โกหกครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

มีใครจำได้มั้ยครับ ว่าพูดโกหกครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ผมคนหนึ่งล่ะ ที่จำไม่ได้
แต่ที่จำได้ไม่ลืมก็คือ ในชีวิตเคยพูดโกหกหลายครั้ง ตอนเป็นเด็ก มากกว่าตอนเป็นผู้ใหญ่
การโกหกมีหลายแบบ มีทั้งการพูดเท็จ พูดความจริงไม่หมด บิดเบือน ไส่ร้าย ป้ายสี  เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ฯลฯ
มีคนบางจำพวก ในเรื่องพวกนี้ถนัดนัก ให้ท่านคิดกันเอาเองว่าเป็นพวกไหน


ผมไม่ถนัด และไม่เก่งในการโกหกเอาเสียเลย ในชีวิตไม่มีการโกหกครั้งไหนที่ไม่ถูกจับได้ และไม่เป็นทุกข์กับการโกหก ซึ่งนั่น นอกจากจะทำให้รู้ตัวว่าเราไม่เหมาะกับการโกหกแล้ว ยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดปัญญา รู้ว่าชีวิตมีหน้าที่ต้องแก้ไข และมีอะไรที่ต้องแก้

เรื่องที่โกหกบ่อยในวัยเด็กส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความผิดของตัวเอง
ทำผิดแล้วกลัวความผิดจึงโกหก
โกหกว่าไม่ได้ทำ กระทั่งบางครั้งพาลบิดเบือนว่าคนอื่นเป็นผู้กระทำก็มี
ไม่ได้ตั้งใจวางแผนใส่ไคล้ ให้ร้าย แต่ประมาณว่าจวนตัวนึกอะไรไม่ออกก็พูดปัดไปให้พ้นตัว
แต่ไม่เคยพ้นซักที

คนที่ผมโกหกบ่อยไม่ใช่ใครอื่น แม่ผมเอง บาปนัก
เพราะแม่คือคนที่คอยจับปู 4-5 ตัวใส่กระด้งยามที่พ่อไปทำงานนานๆจะกลับบ้านที

ความผิดที่ว่านี้ อันดับหนึ่งคือเรื่องทะเลาะ ชกต่อยกับน้อง ซึ่งส่วนใหญ่ผมเป็นคนหาเรื่อง
แต่เมื่อขึ้นศาลครอบครัว คงเดาออกว่าผมจะแก้ต่างว่าอย่างไร
อันดับสองคือเรื่องปากคอเราะร้าย กระทั่งหลุดคำด่าพล่อยๆ และหยาบคาย อันนี้ไม่มีข้อแก้ตัว
ถูกตบปากจนเจ่อมาแล้วหลายครั้ง

และอันดับสุดท้าย คือเรื่องลักขโมย ไม่ได้ขโมยของคนอื่น แต่ขโมยของที่คิดว่าเป็นของตัวเอง
นั่นก็คือเศษเหรียญในกระปุกออมสิน
ไม่ได้ขโมยน้อยๆ เหรียญสองเหรียญ ที่หยอดมาแรมปี แคะห่อผ้าเช็ดหน้าใส่กระเป๋ากางเกงนักเรียนไปโรงเรียนตุงไปเลย
ไม่ได้เอาไปเล่นเกมส์ ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายที่ไหน แค่อวดเพื่อนและซื้อขนม น้ำแข็งเลี้ยงเพื่อน
อยากอวดมีกะเขาบ้าง เพราะปกติต้องคดข้าวห่อไปกิน ค่าขนมได้แค่วันละบาท
แต่ฉลาดมาก เวลาจะซื้อก็ล้วงออกมาโชว์ทั้งพกทั้งห่อ ร้านที่ซื้อก็ร้านป้าๆอาๆหน้าวัด
จำได้ว่าไม่ทันดูดโอเลี้ยงอึกที่สอง แม่ก็ลงมอเตอร์ไซด์ มาพร้อมไม้เรียวแล้ว การข่าวเธอเร็วระดับ 4G
คำแรกแม่ถามนิ่มๆว่าเอาตังค์มาจากไหนซื้อขนมเยอะแยะลูก ตอบว่าอะไรจำไม่ได้แล้ว แต่ไม่บอกว่าแคะออมสิน แม่ถามว่าแอบแคะออมสินมาใช่มั้ย ตอบอย่างไม่ต้องคิด...ม่าย
ที่ไหนได้ แม่ไปดูหลักฐาน ทางนิติวิทยาศาสตร์ในที่เกิดเหตุมาเรียบร้อยแล้ว
ฟาดเสียเละไม่มีชิ้นดี ต่อหน้าคนประมาณครึ่งตำบล และหลังจากนั้นค่าขนมที่เคยได้วันละบาท
เหลือแค่วันละ 50 สตางค์

นั่นเป็นครั้งสำคัญที่เริ่มเรียนรู้ว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร รายจ่ายของการโกหก หรือการไม่พูดความจริง รวมทั้งพูดความจริงไม่หมดนั้น สูงมาก
ที่แพงที่สุดคือจ่ายด้วยความเชื่อถือในการเป็นมนุษย์ เมื่อคุณโกหก ก็ยากที่คุณจะได้รับความไว้วางใจและความเชื่อถือจากผู้อื่นอีก
คุณจะเป็นผู้ถูกระแวงตลอดไป

ไว้ค่อยติดตามตอนต่อไปในสัปดาห์หน้านะครับ วีรกรรมวีรเวรเยอะ

- ONLINE TVBURABHA -

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย

การเตรียมตัวของชีวิต | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

ได้ชีวิตใหม่ในวันรับเสด็จ ยายชุบ สามร้อยยอด