คอลัมน์จากพ่อถึงลูก นิตยสาร ฅ.คน ฉบับเดือน เม.ย 55

เมษายน 2555
แก้ม, กล่อมลูกรัก
               
                 พ่อกำลังอยู่ในช่วงเวลาของการทบทวนเรื่องชีวิต เพื่อที่จะตัดสินใจอีกครั้งว่า สำหรับเวลาที่เหลืออีกราวๆ 30 ปีของชีวิต จะใช้ชีวิตให้ดีและมีคุณค่าที่สุดได้อย่างไร แน่นอนจะต้องไม่ใช่การมุ่งแสวงหาเพื่อสนองกิเลสตัณหา หรือความมั่งคั่งของตัวเองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ชีวิตพ่อเรียบง่ายและโคจรเป็นวงแคบๆ ห่วงและคิดถึงความสุขของตัวเองน้อย ไม่มีความเห่อเหิมทะเยอทะยาน ต้องการความนิ่งสงบ แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้สงบนิ่ง เพราะคิดว่าตัวเองยังพอมีประโยชน์ต่อส่วนรวมและต่อผู้อื่น และมีชีวิตของผู้อื่นอีกหลายคนที่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเรา

                สิ่งที่พ่ออยากทำหรือยังมีตัณหาในตอนนี้คืออยากปลูกต้นไม้ พ่อมีจินตนาการว่าจะได้เดินทางไปยังผืนดินที่โล่งแล้งทุกหนทุกแห่ง กับเพื่อนร่วมอุดมการณ์จำนวนหนึ่ง นำต้นไม้ (ที่ไม่ใช่ปาล์มหรือยางพารา) ไปปลูกในที่ที่ไม่ใช่ของตนเองจนกว่าจะไม่มีเรี่ยวแรง นี่คงจะเป็นงานที่ดีที่สุดของพ่ออย่างหนึ่งในเวลาที่เหลือ พ่อได้เห็นคนหลายคนทำเช่นนี้แล้วทั้งนับถือและชื่นชม เลยอยากทำบ้าง

 พ่อคิดเรื่องนี้มานานพอสมควร ตั้งแต่ยังเดินทางแทบทุกวี่วัน ไปที่ไหนก็เห็นแต่คนตัดต้นไม้ โค่นถางป่า กับงานที่พ่อทำต้องใช้ยานพาหนะในการเดินทาง เผาไหม้น้ำมัน สร้างมลพิษให้แก่โลกไม่น้อย ทำอย่างไรจึงจะสมดุลกัน ทำความดีคงไม่ลดคาร์บอนไดออกไซด์ โลกคงไม่หายร้อน การปลูกต้นไม้เพื่อช่วยดูดซับคาร์บอนน่าจะเป็นสิ่งที่คนธรรมดาอย่างพ่อทำได้ แต่ด้วยเวลาและการงานที่ผูกมัดตัวที่ผ่านมา ได้แต่ยืมมือผู้อื่นปลูก โดยเฉพาะคุณปู่
                โลกนี้มีความคิดที่วิเศษของผู้คนอยู่มากมาย สิ่งหนึ่งที่วิเศษมากสำหรับพ่อคือ ความคิดเรื่องธนาคารต้นไม้ของชาวธนาคารต้นไม้ทุกคน แต่ไม่ใช่ธนาคารต้นไม้แบบที่ธนาคารแห่งหนึ่งไปจัดตั้งในจังหวัดบ้านเกิดของพ่อ แล้วถ่ายรูปประชาสัมพันธ์ลงหนังสือพิมพ์ โลกนี้มีคนที่มีความคิดดีๆ และโลกนี้ก็มีพวกหัวขโมยไร้ยางอายและเห็นแก่ตัวที่คอยขโมยทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่ความคิดและความหวังของคนจน มากกว่านั้นก็คือ ขโมยความรัก ความสามัคคี ขโมยเอกภาพไปจากขบวนการประชาชน จากเพื่อนพี่น้องที่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกัน และถึงที่สุดก็คือ ขโมยโอกาสและสิทธิ์อันแท้จริงของชาวบ้าน ที่ไม่ใช่แค่การหย่อนบัตรแล้วหลังจากนั้นก็ทำหน้าที่เป็นเครื่องมืออันเชื่องเชื่อของระบบสูบเลือดเนื้ออันเอารัดเอาเปรียบต่อไปและต่อไป
                นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พ่อเศร้าใจที่ได้เห็นการถูกบ่อนเซาะ แบ่งแยกแล้วทำลาย พร้อมๆ กับเห็นกิเลส ตัณหา อวิชชา มิจฉาทิฏฐิ โลภ หลง ของมนุษย์พร้อมๆ กัน
                ด้านหนึ่งพ่ออยากปลอบใจตัวเอง อยากปลอบใจมิตรสหายบางคน แทนการตัดพ้อและโกรธแค้น เราเอาจิตบริสุทธิ์ของเราไปปลูกต้นไม้ แล้วรดมันด้วยน้ำตาและเลือดของเรา
                ลูกเอ๋ย... วันหนึ่งเราตายไป ต้นไม้ยังอยู่เพื่อทิ้งใบให้เป็นประโยชน์แก่แผ่นดิน แต่คนเล่า... กิน ขี้ ปี้ นอน อยู่อาศัย หายใจรดโลกแล้วยังกระทำย่ำยี
               ลูกต้องครุ่นคิดให้หนัก ชีวิตเราทำประโยชน์ใดให้แผ่นดินบ้าง การมีชีวิตที่มุ่งแต่หาประโยชน์ตน โดยหลอกล่อกระทั่งตัวเองว่าเป็นนักบุญ ขณะทารุณกรรมผู้อื่นนั้นบาปนัก
                อีกอย่างหนึ่งที่อยากทำคือ พ่ออยากเดินทางไปฟังผู้คนพูด พ่อไม่ใช่นักสนทนาที่ดีและยิ่งไม่ใช่นักพูดที่เก่ง แต่หากตั้งใจ พ่อมีความสามารถในการฟัง พ่อคิดว่าโลกนี้มีแต่คนอยากพูดให้ผู้อื่นฟัง มีคนอยากฟังผู้อื่นพูดน้อย พ่ออยากพูดให้น้อยลง ฟังให้มากขึ้น การได้ฟังผู้อื่นพูดจากใจด้วยใจคงเป็นเรื่องวิเศษ
                และจะวิเศษยิ่งขึ้นถ้าในการได้พบปะผู้คนเราสามารถโอบกอดเขาและได้รับการโอบกอดตอบ พ่อมาจากครอบครัวที่ไม่คุ้นเคยกับการโอบกอด มามีครอบครัวที่โอบกอดกันทุกวัน วันละหลายเวลา โลกข้างนอกผู้คนไม่ไว้วางใจกันและเกลียดชังกันมากกว่าโอบกอดกัน พ่ออยากไปโอบกอดผู้คนเหล่านั้น ไม่ว่าหอมหรือเหม็น ขาวหรือดำ ต่ำหรือสูง การได้โอบกอดเพื่อนมนุษย์ แล้วปล่อยวางอคติและการแบ่งแยก อย่างน้อยก็ทำให้ใจเราไม่มืดดำ
                และระหว่างนั้น ถ้าหากสามารถช่วยเหลือเกื้อกูล แบ่งปันสารทุกข์สุกดิบกับผู้อื่นได้ด้วยก็คงไม่มีอะไรดีเท่า สำหรับพ่อจะมีงานอะไรที่พ่อทำได้แล้วดีไปกว่างานเหล่านี้ พ่อนึกไม่ออก
                ทั้งหมดนั้นไม่เพียงเป็นงานที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ คงเป็นงานที่ดีที่สุดที่พ่ออยากทำในชีวิตที่เหลืออยู่ ระหว่างพักพ่อคงจะเขียนหนังสือเล็กน้อย อ่านหนังสือนิดหน่อย และอาจขออนุญาตดื่มบ้างเล็กน้อยในบางเวลา และสิ่งที่จะไม่ลืมเลยก็คือ การเฝ้ามองความงอกงามและความเปลี่ยนแปลงของลูก
งานที่ดีที่สุดคืองานที่เราทำแล้วรู้สึกมีคุณค่าและมีความสุขที่ได้ทำ ใครๆ ก็อยากทำงานที่ดีที่สุด ลูกก็คงเป็นเช่นนั้น
            พ่อพบงานที่ดีที่สุดตอนอายุ 50 ลูกไม่จำเป็นต้องรอนานขนาดพ่อ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

ครั้งหนึ่งในชีวิตของ พนม ช่อจันทร์

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย