ระหว่างการซื้อขาย | เพลินจิต ศรีจันทรโครต

เช้าวันใหม่ที่ทุกคนในเมืองกรุงกำลังดิ้นรนเพื่อที่จะดำรงชีวิตให้อยู่ได้ ต่างคนต่างมีภารกิจ และหน้าที่ที่ต้องทำ แม่ค้า พ่อค้า หรือคนทำงาน และในหลายชีวิตนั้นฉันก็รวมอยู่ด้วยที่จะต้องทำหน้าที่ของตนเอง ซึ่งกว่าจะเบียดเสียดกันบนรถเมล์เพื่อให้ถึงปลายทางที่ตัวเองจะต้องมุ่งหน้าไป

พูดไปแล้วการดำเนินชีวิตในเมืองกรุงมันก็คล้ายกับชีวิตที่ดำเนินไปที่บ้านเกิด ต่างกันตรงที่บ้านฉันนั้น ทุกคนจะรู้จักกันหมด เมื่อเจอะเจอก็ทักทายถามไถ่ซึ่งกันและกัน  และที่สำคัญมีรอยยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร 

"ต้องหาอะไรกินก่อนเข้าออฟฟิศ" คิดพลางเดินไปยังร้านขายหมูปิ้ง ไม่รู้หรอกนะว่าตอนนั้นมีใครยืนซื้ออยู่หรือเปล่า ฉันก็เหมือนคนอื่นๆ ที่ไม่สนใจคนรอบข้างที่ไม่รู้จักกัน แต่จะสนใจแต่สิ่งที่ตัวเองต้องทำเท่านั้น 

"หมูปิ้ง 5 ไม้ และข้าวเหนียว 1 ห่อค่ะ" ฉันสั่งแม่ค้าทันทีที่เดินถึง
"รอเดี๋ยวนะ" แม่ค้าบอก
ตัวเองก็ก้มหาเหรียญในกระเป๋าที่คำนวณแล้วว่าเช้านี้ฉันจะต้องใช้จ่ายเท่าไหร่ แต่แล้วก็ได้ยินแม่ค้าอีกครั้ง
"ไม้ละ 3 บาท"
ฉันคิดอยู่ในใจว่า "รู้แล้ว ไม่ต้องบอกก็ได้ ซื้ออยู่ประจำ"
แต่ครั้นเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นชายอายุราวๆ 50 กำลังหยิบหมูปิ้งเข้าปาก เสียงแม่ค้าทำให้ชายคนนั้นหยุดชะงักมองหมูปิ้งในมือไม้นั้นด้วยแววตาที่สังเกตเห็นได้ มันฟ้องว่า ผิดหวังระคนเสียดาย เขาค่อยๆวางหมูปิ้งคืนไปรวมกับเพื่อนในถาด รับเงินสองบาทคืนจากแม่ค้าแล้วหันหลังเดินจากไป

เวลาผ่านมาหลายปี ฉันยังจำภาพนั้นได้ติดตาติดใจ ขณะที่ตัวเองยังดำเนินชีวิตแบบเดียวกับคนกรุง เช่นเดียวกับวันนี้ หลังจากเลิกงานก็มายืนคอยรถ

รถเมล์ยังไม่มาสักคันเลย สงสัยรถจะติดแน่ๆ เพราะพิษฝนที่ตกเมื่อบ่าย...บ่นกับตัวเองที่ป้ายรถเมล์ ซึ่งบริเวณนั้นมีแผงขายอาหารต่างๆ มากมาย จนอดมองสำรวจไปรอบตัวไม่ได้

ครั้นแล้วสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับคุณยายวัยไม่น่าจะต่ำกว่า 70 ปี กำลังยืนมองกับข้าวชวนหิวที่วางเรียงอยู่ในถาด

คุณยายคงยืนมองอึ้งอยู่นานจนแม่ค้าเริ่มรำคาญ จึงถามด้วยเสียงห้วนๆ
"จะเอาอะไรบอกมาเร็ว" 
เสียงแม่ค้าได้ยินจนดังไปทั่ว สำหรับฉันในเวลาเช่นนั้นไม่รอคิดอะไรทั้งสิ้น  ขาทั้งสองค่อยๆถอยออกไปให้ไกลจากแผงอาหารให้มากที่สุด

"น้ำพริกกับผักรวม 5 บาทได้ไหมจ๊ะ"
เสียงของยายแผ่วเบา และสั่น
"ไม่ได้น้ำพริก 5 บาท ผัก 3 อย่าง 10 บาท"

ไม่มีเสียงพูดใดๆออกจากปากยาย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ดังขึ้นจากความรู้สึก มันดังพอที่จะทำให้แม่ค้าและยายหันมามองในทันที

"ขอโทษนะคะ ยายต้องการผักกับน้ำพริกหรือคะ หนูซื้อให้ยายได้ไหม หนูก็คิดจะซื้อกลับบ้านไปทานเหมือนกัน" คุณยายมองกลับมา ฉันสังเกตเห็นความสุขฉายแววระยับๆออกมาทางดวงตาอันฝ้ามัวนั้น แกบอกว่า "อยากได้ผักไปกินกับน้ำพริกนิดนึงจ๊ะ"

คำพูดของยายยังยืนยันความต้องการที่อยู่ในถาดของแม่ค้า

"คุณเขาจะซื้อให้ก็เลือกเลย" เสียงแม่ค้าเร่งเชียร์ทันที แต่ยายยังยืนนิ่งและยิ้มให้

ฉันจึงสั่งให้แม่ค้าจัดน้ำพริก ผัก และปลานึ่งอีกตัวใส่ถุง 2 ชุด และส่งให้ยายไปชุดหนึ่ง

"นี่ของยายนะคะ"
แกยื่นมืออันผ่ายผอม และเหี่ยวย่น สั่นน้อยๆ มารับถุงน้ำพริก เราสบตากัน แววตาที่ยายมองมานั้นเป็นแววตาของคนแก่ที่กำลังปีติยินดี มันเป็นแววตาอันบริสุทธิ์จริงใจอย่างที่ไม่อาจพบเจอได้ง่ายนัก ฉันยิ้มตอบรับจากใจจริงเช่นกัน

"กินให้อร่อยนะคะ" ฉันบอก
"ขอบใจนะหนู ขอให้จำเริญๆนะ" แล้วยายก็เดินจากไป

เช้านี้ขณะที่เดินซื้อของที่ตลาด คนมากมายต่างกำลังเลือกซื้อสินค้าที่ต้องการ และที่มุมหนึ่งฉันเหลือบไปเห็นคนกลุ่มหนึ่งยังออล้อมรถเข็นที่ส่งควันโขมง เหล่าคนที่กำลังยืนรอก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ จึงรู้ว่าเป็นรถขายหมูปิ้ง

ตัวเองก็ได้แต่ยืนยิ้ม ยิ้มให้กับคนที่อดทนรอลิ้มรสหมูปิ้งขณะนึกถึงชายวัย 50 คนหนึ่ง




                              เรื่องจากนิตยสาร ฅ.คน ฉบับที่ 7 เดือนพฤษภาคม 2549 (ผลงานจากทางบ้าน)



- ONLINE TVBURABHA -


โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย

การเตรียมตัวของชีวิต | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

ได้ชีวิตใหม่ในวันรับเสด็จ ยายชุบ สามร้อยยอด