เปิดตำนานไม้จันทน์หอม




ไม้จันทน์หอม เป็นไม้มีค่าที่หายากชนิดหนึ่ง จัดเป็นไม้มงคลชั้นสูง ใช้ในพระราชประเพณี ตั้งแต่สมัยโบราณมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชประเพณีเกี่ยวกับพระบรมศพ โดยเอาไม้จันทน์หอมที่ยืนต้นตายเองตามธรรมชาติ  ซึ่งเนื้อไม้จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ มาสร้างพระรองประดับพระโกศพระบรมศพ ตลอดจนใช้ทำฟืนหรือดอกไม้จันทน์ ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ 

ไม้จันทน์หอมนี้จำเป็นต้องใช้ไม้จันทน์หอมที่ตายพราย หมายถึง การยืนต้นตายโดยธรรมชาติไม่สามารถตัดโค่นก่อนได้ เพราะจะไม่มีกลิ่นหอมในระดับที่ใช้งานได้

การตัดไม้จันทน์หอมที่ตายพรายนี้ตามพิธีโบราณที่ถูกต้องเชื่อว่าจะต้องขอจากป่า และรุกขเทวดาที่รักษาต้นไม้ก่อน โดยต้องเชิญพราหมณ์มาทำพิธีอ่านโองการเพื่อขอไปทำพิธีต่างๆ และตัดไปใช้ตามฤกษ์ยาม และถูกต้องตามวัตถุประสงค์ที่ขอไป 

สำหรับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 
อุทยานแห่งชาติกุยบุรีได้เตรียมไม้จันทน์หอมที่จะใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพไว้ทั้งหมด 19 ต้น เพื่อให้ผู้แทนจากสำนักพระราชวังคัดเลือก สำนักพระราชวังเข้าไปสำรวจ และได้คัดเลือกไม้จันทน์หอมไว้ 4 ต้นเพื่อนำไปใช้จัดสร้างพระบรมโกศ ตกแต่งพระเมรุมาศ และใช้ทำดอกไม้จันทน์ โดยจะมีพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอมในวันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2559 ถือฤกษ์ช่วงเวลา 14.09 - 14.39 น.  โดยจะใช้ขวานทองทำพิธีตัดที่ต้น 15 เป็นปฐมฤกษ์ 

สำหรับประวัติการใช้ไม้หอมในประเทศไทยนั้นสืบเนื่องมายาวนานตั้งแต่ยุคประวัติศาสตร์ตอนต้นมาจนสมัยอยุธยา ที่ผ่านมาสำนักพระราชวังได้คัดเลือกไม้จันทน์หอมที่ป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรีไปใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มาแล้ว

ไม้จันทน์หอมเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เนื้อไม้แข็ง ละเอียด กะพี้สีน้ำตาลอ่อน นิยมใช้สร้างบ้าน หรือตำหนักของเจ้านายสมัยก่อน เนื้อไม้มีกลิ่นหอม สามารถนำมากลั่นเป็นน้ำหอม ใช้ทำเครื่องหอม ธูปหอม ตลอดจนเป็นยาสมุนไพร ได้อีกด้วย 

ลักษณะทั่วไปของไม้จันทน์หอม 
ไม้จันทน์หอมเป็นไม้ยืนต้น ผลัดใบ ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่  เรือนยอดเป็นรูปกรวยต่ำๆ หรือเป็นพุ่มกลมค่อนข้างโปร่ง พบขึ้นกระจายอยู่ห่างๆ กัน ตามป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณขึ้นทั่วไป เว้นแต่ทางภาคเหนือ และอาจพบขึ้นกระจัดกระจายอยู่ตามภูเขา หินปูน พบในจังหวัดนครราชสีมา สระบุรี ระนอง และประจวบคีรีขันธ์ ในต่างประเทศพบในพม่า และอินเดีย 

ลำต้น มีลักษณะเปลาตรง เปลือกสีเทาอมขาวหรือเทาอมนำตาล แตกเป็นร่องเปลือกชั้นในเมื่อถากใหม่ๆจะมีสีขาว ทิ้งไว้แห้งจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ใบ เป็นใบเดี่ยว ติดเรียงสลับ ทรงใบรูปมนแกมรูปหอก แขนงใบออกสีดำ ท้องใบมีขนสีอ่อนๆ ประปราย หลังใบเกลี้ยง ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อยห่างๆ ขนาดใบ 3-6 ซม. ยาว 8-14 ซม. โคนใบตัดหรือเว้าเข้าเล็กน้อย และจะเบี้ยวเล็กน้อย ปลายใบสอบสอบแหลมทู่ๆ เนื้อใบค่อนข้างหนา ใบอ่อนมีขนประปราย ใบแห้งออกสีเขียวอ่อนๆ เส้นใบออกจากจุดโคนใบ 3 เส้น เส้นแขนงใบมี 4-6 คู่ ก้านใบยาว 5-10 มิลลิเมตร มีขนประปราย และจะออกสีดำคล้ำเมื่อใบแห้ง 

ดอก เป็นดอกขนาดเล็ก สีเหลืองอ่อนๆ หรือสีขาว ออกรวมกันเป็นช่อตามปลายกิ่งและตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อยาวประมาณ 15 ซม. กลีบฐานดอกติดกันเป็นเป็นรูปเหยือก ปลายแยกเป็นแฉก 5 แฉก ทั้งหมดยาว 10-13 มิลลิเมตร เกสรตัวผู้มี 10 อัน และในจำนวนนี้ จะมีเกสรตัวผู้เทียม 5 อัน รังไข่มร 5 พู รวมเบียดกันเป็นรูปเหยือกน้ำ มีขนคลุมแน่น แต่ละพูเป็นอืสระแก่กัน และต่างก็มีหลอดท่อรังไข่ 1 หลอด ในแต่ละพูมีช่อเดียว และมีไข่อ่อน 1 หน่วย ออกดอกระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน

ผล เป็นผลประเภทแห้งแก่แล้วไม่แตก มีปีกเดียว ผลอ่อนมีสีเขียวเมื่อแก่มีสีเหลืองอ่อนเป็นสีน้ำตาลผลมักติดกันเป็นคู่ๆ แต่ไม่ติดเป็นเนื้อเดียวกัน ทรงผลรูปกระสวยเล็กๆ กว้าง 5-7 มิลลิเมตร ยาว 10-15 มิลลิเมตร ก้านยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร มีจำนวนผลเฉลี่ย 2,643ผล/กิโลกรัม และผลจะแก่ประมาณเดือนธันวาคมถึงมกราคม 

เมล็ด มีเปลือกบางๆหุ้มภายในผล ผลหนึ่งมี 1 เมล็ด จำนวนเมล็ดเฉลี่ย 3,565 เมล็ด/กิโลกรัม ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเมล็ดประมาณเดือนมกราคม(ข้อมูลอ้างอิงจากสถานีวนวัฒนวิจัยจังหวัfประจวบคีรีขันธ์ 2551) ลักษณะเนื้อไม้ มีสีน้ำตาลอ่อน เสี้ยนตรง เนื้อละเอียด เป็นไม้เนื้อแข็ง เลื่อย ไสกบ ตบแต่งง่าย ส่วนแก่นมีสีน้ำตาลเข้ม มีความถ่วงจำเพาะ ประมาณ 0.93 (กรมป่าไม้ ,2526) 

ประโยชน์ 
เนื้อไม้ กระพี้ สีขาว แก่นสีน้ำตาลเข้ม ไสกบตบแต่งง่าย ไม้ที่ตายเองจะมีกลิ่นหอม ใช้ทำหีบใส่เสื้อผ้า เครื่องกลึง เครื่องแกะสลัก ทำหวี ดอกไม้จันทน์ ธูป น้ำมันหอมที่ได้จากการกลั่นชิ้นไม้ ใช้ปรุงเครื่องหอม และเครื่องสำอาง ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ เนื้อไม้ใช้เป็นยาแก้ไข้ แก้โลหิตเสีย แก้กระหายน้ำและอ่อนเพลีย 



ขอขอบคุณ
ข้อมูลจาก
สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
หมอชาวบ้าน
GotoKnow สะ-มะ-นึก

รูปจาก สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช


- ONLINE TVBURABHA -

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย

การเตรียมตัวของชีวิต | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

ได้ชีวิตใหม่ในวันรับเสด็จ ยายชุบ สามร้อยยอด