ก้อง ชณัฐ - กองโต Kongto Chnat : การจากไปของสามสี



การจากไปของสามสี สอนอะไรผมหลายอย่าง 
จริง ๆ แล้ว เราทั้งสองไม่ถูกกัน
สามสีเป็นแมวเหวี่ยง ๆ ไม่เป็นมิตร กัด ขู่ ข่วน เชิดใส ไม่น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนแมวอ้อน ๆ ทั่วไป
ผมหมั่นไส้สามสี หลังจากที่ถูกเธอปฏิเสธมิตรภาพของเรา ด้วยการข่วนเบา ๆ 
ตอนที่ผมพยายามจะสัมผัส
หลังจากนั้นความพยายามที่จะผูกมิตรกับแมวก็ยุติลง 
และแอบริษยาทุกครั้งที่เห็นทุกคนต่างรักและเอาใจสามสี มากกว่าผม......
.
เราบังเอิญเดินเจอกันบ่อย ๆ ในออฟฟิต แต่ผมก็ไม่เคยจะหยุดทักทาย 
มิหนำซ้ำ ยังอยากจะแกล้งเอาเท้าเขี่ยแมวให้ตกสะพานในบางครั้ง
(แค่คิดเฉยๆ นะไม่กล้าทำ กลัวมันกัด)
.
สัปดาห์ก่อน ผมพบว่าสามสีมีอาการป่วยหนัก สามสียืนนิ่งๆ เหมือนขยับร่างกายไม่ค่อยไหว 
ขาหน้าข้างหนึ่งยกขึ้น ตัวสั่นเทา ร้องเหมียว ๆ แต่ไม่มีเสียงออกมาจากลำคอ
แขนของสามสีเจ็บ เดินไม่ได้ และก็พยายามขอความช่วยเหลือ
.
นี่เป็นครั้งแรกในรอบปีที่ผมหยุดลงนั่งทักทายสามสี
ผมตัดความกลัว และกำแพงระหว่างเรา ยื่นมือเพื่อไปสัมผัสเธอ ด้วยเหตุผลของการห่วงใย
และถามไถ่ว่าเป็นยังไงกันหนอ เจ้าแมวแก่
สิ่งที่ได้รับกลับมาไม่ใช่เสียงขู่คำราม และคมเขี้ยว 
สามสีเอียงคางมารับมือของผม หลับตาพริ้ม ด้วยร่างกายที่ไม่มีแรงจะทรงตัว
แนนเดินเอาอาหารเม็ดมาให้สามสี เธอก้มลงกินอย่างหิวโหย เงยหน้าขึ้นมาร้อง 
เหมือนจะขอบคุณ เธอเอียงตัวมาพิงที่ขาของแนน
ผมลุบตัวเธอด้วยความห่วงใย อยากให้เธอกินเยอะๆ อยากให้เธอหายดีไวไว 
อยากให้เธอหันมาตะปบใส่แบบเมื่อก่อน
.
ความรู้สึกโกรธเคือง ขุ่นข้องหมองแมว
หล่นหายไปตอนไหนไม่รู้
--------------------------------------------------------
ไม่กี่เดือนมานี้ ผมได้รับหน้าที่ขับเคลื่อนงานหลาย ๆอย่าง
ด้วยจุดที่เขาวางให้เรายืนอยู่ บางเวลาต้องต่อรอง ต้องปะทะ ต้องเจรจา 
ต่อสู้กับผู้คนไม่น้อย ทั้งนอกและในบริษัท
บางทีก็ใช้คำพูดแรงไป บางทีก็เกิดอารมณ์ บางทีก็เกิดความไม่เข้าใจ
จนมีสีหม่น ๆ เจือปนอยู่ระหว่างความสัมพันธ์ของผมกับบางคน
เหมือนมีคนเอาปลายพู่กันเปื้อนหมึกมาจุ่มลงในแก้วน้ำใส
.
ผมอึดอัด และไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย 
ผมไม่ชอบทะเลาะ ผมไม้่ชอบความขุ่นข้องหมองใจ ผมไม่ชอบสร้างศัตรู 
(แต่ที่ผ่านมาก็มีบ้าง ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ)
ผมชอบสร้างมิตรภาพ ผมชอบทำงานกับคนที่ไม่ต้องพูดอะไรกันมาก รักและรู้หน้าที่ของตัวเอง 
ผมไม่ชอบจ้ำจี้จ้ำไช แต่การงานวันนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องทำ
และบางครั้งก็นำมาซึ่งความไม่พออกพอใจต่อกัน
.
แต่สามสีในวันที่เธอป่วย
ทำให้ผมเรียนรู้อย่างหนึ่งว่าแท้จริงแล้ว "ความชังเป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืน"
.
ญาติพี่น้องฝั่งพ่อของผม มีบางคนที่เคยโกรธเกลียดต่อกันมาก สาบานได้ว่าจะไม่ยุ่งไม่เผาผีกัน
แต่สุดท้ายวันเวลาก็ผ่านไป ก็กลับมารักกัน สนิทสนมจุนเจือกัน
โดยที่ไม่ต้องทำอะไรมาก ไม่ต้องมีใครมาไกล่เกลี่ย แต่มันเกิดขึ้นเมื่ออีกฝั่งหนึ่งล้ม 
และอีกฝั่งหนึ่ง ไม่คิดจะซ้ำเติม แต่กลับยื่นมือมาพยุงให้ลุกขึ้น
ผมเห็นภาพเหล่านี้ด้วยความประหลาดใจ
.
ประหลาดพอ ๆ กับวันที่สามสีเอียงคางมาให้ผมเกา
.
ความชัง ที่ก่อขึ้นไม่ว่าจะแข็งแรง สูง หนาแค่ไหน
วันหนึ่งมันก็ทลายได้ไม่ยากนัก
.
มนุษย์เราแท้จริงแล้วมีความเมตตาเต็มเปี่ยมอยู่ในใจ 
แต่เรามัวเก๊ก ไม่ยอมเอามันออกมาใช้
ขังมันไว้ด้วยกำแพงแห่งความเกลียดชัง
แต่สุดท้ายแล้วเราก็ปลดล็อคมันได้ด้วยกุญแจแห่ง "การให้อภัย"
.
ในเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว
ผมจึงรู้สึกว่า ความเกลียดชัง นั้นโคตรเป็นเรื่องเสียเวลาในชีวิตสิ้นดี
เสียเวลาที่เราจะมัวมานั่งน้อยใจ ใจคำพูดของคนบางคน (ซึ่งอาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ไม่รู้)
เสียเวลาที่เราจะมัวมาไม่ชอบขี้หน้ากัน
เสียเวลาที่เราจะมัวมาอาฆาต พยาบาท หมั่นไส้ ริษยา
.
ที่ผ่านมา ผมเสียเวลาไปกับความรู้สึกเหล่านี้มาก แทนที่จะก้มลงพยายามทำความสนิมสนม
กับสามสีมากขึ้นกว่าเดิม ทำความรู้จักเธอให้มากกว่าเดิม 
ว่าแท้จริงแล้ว เธอก็แค่แมวเมนส์ไม่มา แมวหงุดหงิด แมวเจ้าอารมณ์
.
ไม่ต้องหวังให้เธอเดินมาคลอเคลีย ไม่ต้องหวังให้เราเข้าไปลูบคลำเกาคาง
ไม่ได้หวังให้ใครปรับตัวเข้าหาใคร
.
เพียงแค่เราปรับตัวเราเข้าหาความเป็นจริง
.
---------------------------------------------------------
ผมเป็นอีกหนึ่งคนที่ช่วยบริจาคเงินค่ารักษาพยาบาลให้สามสี
ผมเดินทางไปเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาลในวันสุดท้าย อวยพรให้เธอ 
แม้เธอจะลืมตามาดูแค่ข้างเดียว
ผมไปงานศพของเธอด้วยความอาวรณ์สุดหัวใจ ยิ่งเห็นน้ำตาของคนรอบข้าง ยิ่งทำให้รู้สึก
ถึงความรัก ความสำคัญของชีวิต ชีวิตหนึ่งที่เกิดมา
สร้างคุณค่า สร้างความผูกพัน ให้กับระบบนิเวศน์ได้มากมายแค่ไหน
.
เห็นแล้วก็ยิ่งนึกเสียใจ กับเวลาที่เสียไปในความขุ่นเคือง 
.
ขอบคุณสามสี 

ติดตามเรื่องราวดี ๆ ได้ที่ 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เจ้าตัวโตผู้เกิดมาเป็นคุณหลวง

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

เมื่อพระสหายแห่งสายบุรี คิดถึงในหลวง