คอลัมน์จากพ่อถึงลูก นิตยสาร ฅ.คน ฉบับเดือน ส.ค 53

19 กรกฎาคม 2553
แก้ม, กล่อม ลูกรัก

           
ฉบับที่แล้วพ่อพูดกับลูกเรื่องความผิดพลาด  ความรู้สึกผิด  การสำนึกผิด และการแก้ไขเปลี่ยนแปลง  ซึ่งพ่อบอกลูกว่าการทำความผิดนั้นไม่ได้มีเฉพาะด้านที่เป็นโทษ แต่มีด้านที่เป็นคุณด้วย  โดยเฉพาะในแง่ที่ใช้เป็นบทเรียนให้กับทั้งตัวเราและผู้อื่น และพ่อก็บอกว่ามีความเป็นไปได้ที่วันหนึ่งลูกอาจจะเรียนรู้และเข้าใจว่าอันไหนคือความถูกต้องจากการทำความผิด  เพราะชีวิตพ่อก็เคยเป็นเช่นนั้น

            ด้วยเหตุนี้เองพ่อจึงเชื่อในเรื่องของการให้โอกาสและเชื่อว่าคนเรานั้นสามารถที่จะเรียนรู้ เข้าใจ แก้ไข เปลี่ยนแปลง ปรับตัวเปลี่ยนตนได้  ในความเป็นจริงคงไม่มีใครอยากทำความผิด หรือมีความสุขจากการทำผิด การทำความผิดส่วนใหญ่มาจากความอ่อนแอของจิตใจ  อ่อนแอในการยั้งคิด ใคร่ครวญ อ่อนแอในการหักห้าม ควบคุม  ไม่สามารถต่อสู้กับแรงกระตุ้น สิ่งเร้า ไปกระทั่งถึงอ่อนแอจากความเจ็บป่วยที่ซับซ้อนของจิตใจ
            ความจริงหลายเรื่องที่พ่อเขียนถึงก็เป็นเรื่องเก่าที่เราเคยพูดคุยกันมาแล้ว  แต่ลูกก็คงคิดเหมือนพ่อว่าบางสิ่งนั้นเราจำเป็นต้องพูดย้ำกันหลายหน  ที่สำคัญก็คือลูกกำลังโตขึ้นในวันที่เราต้องห่างไกลกัน (บ้าง)  บางสิ่งที่พ่อเคยพูดคุยกับลูกก่อนหน้านี้ด้วยวัยลูกอาจไม่เข้าใจหรือบางเรื่องก็ยังไม่ถึงเวลา  วันที่เราไกลกันการย้ำบางอย่างกับลูกเพิ่มเติมผ่านตัวหนังสือก็คงเปรียบได้กับการห่มผ้าให้ลูกอีกชั้นหนึ่งในคืนที่อากาศหนาวเย็น  ถึงแม้ลูกจะมีเสื้อกันหนาวใส่อยู่แล้วตัวหนึ่งก็ตาม
            สิ่งที่พ่ออยากให้ความมั่นใจลูกอีกอย่างหนึ่งก็คือ สำหรับพ่อกับแม่นั้นไม่ว่าลูกจะทำผิดอะไร ร้ายแรงแค่ไหน ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ  ลูกก็ยังเป็นลูกของพ่อกับแม่และพ่อกับแม่ก็ยังรักลูกเสมอ  เช่นเดียวกัน ไม่ว่าลูกจะล้มเหลวกี่ครั้ง พลาดพลั้งกี่ครา ลูกก็ยังเป็นลูกที่ควรได้รับความเมตตาจากพ่อกับแม่ไม่เปลี่ยนแปลง  เพราะความรักที่พ่อกับแม่มีต่อลูกนั้นเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข  พ่อกับแม่ไม่ได้รักลูกที่ลูกสวย เก่ง ดี หรืออะไรก็ตามแต่  แต่รักที่ลูกเป็นลูก  รักตั้งแต่ลูกยังอยู่ในท้องแม่  ตั้งแต่ชีวิตลูกยังบริสุทธิ์ว่างเปล่า  สิ่งที่เพิ่มเติมงอกงามขึ้นมาในชีวิตลูกภายหลังพร้อม ๆ กับการเจริญวัย เป็นเพียงสิ่งที่ทำให้พ่อเกิดความปลาบปลื้ม ชื่มชม ภาคภูมิใจ หรือมีความสุข  ซึ่งถึงแม้ลูกจะทำให้พ่อแม่ผิดหวังเสียใจ พ่อกับแม่มีความทุกข์ ก็ทุกข์เพราะความรักที่มีต่อลูก
            ที่ให้ความมั่นใจกับลูกเช่นนี้  ไม่ใช่เพื่อให้ลูกวางใจ ย่ามใจ ทำผิดอะไรก็ได้  ตรงกันข้ามลูกยิ่งต้องตระหนักและดูแลความไว้วางใจที่พ่อกับแม่มีต่อลูกให้ดี  ลูกจะต้องระมัดระวังในการใช้เสรีภาพที่ได้รับจากการที่พ่อกับแม่ให้อิสระกับลูกให้มาก  ยิ่งมีเสรีภาพมากเท่าไหร่ยิ่งไม่สามารถใช้เสรีภาพโดยอิสระมากเท่านั้น 
            การรักลูกให้เป็นนั้น  สำหรับพ่อกับแม่ไม่ใช่การตามใจลูกทุกอย่าง  และไม่ใช่การเข้าข้างลูกเสมอ  การเข้าข้างกับการยืนเคียงข้างไม่เหมือนกัน  พ่อกับแม่อาจไม่ได้ตามใจลูกทุกอย่าง ไม่ได้เข้าข้างลูกทุกเรื่อง  แต่ขอให้ลูกมั่นใจว่าพ่อกับแม่อยู่เคียงข้างลูกตลอดเวลา
            มีผู้ใหญ่ไม่น้อยที่มองเด็กอย่างเข้าใจ  สามารถอธิบายถึงต้นตอหรือสาเหตุที่เป็นแรงจูงใจและเป็นแรงผลักดันให้เด็กๆ ทำความผิด และเรียกร้องความเข้าใจให้กับเด็ก (ไม่ใช่การให้ท้าย) เมื่อเด็กทำผิด  หลายคนออกมาปกป้องเด็กด้วยเหตุผลต่าง ๆ ที่น่าฟัง
            พ่อเองก็เชื่อในเรื่องของการให้โอกาส  เชื่อในเรื่องของการเรียนรู้ การสร้างความเข้าใจและการให้อภัยมากกว่าการลงโทษให้เข็ดหลาบหรือการซ้ำเติม  พ่อคิดว่าเมื่อใครก็ตามทำความผิดคนๆ นั้นก็ถูกลงโทษโดยตัวเขาเองภายในใจแล้ว เมื่อทำความผิดพ่อเองก็เป็นเช่นนั้น  แต่นั่นแหละในชีวิตพ่อ พ่อก็เคยเห็นคนทำความผิดแล้วผลิตซ้ำความผิดเดิม ๆ อีกนับไม่ถ้วน  พ่อจึงคิดว่าการกำกับด้วยกติกาหรือการลงโทษด้วยวิธีการและแนวทางที่เหมาะสมยังจำเป็น ต้องมีอยู่บ้าง  ไม่ใช่เพื่อชดใช้ แต่เพื่อได้เรียนรู้เข้าใจ และแก้ไขเปลี่ยนแปลง
แต่มากกว่าการเรียกร้องความเข้าใจเห็นใจให้กับผู้ก่อความผิด  พ่อคิดว่ามีสิ่งที่สำคัญกว่านั่นก็คือการทำอย่างไรที่จะป้องกันคนจากการกระทำผิด ทำอย่างไรให้คนมีภูมิต้านทานหรือมีจิตสำนึกมากพอที่จะไม่กระทำผิด
            ทำไมผู้ชายที่เห็นผู้หญิงแต่งตัวโป๊จำนวนมากถึงไม่กล้าละเมิด  บางคนไม่กล้าแม้กระทั่งจะละเมิดด้วยสายตา  แต่ทำไมบางคนจึงสามารถข่มขืนและฆ่าผู้อื่นโดยไม่คำนึงถึงความปวดร้าว สูญเสียของผู้ที่ถูกกระทำแม่แต่น้อย  คงไม่ใช่เพราะแตกต่างกันที่ความกล้ากับความขลาดเป็นแน่
            ทำไมบางคนบ้านของคนอื่นปิดอยู่แท้ๆ  ยังงัดแงะเข้าไปขโมยทรัพย์สมบัติ  แต่บางคนพบเงินทองเพชรพลอยมูลค่ามหาศาลยังเอาไปประกาศคืนเจ้าของ ทั้งๆ ที่ในชีวิตตัวเองไม่มีวันหาเงินมาได้มากขนาดนั้น
            คงไม่ใช่เพราะความยากจนไม่เท่ากันเป็นแน่
            ทำไมเด็กบางคนแค่กระทบไหล่กัน ก็สามารถรุมทำร้ายคนอื่น  แต่บางคนอาจยกมือไหว้เอ่ยคำขอโทษ หรือยิ้มให้แล้วบอกว่าไม่เป็นไรครับ
            ลูกว่าจะดีกว่าไหม ถ้าเราเป็นคนที่แข็งแรงพอที่จะปกป้องตัวเองจากการทำความผิดได้  ไม่ใช่เป็นคนที่รอได้รับความเข้าใจ และการให้อภัยหลังได้ทำความผิดลุล่วงไปแล้ว

            พ่อรู้ว่าไม่ง่าย...  แต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่พยายาม

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เจ้าตัวโตผู้เกิดมาเป็นคุณหลวง

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

เมื่อพระสหายแห่งสายบุรี คิดถึงในหลวง