โชห่วย | ณนภา เชาวน

"จา จามีเงินกี่บาท" เด็กหญิงวัย 9 ขวบ ถาม ...น้องชายชูสองนิ้วท่าทางภูมิอกภูมิใจ

"ไปซื้อขนมกัน" น้องชายวัยต่างกันถึง 4 ปี เดินจับมือพี่สาวก่อนออกแรงลากเล็กน้อย
สองพี่น้องเดินมาถึงหน้าร้านสะดวกซื้อ ประตูเปิดอัตโนมัติพร้อมกับส่งเสียงร้อง ติ๊ง...ต่อง...ผู้น้องหันไปยิ้มให้ผู้พี่ คนพี่ยิ้มตอบให้เห็นฟันหลอ

"จาอยากได้อันนี้" เด็กชายจามรหยิบขนมกรอบแกรบที่อัดลมจนถุงพองโตขึ้นเขย่าเสียงดัง
"เรามีเงินไม่พอซื้ออันนั้น มาทางนี้"  เด็กหญิงจีราใช้มือป้องปากกระซิบบอก ลากแขนน้องชายให้ตามมาอีกมุมของชั้นวางขนม เธอหยิบขนมซองเล็กๆ ขึ้นมองหาป้ายราคา แต่ไม่พบตัวเลขใดๆ ที่บ่งบอกราคาขนมคุกกี้ซองจิ๋ว

"ซองเล็กขนาดนี้ไม่น่าจะเกิน 4 บาท จาเอาเงินมารวมกัน"
น้องชายยื่น 2 เหรียญในมือให้อย่างว่าง่าย ทั้งสองเดินตัวชิดกันเป็นปาท่องโก๋ไปจ่ายค่าขนมที่เคาน์เตอร์ เด็กชายตัวเล็กใช้สองมือจับขอบเคาน์เตอร์ พยายามเขย่งเท้าเพื่อมองอะไรบางอย่าง

"5 บาทค่ะ พนักงานร้านบอกหลังจากใช้เครื่องสแกนราคาสินค้า จีนับเหรียญอีกครั้งทั้งที่รู้ดีว่า 4 เหรียญในมือไม่อาจเพิ่มค่าได้มากกว่า 4 บาท ล้วงกระเป๋ากางเกงแต่พบเพียงความว่างเปล่า เธอฉุดแขนน้องชายวิ่งผลักประตู เอื้อมมือออกไปได้ครึ่งแขนประตูกลนั้นก็เปิดออกอัตโนมัติ

"พี่จีลืมขนมหรือเปล่า ไหนขนม" จาถามงงๆ เมื่อเห็นพี่สาวเดินมือเปล่า

"ซื้อไม่ได้ เงินเราขาดไปบาทนึง" จีตอบ ก้มหน้ามองเหรียญในมือ น้องชายมองตาม

"นั่น! ร้านอาแปะ"  จาชี้นิ้วไปยังร้านเล็กๆ ร้านหนึ่งทั้งสองตาลุกวาวส่งยิ้มให้กันอย่างมีความหวัง

...อีกฟากของถนน
อาแปะผมหงอกทั้งศีรษะ ความเชี่ยวกรากของกาลเวลาทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น หลังงองุ้มลงเล็กน้อย สังขารบ่งบอกวัยร่วงโรย แววตานิ่งเรียบ ท่าทางใจดีเช่นคนชราเอ็ดดูลูกหลาน มือของแกถือไม้ขนไก่ปัดฝุ่นไปมาวนเวียนย้ำคิดย้ำทำ ผู้คนเดินสวนกันขวักไขว่ผ่านหน้าร้าน บางครั้งอาแปะวางมือจากไม้ขนไก่ แล้วนั่งสังเกตผู้คนเงียบๆ คนที่เดินมาจากทางซ้ายเมื่อเดินผ่านไปสักพักมักจะตามมาด้วยเสียง ติ๊ง...ต่อง... ส่วนคนที่เดินมาจากทางขวาบ้างถือขวดน้ำสีสันสดใส บ้างก็ถือไอศกรีมแท่งหรือโคน บ้างถือแก้วน้ำแข็งเกาะกันสูงกว่าแก้วเป็นเท่าตัวเหมือนภูเขาลูกย่อมๆ 

เด็กหญิงชาย 2 คน เดินเบียดข้างกันเข้ามาในร้าน
"อาตี๋ เอาอาราย" อาแปะทักทายยิ้มแย้ม
พี่น้องคู่นี้เป็นลูกค้ารายที่สามของวันนี้ รายแรกเป็นช่างก่อสร้างซื้อบุหรี่ 5 มวน อาแปะต้องแกะซองนับแล้วขายราคาเฉลี่ยต่อมวน รายที่สองเป็นแม่บ้านซื้อยาหม่อง กะปิ ผงชูรส ซองละ 5 บาท และขนมปังรูปใบไม้ให้หลานสาวอีก 1 บาท 

จาเดินตรงไปหยิบขนมโก๋ เลือกกระดาษห่อสีเขียวแถมลูกโป่งสีแดง กับขนมปังรูปปลา 1 ชิ้น ส่วนจีเขย่งเท้าใช้มือดึงข้าวเกรียบสีส้มอ่อนแถมกำไรข้อมือสีชมพูสดที่ห้อยสูงกว่าศีรษะเล็กน้อย แล้วเดินไปเปิดขวดโหลหยิบลูกอม 2 เม็ด จาเหลียวมองพี่สาวเกิดความลังเลว่าจะเอาลูกอมเหมือนพี่สาวหรือไม่ ยังไม่ทันเปลี่ยนใจ พี่สาวก็ใช้ข้อศอกดุนหลังให้เดินไปจ่ายเงินเสียก่อน เขายอมเดินนำโดยง่าย หวังว่าพี่สาวใจดีคงแบ่งลูกอมให้ตนสักเม็ดแน่

"เอาแค่นี้เหรอ ทั้งหมด 4 บาท" อาแปะบอก ทั้งสองส่งเงินให้อาแปะคนละ 2 บาท แล้วเดินเบียดข้างคุยกันหงุงหงิงออกจากร้าน



อาแปะมองตามร่างทั้งสอง นึกถึงหลาน 2 คนที่เลี้ยงดูมาแต่อ้อนแต่ออก โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้มาจากร้านเล็กๆ แต่อัดแน่นด้วยของชำและขนมขบเคี้ยวแห่งนี้ เสียงหลานสาวดังขึ้นในความคิด

'อากง โละของพวกนี้ออกแล้วเปิดร้านคาราโอเกะเถอะ ร้านโน้นเปิด 24 ชั่วโมง มีแอร์เย็น ไม่มีขนมหมดอายุเหมือนของกงด้วย ใครจะมาซื้อร้านเรา'

'ร้านเน็ตดีกว่าเจ้ เปิด 24 ชั่วโมงไปเลย กงขายแบบนี้ไม่ได้กำไรหรอก สมัยนี้คนไปซื้อกันโน่น ...ห้าง...' หลานชายบุ้ยปากเอ่ยชื่อห้างสรรพสินค้า มีความคิดไปทางเดียวกับพี่สาว คือต้องโละของอากงออกแล้วแทนที่ด้วยอีกสิ่ง

อาแปะนั่งคิดเงียบๆ ยินเสียงประตูเปิดแล้วปิด ติ๊ง...ต่อง..ดังขึ้นเป็นระยะ และยังคงดังต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง

3 เดือนผ่านไป....
เด็กหญิงจีรา กับเด็กชายจามร เดินผ่านหน้าร้านสะดวกซื้อยังไม่ทันที่ประตูจะเปิด พี่น้องทั้งคู่จูงมือวิ่งข้ามทางม้าลายมายังอีกฟากของถนน เดินมาหยุดที่หน้าร้านขนมอาแปะ ร้านเดิมที่เคยมา แต่ทุกอย่างวันนี้ดูแปลกตา หน้าร้านที่เคยเปิดโล่งมองแต่ไกลเห็นข้าวเกรียบกุ้งสีส้มอ่อนห้อยต่องแต่ง เห็นโถใส่ลูกอมหลากสีตั้งอยู่หน้าร้าน วันนี้กลายเป็นห้องกระจก มีป้ายสีแดงเขียนติดหน้าประตู 'อาแปะดอตเน็ต เกมสเตชั่น ชั่วโมงละ 10 บาท' จามรผลักประตู จีราเดินตามเข้าไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"เล่นกี่ชั่วโมง" อาตี๋ใส่แว่นถาม
จีราคลายมือที่กำเหรียญออกส่งให้อาตี๋ ทำตาทำปากบุ้ยใบให้น้องชายทำตาม จามรลังเลแต่ก็ยื่นเหรียญในมือให้โดยดี

"4 บาท เล่นได้ 24 นาที เครื่องที่ 1 ได้เลยน้อง"

เด็กทั้งสองนั่งเบียดบนเก้าอี้ตัวเดียวกัน ตาสองคู่จับจ้องอยู่หน้าจอสี่เหลี่ยม ทหารถือปืนโผล่มาทางหน้าจอพร้อมกับหันปากกระบอกปืนเข้าหาทั้งคู่แล้วลั่นไก ตู้มมม! สองพี่น้องสะดุ้งโหยงก่อนจะหัวเราะคิกคัก

...

เรื่องจาก นิตยสาร ฅ.คน  ปีที่ 5ฉบับที่ 56 มิถุนายน 2553(ผลงานจากทางบ้าน)
ขอขอบคุณภาพจาก Internet


- ONLINE TVBURABHA -

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เจ้าตัวโตผู้เกิดมาเป็นคุณหลวง

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

เมื่อพระสหายแห่งสายบุรี คิดถึงในหลวง