขาไม่ใช่แค่เรื่องการเปลี่ยนผ่านของวัยหรือตัวเลขอายุ
จะประจักษ์ว่าความเรียบง่ายคือความสุขนั้นต้องเติบโต
ก่อนเติบโตต้องผ่านการโบยตีของชีวิตที่โหยหาความไม่เรียบง่ายมาก่อน
กระทั่งล้มคะมำหกคะเมน ค่อยรู้ว่านั่นไม่ใช่ที่ทางที่แท้จริงของชีวิต
แต่คือทุกข์มากมาย ทั้งที่ก่อกับตนเองและผู้อื่น

ก่อนหน้านี้ผมเคยเขียนสะท้อนชีวิตตัวเองว่า ดิ้นรนให้ได้มาในวันนี้เพื่อที่จะไม่ต้องการมันในวันหน้า มีคนถามมาว่าหมายความว่าอย่างไร ผมไม่ได้อธิบาย
ถ้าได้อ่านข้อเขียนชิ้นนี้คงเข้าใจ
ชีวิตของโดมเท่าที่ผมอ่านจากข้อเขียนของเขาโลดโผนเข้มข้นมากกว่าผมอย่างเทียบกันไม่ได้
แต่ผมคิดว่าอดีตกำลังพาเราเดินไปสู่เป้าหมายชีวิตทั้งภายนอกและภายในคล้ายๆกัน
นั่นคือความเรียบง่าย
โดยมีครูบาอาจารย์สายเดียวกัน เพียงแต่เขาล้ำหน้ากว่าผมไปหลายก้าว
แน่นอนบนหลักคิดที่กำลังนำพาชีวิตเราไป นี่คือความสำเร็จในชีวิตและบุญที่ผมยังไปไม่ถึงและมีไม่มากเท่า

- ONLINE TVBURABHA -

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ครั้งหนึ่งในชีวิตของ พนม ช่อจันทร์

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย

การเตรียมตัวของชีวิต | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ