ชายหนุ่มมหัศจรรย์ ผู้ไร้หัวนอนปลายเท้า | หนอนจอมขโมย

จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีร่องรอยเหมืองแร่อยู่หลายขุม ปัจจุบันกลายเป็นสวนเงาะ สวนทุเรียน ขุมเหมืองกลางเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ให้ชาวบ้านได้ใช้น้ำ 

ในจำนวนคนงานเหมือง ยุคนั้นมีหนุ่มผิวขาวหน้าตาหล่อเหลา ขยันขันแข็ง ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ยามว่างของเขาหมดไปกับการประดิษฐ์ของใช้ เช่น  ตู้ เก้าอี้ ฝีมืองานไม้ของเขายอดเยี่ยมชนิดหาตัวจับยาก และยังเก่งงานช่าง เครื่องจักรกลของเหมืองเสีย ก็ได้เขาอาสาไปเป็นผู้ช่วยช่างเสมอๆ

ชายหนุ่มยังชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ และผิดแผกไปจากชาวเหมืองส่วนใหญ่ เขาไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ และการพนันทุกชนิดก็ไม่มีทางได้เงินจากเขาแน่ เงินเดือนที่ได้รับมา ชายหนุ่มก็เก็บสะสมจนพอซื้อจักรยานคู่ใจ เพื่อใช้ปั่นไปดูหนังได้สะดวกขึ้น 

ใกล้เหมืองมีหมู่บ้านเล็กๆ มีครอบครัวของพ่อเฒ่าซึ่งออกจะมีฐานะดีกว่าใคร และแล้วตำนานรักระหว่างเจ้าเงาะกับรจนาก็เกิดขึ้น เพียงแต่สลับกลับที่กัน เพราะเจ้าเงาะสูงโปร่ง ผิวขาว หล่อ ได้พารจนาอ้วนดำมาร่วมชายคา เจ้าเงาะจึงต้องไปอยู่กระท่อมปลายนา

กระท่อมน้อยปลายนาเกิดขึ้นเพราะฝีมือช่างของเขาเตียงวิวาห์ก็ทำเอง ครั้นตกค่ำก็พารจนาซ้อนท้ายจักรยานเข้าไปในอำเภอเพื่อดูหนัง เสื้อผ้าก็เย็บใส่เอง นอกจากเป็นช่างไม้ ชายหนุ่มยังตัดเย็บเสื้อผ้าได้เก่ง เขาเย็บเสื้อคอกระเช้าให้เธอใส่ 

ทุกสิ่งที่ชายเหมืองแร่ทำ ยิ่งทำให้คนในหมู่บ้านประหลาดใจมากขึ้น เพราะไม่มีผู้ชายในหมู่บ้านคนไหนทำ ครั้นมีลูกสาวก็ทำของเล่นที่ไม่เหมือนใคร เช่น สานตะกร้าแล้วทำเป็นชิงช้า เอาลูกสาวตัวผอมๆ ใส่แล้วไกวสูงๆ เป็นที่หวาดเสียวของตายายถ้าบังเอิญมาเห็น เอาถังน้ำมันขี้โล้มาตัดท่อนแล้วล้างสะอาด ให้ลูกสาวลอยแล่นแทนเรือยามน้ำหลาก ทำที่นั่งพิเศษหน้าจักรยานด้วยเศษไม้ลัง ร้อยนอตเพื่อใส่แม่หนูน้อยไปตลาด คนเห็นพากันมามุงดูที่นั่งพิเศษนี้ เพราะไม่มีขายที่ไหน


คุณน้าเอาปืนลูกซองมาฝากไว้ ตอนเย็นชวนแม่ลูกสาวไปซุ่มไก่ป่า จึงรู้ว่าชายหนุ่มยิงปืนแม่นอีกด้วย คุณตาที่อยู่บ้านใหญ่ห่างไปประมาณ 3 กิโลเมตร โกรธจนหนวดกระดิก แม่รจนาจึงต้องรีบนำแกงไก่ป่าไปให้จึงสงบลงได้ แต่ก็ไม่ปล่อยให้คุณน้าเอาปืนมาให้ยิงไก่ป่าอีกเลย แต่ชายหนุ่มก็ไม่มีปัญหา หันมาทำปืนแก๊ปใช้เอง ทำดินปืนเอง ล่าอีเห็นเวลามันเข้ามากินสับปะรดในไร่ได้หลายตัว

ที่หมู่บ้านไม่มีไฟฟ้า วันหนึ่งเมื่อขายผักผลไม้ได้มากขึ้น ชายหนุ่มเป็นคนแรกในหมู่บ้านที่มีวิทยุฟัง วิทยุสมัยนั้นใช้ถ่านไฟฉายมากถึง 30  ก้อน ถูกใจวัยรุ่นอย่างคุณน้า น้องคนสุดท้องของแม่รจนา ที่ไม่ช้าก็รีบไปซื้อตามพี่เขย

พอเริ่มมีมอเตอร์ไซด์ออกขาย ชายหนุ่มอีกเช่นกันที่เป็นคนแรกที่ซื้อมาใช้ มันเป็นรถยี่ห้อฮอนด้า 100 ซีซี ถูกใจวัยโจ๋เช่นเดียวกัน ตอนนี้ชายหนุ่มได้กลายเป็นฮีโร่ในสายตาคุณน้า และเพื่อนๆไปแล้ว

นอกจากลูกสาวคนแรกตัวผอมๆ ไว้ผมทรงหนูหิ่น ต่อมาไม่นาน ชายหนุ่มก็มีเจ้าหัวแตงโมเพิ่มมาอีกคน ตัวผอมๆ เช่นกัน แต่ตัวโตเด่นเห็นแต่ไกล ลูกๆถอดแบบชายหนุ่มมาไม่ผิดเพี้ยน โดยเฉพาะเจ้าคนโตที่ซนร้ายกาจ เล่นแบบเด็กผู้ชายทุกอย่าง

ชอบจุดไฟเผาป่าเป็นที่หนึ่ง เข้าป่าล่าอะไรต่อมิอะไร เคยเข้าป่ากับเจ้าแตงโมจนหลงกลับไม่ถูก ต้องออกตามกันจ้าละหวั่น 

เจ้าแตงโมก็ซนมากไม่แพ้กัน หนำซ้ำยังทำอาวุธทุกอย่างเป็นหมด ธนู แหลน หลาว ดาบ  มีครบครัน พัฒนาจนถึงขั้นทำปืนแก๊ปไว้เล่นเองจนเป็นที่หนักใจของแม่

วันหนึ่งยอดคุณพ่อก็พาโทรศัพท์เข้าบ้าน เป็นที่ตื่นเต้นเป็นที่สุด เขาใช้เครื่องคูโบตาไดนาโมปั่นไฟฟ้าใช้อีก หนำซ้ำยังทันสมัย หาโทรทัศน์ขาวดำมาดูเป็นที่ฮือฮา

ตอนนี้เจ้าเงาะรูปหล่อ ไม่มีหัวนอนปลายเท้า กลายเป็นแบบอย่างให้ใครต่อใครทำตาม ไม่ว่าด้านทำสวน จากที่ในหมู่บ้านไม่มีใครทำสวนผลไม้เลย ต่างหันมาทำตาม เงาะ ทุเรียน เริ่มปลูกกันมากขึ้น มีวิทยุ มอเตอร์ไซด์ โทรทัศน์ ผู้คนต่างแวะเวียนมาดูสิ่งที่ชายหนุ่มทำ

เขาไม่เคยเปลี่ยนการดำรงชีวิต ทุกวันจะกินข้าวหลังลูกเมียเสมอ เขามีชุดสวมไปตลาดเพียงชุดเดียว ถ้าอยู่บ้านก็ใส่กางเกงขาก๊วย เสื้อแขนสั้น มีจานข้าวของตัวเอง ห้ามใครแตะ ทุกวันขุดดิน ถางหญ้า ต้มน้ำดื่ม เขาเป็นคนต้มน้ำดื่มมาตลอดชีวิต แม้แต่ลูกๆ ก็ไม่มีใครรู้ว่าเขามีญาติพี่น้องอีกไหม

แต่ก็คงไม่สำคัญหรอก เพราะชีวิตของชายหนุ่ม นั้นเป็นที่ภาคภูมิใจของลูกๆทุกคนเมื่อได้ย้อนกลับไปนึกถึง และแน่นอน ชายหนุ่มที่เล่าถึงนี้ก็คือ พ่อของฉันเจ้าหนูหิ่น พี่เจ้าแตงโมนั่นเอง

เรื่องจาก นิตยสาร ฅ.คน ปีที่ 3 ฉบับที่ 33 เดือนกรกฎาคม 2551
ภาพจาก pixabay


- ONLINE TVBURABHA - 



โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

ครั้งหนึ่งในชีวิตของ พนม ช่อจันทร์

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย