คอลัมน์จากพ่อถึงลูก นิตยสาร ฅ.คน ฉบับเดือน พ.ค 55

พฤษภาคม 2555
แก้ม, กล่อม ลูกรัก

                
               

                 นับวันพ่อยิ่งพบว่าในตัวพ่อยังมีข้อบกพร่องอยู่มาก การรู้และเห็นในความบกพร่องของตน ไม่ได้มาจากการหมั่นสำรวจตรวจสอบตัวตนเท่านั้น หากแต่ต้องรู้ก่อนว่า สิ่งที่ถูกต้องสมบูรณ์หรือสิ่งที่ควรจะเป็นนั้นเป็นอย่างไร ความสมบูรณ์เป็นอย่างไร พ่อยังห่างไกลการเข้าถึง แต่ก็รู้มากขึ้นว่าอะไรอย่างไรที่ดีกว่าเก่า ตัวตนดั้งเดิมของพ่ออาจประกอบขึ้นจากทั้งความไม่รู้และความรู้ที่ไม่ถูกต้อง ทั้งความไม่รู้และรู้ผิดก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ความคิดเห็นที่ผิด ความต้องการ การแสดงออกและการกระทำที่ผิด ต่างกรรมต่างวาระมากมาย

                ข้อที่สำคัญก็คือ ข้อบกพร่องจากตัวพ่อที่มีอยู่มากย่อมทำให้เกิดข้อบกพร่องในการทำหน้าที่เป็นผู้แสดงโลกให้กับลูกอยู่มากตามไปด้วย
                เพราะฉะนั้นลูกต้องเข้าใจว่า ตัวลูก ณ วันนี้ก็ยังเป็นผู้ที่มีข้อบกพร่องอยู่ไม่น้อยเช่นกัน พ่ออยากให้ลูกมองให้เห็น ยอมรับให้เป็น และฝึกฝนบำเพ็ญ แก้ไขพัฒนาอย่าได้ย่อหย่อน
                ตลอดเวลาที่พบว่าในตัวตนมีความบกพร่อง และการทำหน้าที่ก็ยังมีความบกพร่อง พ่อไม่ได้ว่าขานอดีต และไม่ได้ปกป้องความบกพร่องทั้งหลายเหล่านั้นอย่างคับแคบ พ่อสามารถยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่โดยปราศจากทิฏฐิมานะ พ่อมีความพอใจที่สามารถเข้าใจตัวเองมากขึ้น มีความสุขที่เข้าใจ และมีความยินดีที่ได้เห็นตัวเองมีความพยายามฝึกฝน เปลี่ยนแปลง รวมถึงการที่ได้มองเห็นถึงเหตุหรือที่มาของอวิชชาซึ่งครอบงำจิตใจ
                สิ่งที่พ่อพยายามย้ำกับลูกเสมอมาก็คือ คนเราไม่จำเป็นต้องโง่ ต้องหลงมาอย่างยาวนานก่อนที่จะตื่นรู้เสมอไป พ่อพยายามเป็นกระจกบานที่ซื่อตรงและปรารถนาดีต่อลูกอย่างที่สุดบานหนึ่ง (เชื่อว่าโรงเรียนของลูกก็เป็นเช่นนี้) ที่ส่องสะท้อนแก่นแท้หลากหลายแง่มุมชีวิตให้ลูกได้เห็น ได้ขบคิดตระหนักและเข้าใจ เพื่อที่ชีวิตของลูกจะได้ไม่เดินทางผิดหลงวนอยู่ในกิเลส ตัณหา อวิชชา อย่างยาวนานเหมือนที่พ่อและคนจำนวนมากเป็น
                ว่าไปแล้ว นี่เป็นทั้งความพยายามที่จะทำหน้าที่ทั้งในฐานะพ่อผู้ไม่สมบูรณ์พร้อม และหน้าที่ของคนคนหนึ่งที่เกิดมาแล้วพยายามแก้ไขทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีกว่าเก่า
                ซึ่งพ่อคิดว่าถ้าคนเราทุกคนพยายามทำเช่นนี้ โลกและสังคมมนุษย์จะศิวิไลซ์ขึ้น
                ท่านอาจารย์สอนว่า กิเลสเป็นเครื่องเศร้าหมอง ตราบเท่าที่ยังมีกิเลส เราจะยังไม่พ้นไปจากความทุกข์ การมองเห็นกิเลส รู้ว่ามีกิเลสไม่เพียงพอ แต่ต้องมองเห็นกิเลสเป็นกิเลส หรือยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไข ไม่เช่นนั้นเราก็จะไม่พ้นไปจากความทุกข์ ความเศร้าหมองในจิตใจ
                การยอมรับเป็นประตูบานแรกๆ ที่จะเปิดพาเราเข้าไปพบกับความเปลี่ยนแปลง หลายคนท่องบ่นตำรารู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่การยอมรับอย่างแท้จริงในตัวตนไม่มี เช่นนี้แล้ว ศรัทธาที่จะปฏิบัติบำเพ็ญย่อมไม่เกิด
                ไม่มีศรัทธาก็อย่าหมายว่าการปรารถนาที่จะเข้าถึงและหลุดพ้นจะเป็นจริง หลุดพ้นไม่ใช่หลุดพ้นจากความเป็นมนุษย์ เป็นคนเหนือโลก แต่คือจิตใจหลุดพ้นจากกรงขังของกิเลสตัณหา เป็นอิสระจากอวิชชา มิจฉาทิฏฐิ มีปัญญา พาเราเท่าทันสิ่งอันร้อยรัดเราอยู่กับความทุกข์โศก เศร้าและหม่นหมอง
                ตราบเท่าที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ การทำหน้าที่ของพ่อก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป ทั้งหน้าที่ที่มีต่อลูกและต่อส่วนรวม แต่ข้อเขียนจากพ่อถึงลูกใน ฅ.คน ของพ่อคงถึงเวลาที่ต้องยุติลงแล้ว พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของ ฅ.คน ฉบับถัดไป สิ่งที่พ่อพยายามสื่อสารกับลูกโดยสรุป (อย่างไม่เป็นระบบ ครบถ้วน) ก็คือ พ่อพยายามแสดงให้ลูกเห็นถึงที่มา และต้นทุนชีวิตที่แตกต่างกันระหว่างลูกกับพ่อ ชีวิตพ่อเป็นเช่นไร จากเหตุปัจจัยอะไร ด้วยปัญญาที่มีเพียงน้อยนิด พ่อสามารถเพียงแค่ใช้ชีวิตตัวเองเป็นกระจกบานเล็กๆ ส่องสะท้อนแง่มุมชีวิตให้ลูกได้เห็น เพื่อจะได้ไม่เดินทางผิด เปลืองเปล่าเวลาชีวิตอย่างที่พ่อเคยเป็น มากกว่านั้นพ่อพยายามตอกย้ำกับลูกในสิ่งที่เราเชื่อร่วมกันว่าเป็นทางที่ถูก พ่ออยากให้ลูกเริ่มต้นใหม่โดยไม่ต้องตามกิเลสโลก ไม่ต้องตามญาติ พี่ น้อง ไม่ต้องตามดารานักร้องที่ลูกชื่นชอบ ไม่ต้องตามพ่อ ไม่ต้องตามใคร แต่ให้เป็นตัวของตัวเองที่ตื่นรู้ตามรอยพระพุทธองค์ ที่มอบแนวทางพุทธปัญญามาให้เราได้เรียนรู้ ฝึกฝน ปฏิบัติ
                นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่พ่อผู้เต็มไปด้วยข้อจำกัดสามารถให้กับลูกได้ แต่ถ้าลูกไม่อยากให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่ตัวเอง ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเปิดประตูพาลูกเข้าไปสู่ภพภูมิแห่งปัญญาที่แท้จริงได้
                                                                               
                                                                                                                รักและภาคภูมิใจในตัวลูกเสมอ

                                                                                                                                              พ่อ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

ครั้งหนึ่งในชีวิตของ พนม ช่อจันทร์

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย