เหตุผลของคนปลูกต้นไม้ | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ


เมื่อผมเขียนเล่าว่า ปีหน้าผมจะปลูกยางนาสัก 3,000 ต้น เป็นอย่างน้อย มิตรสหายท่านหนึ่งเขียนมาเย้าเล่นๆว่า จะปลูกไปทำไม ปลูกไปก็ไม่ได้ใช้ เขาเป็นคนปลูกต้นไม้ตัวจริงคนหนึ่ง แต่ยามที่เขาชวนใครก็ตามปลูกต้นไม้ หลายครั้งเขาถูกย้อนถามด้วยถ้อยความข้างต้น จนเขาอยากจะตั้งชื่อไร่ตัวเองว่า ไร่สิ้นคิด เพราะพวกคนที่บ้าปลูกต้นไม้คล้ายคนสิ้นคิด ปลูกไปก็ไม่ได้ใช้ เพราะคนปลูกน่าจะตายก่อนต้นไม้จะโต

ทำให้ผมอยากลองนั่งคิดอีกครั้งว่า มีเหตุผลอะไรบ้าง ที่ทำให้ผมหลงใหล รื่นรมย์กับการปลูกต้นไม้

ประการแรก ผมคิดว่าคงเป็นสิ่งที่ผมพอทำได้ ความหมายก็คือผมถามตัวเองว่า อายุ 50 กว่าแล้ว เอ็งทำอะไรสักอย่างไหม ในความหมายที่เอ็งรู้จริง เจ๋งจริง ปรากฏว่าไม่มีเลย 555 ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี แม้แต่เจียวไข่ ผมก็คิดว่าผมไม่สามารถพูดได้ว่าผมเป็นนักเจียวไข่ที่เจ๋งจริง นี่ทำให้ผมคิดว่า ผมคงต้องหาอะไรเรียนรู้ ลงมือทำ ให้สามารถบอกตัวเองได้ว่า ข้าทำไอ้นี่เป็นนะโว้ย ซึ่งจะให้ไปหัดเขียนรูป เล่นกีตาร์ เตะฟุตบอล หรือวิ่งเหมือนพี่ตูน ก็ดูทรงแล้วน่าจะรอดยาก ปลูกต้นไม้นี่แหละวะ จับจอบขุดดิน เอาต้นไม้หย่อนลงไป กลบหลุม เป็นท่ามาตรฐาน ตายก็ปลูกใหม่ ปลูกแล้วปลูกอีก คงรอดสักต้นสองต้นแหละน่า ตอนถ่ายรูปอวดก็อวดเฉพาะต้นที่มันรอด สวยๆ ใครจะไปรู้ สรุปหัดปลูกต้นไม้ ไม่ยากมากเกินไปที่จะเป็น

ประการที่สอง ข้อนี้สำคัญ เมื่อที่มาคือข้อหนึ่ง ผมจึงไม่ได้มีความคิดปลูกต้นไม้ให้มันมีชีวิต เพื่อที่จะปลิดชีวิตมัน แปรเปลี่ยนเป็นเงินในภายหลัง ความสุขของผมจึงอยู่ที่ได้ปลูก ได้เห็นมันเติบโต งอกงาม ไม่ใช่ที่จะขายได้ไหม ขายได้เงินเท่าไหร่ ผมจึงเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จมากในการปลูกต้นไม้ ตั้งแต่คิด และในการลงมือทำ ทุกขั้นตอน ใครๆก็ต้องการความสำเร็จในชีวิตใช่ไหมครับ ผมก็ประสบความสำเร็จนะคร้าบ

ประการที่สาม ประการสุดท้ายแล้ว เดี๋ยวจะยาวไป ผมคิดว่าคนปลูกต้นไม้อย่างผมกับมิตรสหายไม่ได้ปลูกต้นไม้เพื่อเอาต้นไม้หรือเอาประโยชน์จากต้นไม้ในเชิงเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่เราปลูกต้นไม้เพื่อเอาสิ่งที่สูญเสียไปกลับมา หลายคนคงจะคุ้นหูกับคำที่พูดว่า คืนชีวิตให้แผ่นดิน นี่แหละครับ เป้าหมายหลักของการปลูกต้นไม้

ชีวิตที่ต้องคืนให้กับแผ่นดินที่ตายแล้วเพราะปุ๋ยเคมี สารพิษและความหลงผิดของมนุษย์นั้น จึงไม่ได้มีเพียงต้นไม้ชนิดสองชนิด แต่มีทั้งการกลับมาของเห็ด รา หญ้า วัชพืช สมุนไพร ไส้เดือน กิ้งกือ ผีเสื้อ แมลงปอ หนอน นก นิเวศน์ที่เกื้อกูลกัน แน่นอนสุดท้ายย่อมส่งผลถึงความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ และคุณสมบัติของดินด้วย

ความสุข  และความรื่นรมย์จึงไม่ได้มีแค่ตาได้เห็นสีเขียว หูได้ยินเสียงนก จมูกได้สูดลมหายใจแสนสดชื่น ลิ้นลิ้มรสพืชผลที่เก็บกินได้อย่างสนิทใจ มือสัมผัสลูบคลำใบไม้ ดิน กระทั่งไส้เดือนหรือขี้ไส้เดือนเท่านั้น แต่เชื่อไหมว่า แค่ตีนเปลือยๆเหยียบลงไปบนความอ่อนนุ่มของผืนดินที่เปลี่ยนแปลงไปจากตอนเริ่มต้นก็เป็นสุขแล้ว 

จริงๆนะ ไม่ได้โม้ ไม่ลองไม่รู้หรอก


ขอบคุณภาพจาก ผีเสื้อสีขาว บน ดวงดาวสีฟ้า

- ONLINE TVBURABHA -

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

ครั้งหนึ่งในชีวิตของ พนม ช่อจันทร์

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย