เด็กๆในอเลปโปผ่าตัดโดยไม่มียาชา | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ



เด็กๆในอเลปโปผ่าตัดโดยไม่มียาชา...
เด็กๆในอเลปโปผ่าตัดโดยไม่มียาชา...
เด็กๆในอเลปโปต้องผ่าตัด....

ผมพยายามภาวนาในใจ สลับกับการคิดถึงปลาทุกตัว กบ เขียด ทุกตัวที่เคยถูกมือผมเกี่ยวเบ็ด

แน่นอน มันแทบจะไม่เป็นผล เมือกเสลดที่ร่างกายขับออกมาเหมือนกำลังหาทางชอนไชเข้าไปในหลอดลม "ซัคชั่น ๆ" เสียงหมอบอกผู้ช่วย สลับกับการปลอบโยนให้ผ่อนคลาย "... ดีค่ะๆ อีกไม่นาน ใกล้จะเสร็จแล้ว" แต่เสียงสว่านที่เจาะลงไปบนกระดูกกรามยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด 



อากาศหนาวเหลือเกิน มือและเท้าผมเกร็งจนจะเป็นเหน็บ เด็กๆในอเลปโปจะมีเสื้อใส่ไหม พวกเขาใช้อะไรเช็ดคราบเลือด มีใครปลอบพวกเขามั้ย พระเจ้าจะบอกเขาว่าอย่างไร "...มันยากนิดนึง เพราะเป็นกรามซี่ในสุด...อ้าปากอีกนิดค่ะ ดีค่ะ" ผมพยายามขยายกล้ามเนื้อดึงกรามออก แต่มันกว้างได้เท่านั้น 
เด็กๆในอเลปโปต้องผ่าตัดโดยไม่มียาชา...
เด็กๆในอเลปโปต้องผ่าตัดโดยไม่มียาชา...
หมอดูแลผมอย่างดี ผมพยายามหักข้อนิ้ว เป็นการผ่อนคลาย แต่แอร์หนาวเหลือเกิน

เด็กๆในอเลปโปมีนิ้ว มีขาให้เหน็บไหม...หรือไม่มีแม้แต่หัวใจให้รู้สึก

มีปลาอะไรบ้างนะ...ขณะที่ผมกำลังนึก เสียงหมออุทาน "อุ๊ย ขอโทษค่ะ..."ผมรู้ ผมไม่แปลกใจและไม่โทษหมอเลย เป็นชั่วโมงแล้วที่หมอง่วนอยู่กับช่องปากผม และนี่เป็นคิวสุดท้ายของวัน หมอต้องล้าบ้างเป็นธรรมดา 

ผมไม่เอ่ยอะไรกับหมอตั้งแต่ตอนลองรีเทนเนอร์ก่อนหน้านี้แล้ว ที่ตอนหมอกดรีเทนเนอร์ลงไป แล้วขอบมันเกี่ยวเอากระพุ้งแก้มจนเลือดไหล เช่นเดียวกับตอนที่หมอเย็บเหงือกปิดเข้า ปลายเข็มจะจิ้มไปที่กระพุ้งแก้มอีกสักครั้งสองครั้ง......มันต้องเกิด

เกือบ 2 ชั่วโมงนะ ที่หมอง่วนอยู่กับปากผม เพื่อจะใส่รากฟันเทียม

ก่อนหน้านี้ 2-3 วัน ผมเพิ่งจะต้องถอนฟันกรามไปซี่หนึ่ง (ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นซี่สุดท้าย) ตอนอายุ 55 
แต่ไม่หรอก มันยังไม่จบสิ้น วันนี้ผมต้องมานอนให้หมอผ่าเหงือก เจาะกรามอีกด้าน เพื่อฝังโลหะ
รอให้กระดูกงอกออกมาเกาะยึด แน่นหนาดีแล้ว ยังต้องมีการพิมพ์ฟัน การใส่ฟัน เหงือกผมยังต้องโดนเข็มแหลมคมเหมือนปลายเบ็ดทิ่มแทงอีก

ผมนึกถึงปลาทุกตัวที่ผมเคยเกี่ยวเบ็ด ทุกครั้งที่ทำฟัน การชดใช้ช่างยาวนาน พระอาจารย์บอกว่าบาปมันไม่ได้หมดไป แต่ความดีจะทำให้มันเจือจางลง เหมือนเติมน้ำจืดลงไปในน้ำเกลือ น้ำเกลือยังอยู่เท่าเดิม แต่เติมน้ำดีลงไปมากเข้าๆ รสชาติของน้ำจะจืดสนิทจนไม่รู้ว่ามีความเค็มผสมอยู่
ผมเพิ่งเรียนรู้ที่จะดูแลฟันให้ดี เหมือนกับเพิ่งเรียนรู้ที่จะหาน้ำจืดของชีวิตเติมลงไปในน้ำเค็มของอดีต  เมื่อไม่นานนัก

ผมใช้สองวิธีคิดธรรมดาๆนี้ในการดับบางอย่างในจิตใจบ่อยๆ เสมอๆในชีวิต นั่นคือยังมีคนอื่นที่แย่กว่าเราตั้งเยอะแยะ จะบ่น จะตัดพ้อ จะเรียกร้อง คร่ำครวญ โวยวายไปทำไม นี่วิธีหนึ่ง ส่วนอีกวิธีหนึ่งก็คือ สิ่งที่ผมกำลัง(ถูก)กระทำ เผชิญ คือผลของการกระทำในอดีต ผมกำลังชำระล้างด้วยการชดใช้ ทางหนึ่งคือปล่อยให้กรรมสนอง ซึ่งผลจากการสร้างเหตุควบคุมตัวมันเอง ผมกำกับควบคุมอะไรไม่ได้อีกแล้ว แต่อีกด้านที่ผมยังกำหนดได้ คือการสร้างกรรมใหม่ที่ดี

การถอนฟันก็เป็นครูสอนชีวิตได้ ถ้าเราไม่ปล่อยให้เวลาที่นอนบนเก้าอี้ทำฟัน ผ่านไปเฉยๆ 

ใครคิดเหมือนผมบ้างมั้ยครับ ถึงทุกครั้งที่ทำฟัน จะรู้สึกว่าถูกหมอฟันสมชื่อ แต่ถ้าเราไม่ยอมให้หมอฟันเราฝ่ายเดียว เราก็หากำไรจากหมอได้เหมือนกัน 

ที่สำคัญ หมอไม่รู้ตัวเลย 555 

หนุกๆนะครับ อย่าคิดมาก สวัสดีปีใหม่ 2560 ครับ

- ONLINE TVBURABHA -

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย

การเตรียมตัวของชีวิต | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

ได้ชีวิตใหม่ในวันรับเสด็จ ยายชุบ สามร้อยยอด