ศรัทธา | นาวา วังสถาพร

ในเส้นทางเข้าชุมชนท้ายหมู่บ้าน นกกะปูดส่งเสียงร้องอยู่ในดงไม้เหมือนวันวาน โหยหวนวังเวงในบรรยากาศเย็นย่ำค่ำอย่างนี้


นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ชายหนุ่มหวนคืนมาที่นี่ แม้ว่าชาวบ้านจะกลับมาทำบุญ และปฏิบัติธรรมดังเดิมแล้ว แต่ก็ก่อนหน้านี้เพียงสองปี ขณะที่พระรูปเดียวที่จำพรรษาอยู่เปลี่ยนหน้ามาเป็นรูปที่สามแล้ว

"องค์นี้เพิ่นท่าจะอยู่นานกว่าองค์อื่น"

ยายขาว หนึ่งในกลุ่มหญิงชราห้าหกคนผู้เชื่อมั่น และศรัทธาในสำนักสงฆ์แห่งนี้ไม่เปลี่ยนแปลง บอกกับชายหนุ่ม

"ท่านเป็นคนยโสธร บวชตั้งแต่เป็นเด็กน้อย ปีนี้ยี่สิบกว่าพรรษาแล้ว คงจะหนักแน่นมั่นคงดีอยู่" ยายขาวเล่าต่อ

"ท่านชอบที่ทางของวัดมาก บอกว่าพอมีต้นไม้ต้นไร่หนาตาสงบสงัดดี เหมาะกับการภาวนา" ยายสายบอกอีกคน

"นั่นซี คนไม่เคยมีลูกมีเมียมาก่อนอย่างนี้ ท่านคงไม่สนใจทางโลกดอก" ยายวงสรุป

ชายหนุ่มนิ่ง แม้ในใจจะคิดว่าไม่แน่นอนเสมอไป คนที่ไม่ค่อยได้เรียนรู้เรื่องทางโลก อาจจะพลาดได้ง่ายกว่าก็ได้ ใครจะไปรู้ ไม่ทันที่เขาจะพูดหรือคิดสิ่งใดต่อไป เพ็ญ เมียของเขา ก็โพล่งขึ้น

"ให้มันเป็นอย่างนั้นเถอะยาย อย่าแอบสึกไปแต่งเมียเหมือนองค์ก่อนโน้นเด้อ" คำเธอทำทุกคนชะงัก

"ท่านมีโทรศัพท์มือถือไหม" เพ็ญถามไปในกลุ่มหญิงชรา
"ไม่ท่านไม่เคยใช้" ยายขาวตอบ
"งั้นค่อยยังชั่วหน่อย" 
ชายหนุ่มรู้สึกขัดใจเมีย หล่อนไม่ควรรื้อฟื้นเรื่องเหล่านั้นขึ้นมา เป็นการทำร้ายจิตใจคนแก่เปล่าๆ

...........
ชายหนุ่มจอดรถกระบะไว้หน้าศาลา เป็นศาลาหลังเดียวกับที่เขาเป็นคนเขียนแบบให้เมื่อหลายปีก่อน โดย 'เขา' คนที่ชายหนุ่มและญาติโยมเคยเรียกขานว่า 'พระอาจารย์' เป็นผู้ไหว้วานให้ออกแบบตามมโนภาพที่ท่านต้องการในวันหนึ่ง หลังจากที่พูดจาสอบถามตนทราบว่าชายหนุ่มเรียนจบมาทางนี้

ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ศาลาก็สร้างเสร็จพอที่จะประกอบกิจของสงฆ์ และญาติโยมที่มาถวายภัตตาหาร หรือปัจจัยไทยธรรม มันกว้างขวางพอรองรับคนร่วมร้อยทีเดียว ผนังด้านหลังก่ออิฐถือปูนติดหน้าต่างกระจกขอบอลูมิเนียม ยกพื้นสำหรับประดิษฐานพระประธานและเหลือไว้สำหรับพระสงฆ์ ปูกระเบื้องเคลือบอย่างดี ยาวตลอดความยาวของศาลา

ผนังด้านข้างและด้านหน้าก่ออิฐถือปูนสูงเพียงอก รอปัจจัยจากแรงศรัทธาเพื่อต่อเติมได้ในอนาคต ซึ่งคงไม่เหลือบ่ากว่าแรง 'พระอาจารย์' ผู้เป็นเจ้าสำนัก ด้วยท่านเป็นผู้มีวาทศิลป์ โน้มน้าวจูงใจคนเก่ง และดูดวงแม่น

หากแม้นไม่เกิดเรื่องเสียก่อน

เมื่อทราบว่าอดีต 'พระอาจารย์' สิกขาลาเพศแล้ว ชายหนุ่มก็ไม่ได้มาทำบุญที่นี่อีกเลย ชาวบ้านกลุ่มนี้ก็เช่นกัน ไม่ใช่ว่าเกิดเสื่อมศรัทธาไปเสียทีเดียว แต่เป็นเพราะไม่มีพระรูปไหนมาจำพรรษา แม้ว่ากลุ่มชาวบ้านจะพยายามนิมนต์หลายรูปจากวัดทั้งใกล้ และไกล

คืนวันหนึ่ง ผ่านไปแล้วเกือบเดือน ชายหนุ่มก็ได้รับโทรศัพท์จาก 'เขา' อดีตพระหนุ่มผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน ทั้งหนุ่มสาว เฒ่าชรา ชาวนา แม่ค้าในอำเภอ ตลอดจนคนในเครื่องแบบ 'เขา' ไม่ได้บอกเล่าสาเหตุการสึกอย่างกะทันหันกับชายหนุ่ม เสียงที่ถ่ายทอดมาทางคลื่นอากาศเพียงแค่บอกว่า

"นอนไม่หลับหว่ะ พงษ์" เสียงนั้นเรียบ จับอารมณ์ไม่ใคร่ได้นักชายหนุ่มนิ่งฟังว่า 'เขา' จะพูดอะไรต่อ แต่ก็เงียบ

"นอนไม่หลับจะให้ผมทำอย่างไรล่ะครับ" ชายหนุ่มตอบกลับไป
"นี่เกือบๆ จะหกทุ่มแล้ว ยังไม่ง่วงบ้างหรือ"
"ตอนนี้ขับแท๊กซี่อยู่กรุงเทพฯ ไม่มีลูกค้าเลย จะกลับไปนอนคงนอนไม่หลับ" 'เขา' ตอบกลับมา

"อ้าว นี่ไม่ได้อยู่บ้านที่สุรินทร์ดอกหรือ" ชายหนุ่มพูด น้ำเสียงแสดงความแปลกใจ
"ไม่หรอก เราขายรถตั้งแต่ก่อนบวชแล้ว อยู่บ้านก็ไม่มีรถขับ อีกอย่างใจมันไม่อยากอยู่"
"งั้นก็ขับไปเรื่อยๆเถอะครับ มีลูกค้าก็มีเพื่อนคุยเอง ผมขอตัวไปนอนก่อนละ" ชายหนุ่มรีบจบการสนทนาด้วยอารมณ์ของคนถูกปลุกจากที่นอน และไม่คิดว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่มีโอกาสพูดคุยกับเขา ผู้ซึ่งชาวบ้านลือกันว่าถูกเมียชาวบ้านหลอกให้สึก.....ชายหนุ่มไม่อยากจะเชื่อเช่นนั้นเลย

เมื่อทุกคนลงจากรถแล้ว ก็เข้าไปในศาลาพร้อมกับดอกไม้ธูปเทียนที่จะมาถวายพระ เหล่าหญิงชราต่างแต่งกายด้วยชุดขาว และหอบหิ้วมุ้งหมอนเตรียมมานอนวัดปฏิบัติธรรม

วันนี้เป็นวันเข้าพรรษา
ภายในศาลานั้นมืดสลัว เด็กๆ ซึ่งเป็นลูกหลานของหญิงชราเข้าไปเปิดไฟอย่างคุ้นเคย ทำให้มองเห็นพระประธานองค์เหลืองอร่ามชัดเจน แต่ปราศจากเงาร่างพระ แม้เด็กๆ กลุ่มเดิมจะไปตามที่กุฎิครึ่งไม้ครึ่งปูนที่มีเพียงหลังเดียวนั้นแล้ว ก็ไร้วี่แวว

"ไม่มีคนอยู่เลย" เด็กๆบอก
"สูไปตีระฆังซิ ท่านอาจารย์อาจอยู่แถวนี้ก็ได้" ยายขาวบอกหลาน

เสียงระฆังกังวานถี่ยิบสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณป่ารกอยู่หลายนาที จนกระทั่งชายหนุ่มบอกให้เลิกตี แล้วในศาลาก็เข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง

"เพิ่นไม่อยู่ดอก ถ้าอยู่ป่านนี้คงออกมาแล้ว" ยายวงพูดขึ้นมาคนแรก

แล้วหมู่หญิงชราก็พูดคุยซักถามกันไปมาอยู่อย่างนั้น ต่างก็มั่นใจว่าพระท่านจะอยู่ เพราะรู้ว่าญาติโยมจะมาเข้าพรรษา ไม่มีใครรู้เลยว่าพระไปไหน ท่านไม่ได้บอกใครในนี้

ชายหนุ่มจุดธูปเทียน ทุกคนกราบพระพุทธรูป และสวดมนต์พร้อมกัน ยายขาวเป็นคนนำกล่าว ต้นเทียนที่ชายหนุ่มกับเมีย และคนอื่นๆนำมา โดยไม่มีพระสงฆ์รับ แล้วต่างก็เตรียมกลับบ้าน


เสี้ยวนาทีที่ก้มกราบพระพุทธรูปก่อนกลับ ชายหนุ่มนึกถึง 'เขา'

เรื่องจาก นิตยสาร ฅ.คน ปีที่ 3 ฉบับที่ 33 เดือนกรกฎาคม 2551(ผลงานจากทางบ้าน)

- ONLINE TVBURABHA - 



โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ครั้งหนึ่งในชีวิตของ พนม ช่อจันทร์

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย

การเตรียมตัวของชีวิต | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ