'ขอบริจาค' | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

ช่วงนี้บนหน้าเฟสบุคฟ้องว่าเมืองไทยเต็มไปด้วยคนขี้ขอ                                                                                     
ขอข้าว ขอน้ำ ขอยา ขอเสื้อผ้า ขอความช่วยเหลือ ขอโน่นขอนี่...ไปจนกระทั่งขอความเห็นใจ
ในการขอ ส่วนใหญ่ถ้าไม่ได้คิดอะไรมากก็มักใช้คำว่าขอบริจาค...โน่นนี่นั่นก็ว่าไป
ทำนองเดียวกับอวยพรวันเกิด ไม่ต้องคิดมากก็ใช้คำว่าสุขสันต์วันเกิด 
การขอบริจาคนี้ ความน่าสนใจอยู่ที่ เป็นการขอที่ผู้ขอไม่ได้เอาไปใช้ประโยชน์เอง แต่ขอไปให้คนอื่น
อาจมีบ้าง ที่หวังได้อะไรจากการขอให้ตน แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องปลีกย่อย และเป็นส่วนน้อยมากๆ
และส่วนนั้นก็ไม่ได้ทำลายความหมายที่แท้จริงของการขอ
...ซึ่งคือการ "ให้"


เมื่อได้ยินคำว่า "ขอ" เยอะๆเข้า ผมคิดว่าคงมีคนนึกอยู่ในใจบ้างว่า อะไรวะ เอะอะอะไรก็ขอๆ
พาลดูแคลนทั้งผู้ขอ และผู้ที่รอรับผลจากการขอ
เพราะคำว่าขอบริจาคนั้น เอาความรู้สึกว่ากัน ก็ชวนให้รู้สึกว่าผู้ขอ ก็เป็นลูกอีช่างขอ ขอบ่อย ไม่รู้จักเกรงใจ อยากให้ 
ทำไมต้องขอคนอื่นไปให้ ทำไมไม่ให้เท่าที่ตัวให้ได้
ส่วนผู้ที่ต้องพึ่งพาการขอนั้น ก็น่าสงสัยว่า ทำไมไม่อยู่ในวิสัยที่ช่วยตัวเองได้เอาเสียเลย 
ทำไมคนอื่นไม่เห็นต้องขอ พวกที่ขอนั้นติดเป็นนิสัยหรือเปล่า
หรือว่าจริงๆแล้วเขาไม่ได้ขอ ไม่ได้อยากได้ แต่ไอ้พวกอยากให้อยากขอไปให้เอง
จะมีคนคิดหรือไม่ คิดมาก คิดน้อยก็สุดที่จะรู้ได้ เพราะว่าทั้งหมดนี้ผมก็มโนเอาเอง

ผมคิดทุกครั้งที่ทีวีบูรพามีการขอบริจาคว่า ถ้าเราเปลี่ยนคำว่าขอบริจาคเป็นว่า เราจะไปช่วยเหลือคนโน้นคนนี้ เรื่องโน้น 
เรื่องนี้ แล้วใครที่เห็นด้วย ใครอยากช่วย หรือว่าอยากทำเหมือนเรา แต่เงื่อนไขไม่เอื้ออำนวย จะใช้บริการให้เราทำแทนในสิ่งที่ท่านไม่สะดวก จะแตกต่างมั้ย จะดีกว่าขึ้นต้นว่าขอบริจาคหรือเปล่า
แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่า ไม่จำเป็น สิ่งที่จำเป็นคือทำให้คนเข้าใจความหมายที่แท้จริงของการบริจาคน่าจะดีกว่า

คำว่า บริจาค มาจากคำว่าปริจฺจาค อ่านว่า ปะ-ริ-จา-คะ  หมายถึง การแจกการให้ การเสียสละ อะไรทำนองนั้น 
แต่ท่านผู้รู้บอกว่า การบริจาคนั้น ไม่ใช่แค่การให้เฉยๆ เอ็งขอข้าก็ให้ ให้อย่างเสียไม่ได้ ให้ไปงั้นๆจะได้ไปพ้นๆ หมดเรื่องหมดราว

แต่การบริจาคเป็นการให้ที่มีความหมายลึกซึ้งเกี่ยวข้องกับการชำระ กำจัด กิเลส ตัณหา ความตระหนี่ เห็นแก่ตัว 
เป็นการให้ การเสียสละที่มุ่งกำจัดกิเลสภายใน ยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น

เพราะฉะนั้นเอาเข้าจริงแล้ว การขอบริจาคจึงควรได้รับความเข้าใจให้ถูกตรงเสียใหม่ว่าไม่ใช่การขอธรรมดา
แต่เป็นการนำเสนอโอกาส หรือให้โอกาสกับใครก็ได้ ที่ประสงค์จะพัฒนาจิตใจกำจัดกิเลสภายใน โดยการสละออกแบ่งปัน
ตามที่มักจะได้ยินผู้ขอหรือผู้ทำหน้าที่นี้จึงนิยมใช้คำเปรียบตัวเองว่าเป็นสะพานบุญ

เพราะฉะนั้นว่าไปแล้วการขอบริจาคจึงเป็นการให้รูปแบบหนึ่ง ให้โอกาสให้ท่านได้บุญ
การบริจาคก็เป็นการให้อีกรูปแบบหนึ่ง ให้ตัวเองได้กำจัดความเห็นแก่ตัว 
ให้เพื่อนมนุษย์ได้คลายทุกข์
ไปๆมาๆเรื่องนี้มีแต่คนได้ ไม่มีคนเสีย
แล้วทำไมเรื่องดีๆแบบนี้ถึงจะพลาดโอกาสในการทำกัน
จะใช้คำว่าอะไรก็...ช่างหัวมัน
ไม่สำคัญเท่าได้เข้าถึงความหมายและได้ทำรึเปล่า
...ใช่มั้ยครับ


- ONLINE TVBURABHA -

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ครั้งหนึ่งในชีวิตของ พนม ช่อจันทร์

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย

การเตรียมตัวของชีวิต | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ