ได้ชีวิตใหม่ในวันรับเสด็จ ยายชุบ สามร้อยยอด


ยายชุบ สามร้อยยอด นามสกุลเดิมคือ ยอดแก้ว เป็นหญิงชาวบ้านวัยเจ็ดสิบ(ในตอนนั้น)แห่งบ้านคุ้งโตนด อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยากจนมาตั้งแต่ยังสาวจวบจนวันนี้ หากแต่เธอยืนยันว่า เธอมีอดีตที่มีความหมายต่อชีวิตของแก  อดีตที่หมายถึงชีวิตใหม่ ไม่ว่าแกจะยังจนต้องขอเงินลูกๆ เก้าคนใช้ดังเช่นทุกวันนี้หรือจะมั่งมีศรีสุข ถูกหวยรวยเบอร์อย่างไรก็ตาม แกไม่เคยลืมเหตุการณ์ครั้งนั้น เหตุการณ์ที่ล่วงเลยมากว่า 40 ปี...ไม่เคยลืม

การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรบ้านคุ้งโตนด อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่เพียงทำให้หมู่บ้านที่ยากจน ล้าหลัง ไม่มีแม้ถนนที่จะติดต่อกับโลกภายนอก ได้มีชีวิตที่ดีขึ้น หากแต่การเสด็จพระราชดำเนินในครานั้นได้ทำให้หญิงคนหนึ่งมีชีวิตยืนยาวต่อมาจนถึงวันนี้ 

สมัยยังสาว ยายเคยไปรับเสด็จในหลวงใช่ไหม
ใช่ ตอนนั้นไปรับเสด็จที่ตีนถ้ำไทรในหมู่บ้านเรานี่แหละ ท่านเสด็จฯ มาทางเหนือ ไอ้เราป่วยเป็นไส้ติ่ง ปวดท้องมาครึ่งเดือนแล้ว แต่ไม่รู้หรอกนะตอนนั้นว่าเป็นไส้ติ่ง ปวดท้องนอนซม คนในบ้านบอกในหลวงจะมา เราก็อยากเห็น อยากไปรับเสด็จ แต่ปวดท้องจนเดินไม่ไหว


เดินไม่ไหวแล้วไปยังไง
ก็ให้คนหามไป ใส่เกวียนไปเลย

ทำไมถึงเลือกไปเฝ้าในหลวงไม่ไปหาหมอ
ไม่รู้สิคืออยากเห็นท่านตัวจริงๆ ใกล้ๆ น่ะ คิดในใจว่ายอมตายได้ แต่ขอไปรับเสด็จก่อน แลกตัว แลกชีวิต พูดง่ายๆ ว่าวัดดวงเอาเลย อีกอย่างตอนนั้นถ้าเราไปหาหมอก็ลำบาก เพราะน้ำแห้ง เรือเครื่องก็ไม่มี ถ้าไปก็คงไปไม่ถึง มันคงจะตายก่อน

แล้วตอนนั้นได้ถวายอะไรบ้างไหม
ยกมือพนมยังจะไม่ไหวเลย จะให้ถวายอะไรอีก (หัวเราะเสียงดัง)

แล้วได้เห็นท่านไหม
ก็ได้เห็นท่านอยู่ แต่ก็เห็นห่างๆ แล้วก็เห็นไม่นาน เพราะว่าพระองค์ท่านต้องเสด็จฯไปที่ตีนเขาอีกลูก คนละฟาก ทรงไปดูเรื่องที่จะระเบิดเขาทำทางเข้าออกหมู่บ้าน

ไส้ติ่งเรากำลังจะแตก แล้วรอดมาได้อย่างไร เกิดอะไรขึ้น
ตอนนั้นไส้ติ่งกำลังจะแตก เงินสักบาทก็ไม่มีติดตัว พอดีว่าพระราชินีท่านทรงเยี่ยมเยียนราษฎร แล้วทอดพระเนตรเห็นเรานั่งหน้าซีด พิงเพื่อน คือไอ้ตอนนั้นมันไม่ไหวจริงๆ ท่านทอดพระเนตรเห็นก็คงสังเกตได้ว่าอาการเราไม่ดี พระองค์ก็ถามว่าเป็นอะไร ท่านบอกให้พูดธรรมดาก็ได้ เราบอกว่าเจ็บท้อง พระองค์ท่านก็ตรัสถามต่อว่า เจ็บมากี่วันแล้ว เราก็บอกว่าเจ็บมาครึ่งเดือนเห็นจะได้ ท่านก็เลยบอกให้หมอที่มาด้วยตรวจดู

แล้วหมอว่ายังไง
หมอก็บอกว่าไส้ติ่งกำลังจะแตก พอหมอบอกอย่างนั้น พระองค์ท่านก็ทรงติดต่อไปที่ในหลวงซึ่งทรงอยู่ที่ตีนเขาอีกลูก เราก็ไม่รู้หรอกว่าทรงติดต่อกันอย่างไร มือถือสมัยนั้นก็ไม่มี คงเป็น ว. มั้ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ ก็ทรงถามเราว่า มีลูกกี่คน เราก็กราบทูลว่า 6 คน ยังเล็กๆอยู่ ท่านทรงบอกว่าทิ้งลูกไว้ก่อนได้ไหมเราไม่ได้ตอบอะไร ท่านก็เลยทรงถามว่ารักลูกหรือรักตัว เราเลยทูลตอบว่ารักทั้งลูกรักทั้งตัว พอพระองค์ได้ฟังก็ทรงยิ้ม

รู้ได้อย่างไรว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงติดต่อไปที่ในหลวง
รู้สิ เพราะเราเห็นในหลวง พระองค์ท่านทรงวิ่งจากตีนเขาลูกโน้นมาเลย ห่างกันถึง 1 กิโล

เรารู้สึกอย่างไรบ้างในตอนนั้น
ดีใจแล้วก็ปลื้มใจแบบมากๆ ไอ้ตอนแรกคิดว่ากำลังจะตายนี่ คิดว่าตัวเองรอดแน่มันมีกำลังใจ คิดว่าขนาดพระเจ้าแผ่นดินยังเอาใจใส่เราขนาดนี้ เราจะตายไม่ได้

พอในหลวงเสด็จมาถึง ทรงตรัสว่าอยางไรหรือไม่
ท่านให้เอา ฮ. มารับ ท่านตรัสว่า เดี๋ยวเราจะกลับทางเรือเอง ให้เอาคนไข้ไปส่งก่อน พอพระองค์ทรงตรัส หมอสองคนก็หิ้วปีกเราไป ในหลวงท่านทรงเมตตาเราไปจนถึงเครื่อง พอเราขึ้นไป ก่อนที่ประตู ฮ.จะปิด เราก็มองลงมาก็เห็นในหลวงท่านทรงโบกพระหัตถ์ เราซาบซึ้งมาก ยิ่งบอกตัวของเราเลยว่าเราจะตายไม่ได้

ถ้าไม่มีในหลวงในวันนั้น ก็ต้องตายแน่
แน่นอน ไม่ต้องอะไรหรอก หมอบอกว่า มาช้ากว่านี้แค่ 2-3 นาที ก็ไม่รอดแล้ว แล้ววันนั้นอย่างที่บอกว่าเรือเครื่องก็ไม่มี น้ำก็แห้ง ไม่รู้ใช้เวลาครึ่งวันจะเดินทางไปถึงโรงพยาบาลรึเปล่า ถ้าในหลวงไม่เสด็จมาที่นี่ วันนั้นก็ตายแน่ ตายทั้งๆที่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นอะไรตาย

เหมือนได้ชีวิตใหม่
ใช่ ชีวิตทุกวันนี้ถึงฉันแก่แล้ว แต่เมื่อนึกถึงวันนั้นทีไรรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ทุกที ตอนนั่งดูโทรทัศน์ เวลาเห็นท่าน เราก็จะพนมมือไหว้ตลอด รู้สึกว่าท่านได้มอบชีวิตใหม่ให้กับเรา

ตอนอยู่บน ฮ. เป็นอย่างไรบ้าง
จำไม่ค่อยได้ รู้แต่ว่าพอบินขึ้นไปพักใหญ่หมอก็ถามว่าเป็นยังไงบ้าง เราพูดไม่ค่อยไหว แต่ก็บอกไปว่าปวดท้อง บน ฮ. นอกจากเรา ก็มีหมออีก 2 คน แล้วก็คนขับอีก 2 คน จำได้แค่นี้ล่ะ

ฮ.พาไปที่โรงพยาบาลไหน
โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ เพชรบุรี

แล้วพักอยู่กี่วัน 
ปกติคนเป็นไส้ติ่งทั่วไปเขาพัก 3-4 วัน ก็ออกได้แล้ว แต่เราเป็นหนักต้องพักถึง 24 วัน ถ้าในหลวงไม่ช่วยก็ตายแน่ แล้วถ้าเราตาย ลูกเต้าก็ไม่รู้จะอยู่ยังไง ในหลวงท่านทรงเมตตา ทรงดูแลเราอย่างดี ห้องที่เราพักอยู่นี่ดีมาก เป็นห้องพิเศษเลย พูดตรงๆว่าดีกว่าบ้านที่ฉันอยู่อีก หมอก็นิสัยดี พูดจากับเราเพราะแล้วก็ใจดี

ในหลวงท่านห่วงใยเรามาก มีคนมาเยี่ยม ถามอาการ ถามสารทุกข์สุกดิบทุกวัน คนใกล้ชิดพระองค์ท่านก็ถามเรานะว่า จะฝากอะไรถึงท่านไหม เราบอกขอให้ พระองค์ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ พูดได้แค่นั้น มันตื้นตันจนนึกไม่ออก

หลังจากวันนั้นแล้วเป็นอย่างไร
ไม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่านอีกเลย ถ้าเรามีโอกาส จะขอเข้าไปกราบแทบพระบาทเลย สิ่งที่พระองค์ท่านทรงช่วยเหลือเราไว้ เป็นความซาบซึ้งที่สุดในชีวิตแล้ว คิดดูสิโลกนี้จะหากษัตริย์อย่างท่านได้ที่ไหน เราเป็นแค่ชาวบ้านจนๆแต่ท่านห่วงเราเหมือนเราเป็นลูกพระองค์ท่าน  ทรงห่วงเราเหมือนที่เราห่วงลูก ท่านทรงเสียสละแม้กระทั่งของส่วนพระองค์ ทรงยอมลำบากกลับทางเรือเพื่อคนอย่างเรา พูดตรงๆว่าสิ่งที่พระองค์ทรงทำให้ฉันตายแล้วเกิดใหม่อีกสิบชาติก็ทดแทนไม่หมด

กลับมาบ้านแล้วเป็นอย่างไร
ตอนที่ออกจากโรงพยาบาลใหม่ๆ พระองค์ท่านก็ทรงส่งเงินมาให้อยู่ถึง 1 ปี ครั้งละ 3-5 พันบาท ส่งมาหลายครั้งอยู่ เรารู้เพราะว่าใส่ซองสีขาวประทับตราสำนักพระราชวัง จากเหตุการณ์นั้นทำให้เรารักในหลวงของเรามาก แล้วทุกวันก็ยังน้อยใจตัวเองอยู่ว่า เวลาที่ท่านป่วย เราก็ไม่มีเงินไปเฝ้า  ไปแสดงความจงรักภักดีกับท่าน ได้แต่ร้องไห้อยู่กับบ้าน นั่งร้องทุกวัน ดูข่าวทุกวันไม่เคยเว้นเลย ฉันอายตัวเองว่า ในขณะที่ท่านให้ชีวิตใหม่กับเรา แต่เราช่วยอะไรท่านไม่ได้เลย

การเสียสละของในหลวงคราวนั้นได้เอามาปฏิบัติตามหรือไม่
มีส่วนมากเลย เวลาคนในหมู่บ้านเขาป่วยเป็นอะไร ฉันก็ไปเยี่ยมเขาทั่ว ไปไหนไปกัน มีใครเจ็บในหมู่บ้านนี่ฉันจะไปเยี่ยมหมด บางทีถึงไม่ใช่หมอ ไม่ใช่ญาติเขา แต่เราก็ไป ไปนั่งพูดคุยให้กำลังใจบางทีก็ไปบีบให้นวดให้ นี่คือสิ่งที่ในหลวงให้เรา แล้วเราให้คนอื่นต่อ


เมืองไทยเราโชคดีที่มีในหลวง โชคดีมากๆ ไม่มีกษัตริย์ที่ไหนในโลกอีกแล้วที่จะเป็นห่วงชาวบ้านอย่างฉันเท่ากับท่าน คนอย่งเราเปรียบไปก็เหมือนมดเหมือนปลวก แต่ท่านก็ยังใส่ใจ ท่านใส่ใจจริงๆ เหมือนกับว่าคนไทยคือลูกของท่านทั้งแผ่นดิน


ขอขอบคุณ เรื่อง และภาพจาก นิตยสาร ฅ.คน ปีที่ 2 ฉบับที่ 14 เดือนธันวาคม 2549 หน้าปกในหลวงของปวงเรา



- ONLINE TVBURABHA -

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เจ้าตัวโตผู้เกิดมาเป็นคุณหลวง

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

เมื่อพระสหายแห่งสายบุรี คิดถึงในหลวง