คอลัมน์จากพ่อถึงลูก นิตยสาร ฅ.คน ฉบับเดือน ก.พ 53

แก้ม กล่อม ลูกรัก .

                สมัยที่พ่อเป็นเด็กนั้น ที่บ้านคุณปู่คุณย่ายังไม่มีไฟฟ้าใช้ ถนนหน้าบ้านก็ยังไม่ใช่ถนนลาดยางอย่างที่ลูกเห็นทุกวันนี้ คลองชลประทานหน้าบ้านปู่ก็ยังไม่ได้ถูกทำให้กลายเป็นคูระบายน้ำอย่างเช่นปัจจุบัน ที่ตลิ่งซึ่งเคยเป็นตลิ่งธรรมชาติ มีต้นไม้ชายน้ำเป็นที่อาศัยหากินของกุ้งหอยปูปลาตามระบบนิเวศถูกทำให้กลายเป็นสิ่งก่อสร้าง ขอบคูเรียงหินแห้งแล้งไร้ชีวิต น้ำประปาก็ไม่มีใช้ ต้องใช้น้ำบ่อ ซึ่งต้องใช้ถังเหล็กผูกเชือกไนลอนหย่อนลงไปตักสาวขึ้นมา


                สิ่งที่เรียกว่าความเจริญทั้งหลายที่เข้ามาในช่วงอายุของพ่อ เปลี่ยนโลกวัยเด็กที่พ่อเคยวิ่งเล่น เรียนรู้ จนแทบไม่เหลืออะไรไว้ให้ลูกเชื่อมโยงกับชีวิตวัยเด็กของพ่อได้เลย ทุกวันนี้เวลาลูกไปบ้านปู่ย่า ชีวิตของลูกคือขลุกอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือไม่ก็โทรทัศน์ ไม่แตกต่างจากตอนที่อยู่กรุงเทพฯ แต่อย่างใด
                ความเจริญทั้งหลายนั้นลูกต้องเท่าทัน พ่อคิดง่ายๆ ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเหรียญที่มีสองด้านเสมอ มีทั้งคุณมีทั้งโทษ มีทั้งประโยชน์และพิษภัย ซึ่งพ่อคิดว่าวิธีคิดแบบนี้ใช้ได้กับแทบทุกเรื่องในชีวิตของลูก
                ชีวิตวัยเด็กของพ่อที่มีตะเกียงน้ำมันก๊าดให้แสงสว่างในยามค่ำคืนทำให้พ่อได้ใช้เวลาก่อนนอนอยู่รอบๆ เชี่ยนหมากกับผู้เฒ่าผู้แก่ ได้ฟังเรื่องเล่า ฟังนิทาน เป็นเสน่ห์และความอบอุ่นที่แตกต่างจากโลกหน้าจอโทรทัศน์ และพ่อคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ทำให้พ่อมีความผูกพันกับคุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย (ซึ่งพ่อเรียกว่าพ่อเฒ่าแม่เฒ่า) ของพ่อ มากกว่าที่ลูกเป็นอยู่กับคุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยายของลูก
                นอกจากชีวิตวัยเด็กของพ่อจะมีเรือกสวนและลำคลองเป็นสนามเด็กเล่นที่ไม่มีเวลาเปิดปิด มีอุปกรณ์เครื่องมือหาอยู่หากินทุกชนิดเป็นเครื่องเล่นที่ทำให้พ่อได้เรียนรู้และมีทักษะในวิชาการดำรงชีวิต ซึ่งชีวิตของลูกขาดหายสิ่งเหล่านี้ โดยมีวิชาเปียโน วิชาเข้าเน็ต ซึ่งสมัยพ่อไม่มี มาทดแทน
                ขณะที่พ่อเป็นเด็กพ่อได้เล่น ได้เรียนรู้ สั่งสมต้นทุนชีวิตที่สอดคล้องกับความเป็นอยู่มากมายจากในสวนและลำคลอง ไม่ว่าจะเป็นการขุดดิน ดายหญ้า ปลูกผัก พายเรือ ทอดแห หาปลา วิชาเหล่านี้คงเอามาหาเงินซื้อของในซูเปอร์มาร์เกตในสังคมปัจจุบันไม่ได้ แต่ใช้หากินเอาชีวิตรอดในธรรมชาติได้ สิ่งแวดล้อมและยุคสมัยของลูกแตกต่างจากวัยเด็กของพ่อ วิถีของเราจึงต่างกัน การที่ลูกกับพ่อมีต้นทุนชีวิตที่ต่างกันจึงไม่ใช่เรื่องใครผิดใครถูก แต่สำหรับวิชาความรู้นั้น โบราณบอกว่า รู้อะไรก็ไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี (ซึ่งคุณตาระพี สาคริก บอกว่า รักษาตัวรอดไม่ใช่เอาตัวรอดอย่างเดียว แต่ต้องรักษาจิตวิญญาณไม่ให้สูญเสียด้วย)
                ตอนที่พ่ออายุเท่าพี่แก้มในปัจจุบัน พ่อรู้จักปลูกผัก เก็บผักไปขายที่ตลาดแล้ว พ่อทำเป็นทุกอย่างตั้งแต่ดายหญ้า พรวนดิน ยกร่อง ขุดหลุม ปลูก ผสมเกสร ใส่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ทำนั่งร้านหรือค้างให้ผักยึดเกาะ หาบน้ำมารดผัก กระทั่งเก็บไปขาย
                การรดน้ำผักไม่ได้มีเครื่องสูบเหมือนสมัยนี้ แต่ต้องตักน้ำบ่อ หาบไปรดด้วยฝักบัว หน้าแล้งน้ำในบ่อขอดลงไปถึงก้นบ่อ กว่าจะสาวขึ้นมาได้สักถังหนึ่ง บางปีลึกถึง 18 ท่อ 20 ท่อ (บ่อ) ก็มี บางปีน้ำในบ่อที่บ้านปู่ไม่พอ ต้องไปตักจากบ้านย่าใหญ่ใส่รถเข็นหรือไม่ก็หาบมา
                เวลาเข็นหรือหาบ น้ำในปี๊บที่ตักไว้เต็มๆ จะกระฉอกออกเรื่อยทาง กว่าจะถึงร่องผักบางทีเหลือแค่ครึ่งค่อน ถึงจะเอาใบไม้ใส่ปากถังไว้แล้วก็ตาม แต่นั่นก็ทำให้พ่อรู้จักการทำงาน รู้จักความอดทน และที่สำคัญคือ หาบของเป็นตั้งแต่เด็กๆ ยังเรียนชั้นประถมอยู่ก็หาบน้ำเป็นปี๊บๆ แล้ว ไหนจะหาบผักผลไม้ไปขายที่ตลาดอีก เรื่องหาบของจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพ่อ ตอนไปถ่ายรายการคนค้นฅนแล้วไปช่วยชาวบ้านหาบของได้ ทำให้หลายคนแปลกใจ แต่ความจริงเป็นอาชีพเก่าของพ่อที่พ่อคุ้นเคยตอนเป็นเด็ก รวมทั้งการพายเรือที่ได้ช่วยปู่เย็น หรือไปพายเรือล่องแม่น้ำยมกับอาพิณ สาเสาร์ ก็เช่นกัน
                หากเรามีต้นทุนชีวิตในวัยเด็กหลากหลายก็เหมือนมีเงินฝากธนาคารไว้ วันใดวันหนึ่งเมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่ ถึงคราวอาจมีความจำเป็นต้องเบิกออกมาใช้ก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นเหตุที่พ่อไม่อยากให้ลูกเรียนหนังสือสอบเก่งอย่างเดียว แต่อยากให้ลูกมีวิชาเอาตัวรอดเยอะๆ นอกจากเล่นดนตรีเป็น วาดรูปได้ เขียนหนังสือดีแล้ว พ่ออยากให้ลูกทั้งสองคนหุงข้าวเป็น ทำกับข้าวเป็น ซักเสื้อผ้าเป็น รีดผ้าเป็น ถูบ้านเป็น ยิ่งเป็นมากกว่าพ่อยิ่งดี
                ตอนเป็นเด็กแล้วเริ่มรู้จักปลูกผัก เก็บผักมัดกำไปขายที่ตลาด ไม่ว่ามะกรูด โหระพา ถั่วฝักยาว ถั่วพู ขณะที่เด็กวัยเดียวกันอยากได้ของเล่นเป็นจักรยาน ฯลฯ พ่อจำได้ว่าพ่ออยากได้กระจาดกับไม้คานเป็นของตัวเอง แล้ววันหนึ่งก็สมหวังเมื่อคุณตาทวดกับคุณย่าของลูกช่วยเป็นธุระจัดหาให้ ขนาดเล็กกว่าของผู้ใหญ่ กำลังเหมาะกับตัวเล็กๆ แกร็นๆ ของพ่อ โดยคุณตาทวดหรือพ่อเฒ่าของพ่อทำไม้คานพิเศษพอเหมาะกับกระจาดให้พ่ออันหนึ่ง พ่อรักและภูมิใจในเครื่องมือทำมาหากินชิ้นนี้มาก และพ่อคิดว่ามันมีส่วนไม่น้อยที่ทำให้พ่อมีวิชาทำมาค้าขายอยู่ในทุกวันนี้

            บางอย่างคนเราสามารถเรียนจากประสบการณ์ตรงในโรงเรียนชีวิตได้ ไม่จำเป็นต้องเรียนในห้องเรียนสมอไป

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เจ้าตัวโตผู้เกิดมาเป็นคุณหลวง

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

เมื่อพระสหายแห่งสายบุรี คิดถึงในหลวง