'รัก' คำที่อยากอ่านออกเสียง | คณบดี ศรีวรารักษ์

'น้องป่าน' เป็นชื่อของเด็กหญิงคนหนึ่ง

เธอเป็นลูกของน้องสาว ดังนั้นเธอจึงเป็นหลานของผม กลับกัน ผมก็มีศักดิ์เป็นลุงเธอ แต่เธอก็ไม่เคยเรียกผมว่าลุงนำหน้าชื่อได้ น้องป่านออกเสียงแต่ประโยคสั้นๆ และวิธีควบกล้ำของคำคำนั้นต้องไม่ซับซ้อนเกินไป ซับซ้อนแค่ไหนไม่มีบรรทัดฐานอะไรมาวัด นอกจากตัวน้องป่านคนเดียวที่เข้าใจได้




เมื่อแรกเกิดน้องป่านมีน้ำหนักไม่ถึง 3,000 กรัมด้วยซ้ำ ซึ่งตามมาตรฐานของเด็กที่พึ่งคลอดถือว่าตัวเล็กมาก

ภาพแรกของน้องป่านที่ทุกคนได้เห็นที่โรงพยาบาล เป็นภาพเด็กตัวขาวเล็กๆ ซีดๆ คนหนึ่ง ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะปกติดี แต่มีอย่างหนึ่งที่ทุกคนมี แต่น้องป่านไม่มี 

ริมฝีปากด้านบนของน้องป่านไม่ติดกันเป็นผิวเรียบเสมอเหมือนกับของเราเลยจากรอยบุ๋มของร่องปากไปหน่อย เนื้อชิ้นนั้นแหว่งหายไปจนเกือบติดมุมปาก

น้องป่านไม่มีริมฝีปากบนช่วงนั้น หมอบอกว่า เป็นเพราะว่าน้องป่านไมมีเพดานบนส่วนหน้าเหมือนคนอื่นเขา ทำให้ฟันไม่สามารถที่จะขึ้นได้

นอกจากริมฝีปากแล้ว น้องป่านก็ไม่มีฟันหน้าบริเวณนั้นด้วย

น้องสาวบอกว่า ตอนที่เห็นครั้งแรก เธอภาวนาขอให้อย่าเป็นเด็กคนนี้เลยที่เป็นลูกของเธอ

แต่ความจริงก็คือความจริง....เธอต้องยอมรับมัน

หลังจากออกจากโรงพยาบาลกลับมาอยู่บ้าน น้องสาวผมค่อนข้างเก็บตัว และไม่อยากให้ใครเข้ามาเห็นน้องป่านโดยไม่จำเป็น

จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม บางทีคนเราก็ไม่อยากสื่อสารหรือมีความสัมพันธ์กับใครๆในช่วงเวลาหนึ่ง

ทุกคนรู้ และเข้าใจเธออยู่ในที

แฟนน้องสาวผมบอกว่า จะอย่างไรเขาก็จะรักเด็กคนนี้เพราะว่ามันเป็น 'เลือดเนื้อของเขากับเธอ'

เขาสัญญาว่าจะเลี้ยงดูน้องป่านให้ดี และทุ่มเทความคิดว่าจะเลี้ยงน้องป่านให้เติบโตขึ้นมาอย่างไม่แปลกแยกกับสังคมได้อย่างไร ซึ่งสำคัญมากกว่าการมานั่งรำพันถึงเรื่องที่น้องป่านเป็น

ทุกๆคนเอาใจช่วยเมื่อได้ยินคำคำนี้

โรคปากแหว่างเพดานโหว่เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่มารดาได้รับขณะตั้งครรภ์ มันเป็นเรื่องสุดวิสัย ไม่ใช่เรื่องบุญทำกรรมแต่งหรือเรื่องการปฏิบัติตัวไม่ดีไม่งามของผู้เป็นแม่อย่างที่ใครคาดเดากันไป เมื่อทารกในครรภ์มารดาได้รับเชื้อนี้จะทำให้เกิดมามีลักษณะเหมือนน้องป่าน วิธีแก้ไขทำได้ด้วยการผ่าตัดทำศัลยกรรมเย็บติดริมฝีปากที่แหว่งให้มาชิดกัน พร้อมกับเสริมเพดานเทียมเข้าไป แต่อย่างไรมันก็จะมีรอยขีดเล็กๆ เหมือนรอยเนื้อที่ไม่ค่อยสมาน ที่สำคัญมันจะทำให้การออกเสียงเวลาพูดอะไรออกมาไม่ชัดเหมือนเด็กทั่วไป

น้องป่านมีพัฒนาการด้านร่างกายที่รวดเร็วผิดจากตอนเกิดมา น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทุกวันทำให้น้องป่านเป็นเด็กตัวน้อย ตัวขาวๆ ที่อ้วนปุ๊กจ้ำม่ำ ถ้าไม่ใจแข็งเกินไปจริงๆ หรือใจร้ายผิดมนุษย์มนา

ใครเห็น...ไม่มีใครจะอดใจไหวที่จะไม่จับแก้มน้องป่าน น้ำหนักของน้องป่านเพิ่มขึ้นทุกอายุขวบปี แต่ตรงข้ามกับพัฒนาการทางการสมองมาก

น้องป่านค่อนข้างมีปัญหากับการเรียนตามเพื่อนได้ช้า และมีความเข้าใจในสิ่งที่เรียนได้ไม่ดี น้องป่านอยู่อนุบาล 1 พร้อมเพื่อน เพื่อนขึ้นไปอยู่อนุบาล 2 น้องป่านก็ยังอยู่อนุบาล 1

เพื่อนขึ้นไปอนุบาล 3

คราวนี้น้องสาวผมเข้าไปขอร้องคุณครู ขอให้น้องป่านขึ้นไปอนุบาลสองด้วย เพราะถ้าให้อยู่อนุบาล 1 อีก เกรงว่าจะปรับตัวเข้ากับเด็กที่อายุน้อยกว่าได้ดีเกินไป จนในที่สุดจะยิ่งทำให้พัฒนาการช้าไปอีก แทนที่จะเติบโต และพัฒนาไปร่วมกับเด็กในวัยที่ใกล้เคียงกัน

น้องป่านจึงได้ดาวเพิ่มบนเสื้อเป็น..สองดาว
ตรงข้ามกับนิสัย เวลาอยู่นอกรั้วโรงเรียนอีกเช่นกัน น้องป่านจะเป็นเด็กร่าเริง ช่างพูด ช่างซัก จะพูดได้ตลอดเวลา บวกกับท่าทีและร่างกายที่โตกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน จึงเป็นจุดสนใจของทุกๆคนได้ไม่ยาก

น้องป่านจะถามทุกอย่างที่อยากรู้ และสนใจ แม้การออกเสียงเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่ก็ไม่ยากเกินไป ถ้าเราจะมีใจรีบฟังในสิ่งที่เธอสื่อสาร

บางครั้งการออกเสียงของเธอก็สร้างความสับสนบ้าง เช่น เธออยากให้กอด แต่จะออกเสียงเป็น 'ออด' หรืออยากให้ซื้อไอติมให้กิน ก็จะออกเสียงเป็น 'อิม อิม'

วันหนึ่ง หลังจากกลับจากโรงเรียน  ขณะนั่งเล่นอยู่ในบริเวณบ้านซึ่งเป็นพื้นบ้านโล่งๆ น้องป่านผุดลุกผุดนั่งแล้วอ่านหนังสือที่เพิ่งได้เรียนมา เธออยู่ในเครื่องแบบนักเรียนอนุบาล ลุกขึ้นยืนตัวตรง มือกระชับหนังสือแน่น

"หนูฮักพ่อ หนูฮักแม่ หนูฮักย่า หนูฮักยาย หนูฮัก..."

ทุกคนอมยิ้มกับท่าทางการแสดงออกของน้องป่าน ก่อนที่จะรีบเข้าไปแก้ไขว่าการออกเสียงที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร

ที่ทำงานของน้องสาวทุกคนรู้จักน้องป่าน จดจำได้จากการช่างพูด ช่างเล่นของเธอ การไม่กลัวคนแปลกหน้า กล้าพูด กล้าสบตา ทำให้น้องป่านเข้ากับคนง่าย และทำให้คนที่เข้ามาใกล้หลงรักได้ไม่ยาก


ทุกคนเต็มใจที่จะซื้อขนมหรือของกินเล็กๆ น้อยๆมาฝากน้องป่านเสมอ ที่ทำงานของน้องสาวติดกับห้างโลตัส สาขาประชาชื่น น้องป่านก็สามารถเข้าไปเดินเล่นคนเดียวได้อย่างสบายใจ ไม่มีใครไม่รู้จักน้องป่านในบริเวณที่เธอเยื้องกรายไปในส่วนไหนของห้าง

ที่รู้เพราะว่าเวลาไปเดินห้างด้วยกัน คนที่มาจับจ่ายตลอดจนพนักงานห้างเป็นต้องหยุดทักทาย และพูดคุยกับน้องป่านด้วยเสมอ  บางครั้งก็ทำให้ผมเองก็วางตัวไม่ถูกเหมือนกัน แน่นอน การหยุดทักทายจากใครต่อใครทำให้เราต้องใช้เวลานานเป็นพิเศษเมื่อไปเดินซื้อของ แต่ผมก็เต็มใจ และมีความสุขไปกับเธอด้วย

ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยที่ในที่สุดความสุขที่ครอบครัวของน้องสาว และผมเองไม่คิดว่าจะได้รับจากการมีเด็กหญิงเล็กๆ คนนี้ก็มาถึงเสียที หลังจากได้ผ่านความทุกข์ความเศร้าเสียใจอันแสนสาหัสเกินกว่าจะบอกกล่าวกับใครเป็นคำพูดได้

น้องสาวของผมกับสามีลืมความเจ็บปวดเรื่องของป่านไปนานแล้ว ผมแน่ใจว่าความเจ็บช้ำนั้นจะไม่หวนกลับมาสู่ครอบครัวเธออีก

ถ้าคุณได้เห็นน้องป่านในตอนนี้  คุณจะเห็นด้วยกับสิ่งที่ผมเล่า

คุณพ่อคุณแม่ของน้องป่านมีโครงการที่จะนำเธอไปผ่าตัดตกแต่งริมฝีปากบนอีกครั้ง เพื่อให้ใกล้เคียงกับเด็กปกติ ถึงตอนนี้ผมก็ไม่ได้สนใจเสียแล้วว่า ผลการผ่าตัดจะออกมาเป็นอย่างไร ถึงแม้ว่าจะภาวนาให้มันออกมาดีที่สุด เพราะว่าท้ายที่สุด  ผมก็รักเธอเหมือนเดิม ไม่ว่า 'รัก' ของเธอจะออกเสียงแบบใด


เรื่องจากนิตยสาร ฅ.คน ฉบับที่ 7 เดือนพฤษภาคม 2549(ผลงานจากทางบ้าน)



- ONLINE TVBURABHA -

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย

การเตรียมตัวของชีวิต | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

ได้ชีวิตใหม่ในวันรับเสด็จ ยายชุบ สามร้อยยอด