คอลัมน์จากพ่อถึงลูก นิตยสาร ฅ.คน ฉบับเดือน ธ.ค 53

พฤศจิกายน 2553
แก้ม,กล่อม ลูกรัก

                ขณะที่พ่อเขียนถึงลูกนี้ พ่ออยู่ในห้องแอร์ที่บ้าน ข้างหน้ามีโทรทัศน์ซึ่งกำลังถ่ายทอดสดการแข่งขัน BARCLAYS ATP WORLD TOUR คู่ระหว่างราฟาเอล นาดาล กับโทมัส เบอร์ดิชท์ ซึ่งแม่ของลูกน่าจะกำลังนั่งลุ้นอยู่มุมใดมุมหนึ่งของสนาม 

                 ส่วนลูกสองคนคงกำลังซุกตัวหลับอยู่ในถุงนอนใกล้ๆ ฟ่อนข้าวในโรงนาที่ไม่มีผนังกันลมหนาว หน้าบ้านที่ไม่มีไฟฟ้าน้ำประปาของอาตุ๊หล่าง ที่ อ. กุดชุม จ. ยโสธร และพรุ่งนี้เช้าเมื่อพ่อตื่นลงมาที่โต๊ะอาหารซึ่งมีหนังสือพิมพ์กับอาหารเช้าวางรออยู่แล้ว ก็คงเป็นเวลาที่ลูกซึ่งต้องตื่นขึ้นมาช่วยแม่ราตรีหุงหาอาหารด้วยเตาถ่านและไม้ฟืนตั้งแต่เช้าตรู่ กำลังอยู่ในแปลงนา เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตชาวนาและฝึกหัดการเกี่ยวข้าว ก่อนจะได้รับประทานอาหารมื้อแห่งการรู้คุณค่าและที่มาอันเอร็ดอร่อย ซึ่งพ่อเดาว่าพี่แก้มน่าจะกินได้ทุกอย่าง ส่วนน้องกล่อมถึงแม้จะเลือกข้าวเหนียวกับไข่เจียวเป็นอาหารหลัก แต่ก็คงมีโอกาสชิมรสผักพื้นบ้านแปลกๆ ใหม่ๆ บ้าง

               

                   หลังจากการเกี่ยวข้าว ขนข้าวแล้ว อาตุ๊หล่างขวัญใจเด็กๆ ก็คงสอนเรื่องการคัดเลือกและเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์  ระหว่างสอนก็คงได้อธิบายให้เด็กๆ ได้รู้เหตุผลว่าทำไมเกษตรกรชาวนาถึงต้องเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์เอง และเกษตรกรชาวนาถูกเล่ห์เหลี่ยมของพ่อค้า นักธุรกิจการเกษตรเอารัดเอาเปรียบอย่างไร ซึ่งเหล่านี้เป็นความรู้ที่ชาวนาเป็นครูสอนลูกได้ดีกว่าครูที่โรงเรียน
                เย็นย่ำแดดร่มลมตก เด็กๆ คงได้ตีข้าว ฟาดข้าวกันกลางลาน ท่ามกลางลมทุ่งเย็นสบายอย่างสนุกสนาน ก่อนจะอาบน้ำที่ต้องใช้ขันตักราดตัวพอให้ตัวเปียก แล้วรีบเช็ดตัวกระโดดลงเสื้อกันหนาว มาล้อมวงกินข้าวฟังเรื่องราวจากพ่อถาใจดีและแม่ราตรีผู้ที่มีแต่รอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าไม่เคยหุบ ใต้แสงรุบหรู่ของไฟตะเกียง
                พ่อรู้สึกมีความสุขและปลื้มปิติมากที่ลูกทั้งสองคนแสดงตนอยากไปเรียนรู้ที่บ้านอาตุ๊หล่างด้วยความมุ่งมั่น ทั้งๆ ที่ครูไม่ได้บังคับและพ่อแม่ก็ไม่ได้ไปด้วย และขณะเดียวกันก็รู้สึกชื่นชมแนวคิด และความเสียสละทุ่มเทของคุณครูในโรงเรียนที่ลูกทั้งสองได้เรียนอยู่ ที่ทั้งอนุญาต สนับสนุน จัดการพาและตามไปดูแลเด็กๆ ในการเรียนรู้ครั้งสำคัญทั้งของครูและของเด็กเสมอมา
                ก่อนไปน้องกล่อมมีกังวลเล็กน้อย เพราะการเดินทางเที่ยวนี้ทำให้ต้องขาดเรียนวันศุกร์ ซึ่งดูเหมือนน้องกล่อมจะมีห่วงกับการเรียน แต่พ่อคุยกับน้องกล่อมว่าสิ่งที่น้องกล่อมจะได้เรียนรู้ที่บ้าน
อาตุ๊หล่างสำคัญ และจำเป็นไม่แพ้การเรียนรู้ท่องจำตำราที่ทำให้เด็กๆ กังวลว่าจะเรียนไม่ทันเพื่อน สิ่งที่เราควรกังวลมากกว่าเรื่องเรียนสู้เพื่อนไม่ได้ ก็คือเรื่องการไม่รู้ที่มาของอาหารที่เรากินว่าสัมพันธ์ หรือเชื่อมโยงกับทุกข์สุขกับคนที่ผลิตอาหารให้เราได้กินอย่างไร เราควรกังวลที่ไม่รู้ว่า เพราะการเอารัดเอาเปรียบ เพราะการเบียดเบียนที่ซับซ้อนมากเล่ห์ของใคร และเพราะความขาดปัญญาอย่างไร ที่ทำให้เกษตรกรชาวนายากจนอยู่ในวังวนของความทุกข์เข็ญยิ่งกว่าการเรียนไม่ทันเพื่อนหรือสอบได้คะแนนไม่ดี เพราะไม่มีประโยชน์อะไรถ้าลูกจะเรียนเก่งไปเพื่อเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในกระบวนการเหยียบย่ำซ้ำเติมชีวิตของเพื่อนมนุษย์โดยไม่รู้ตัวในวันข้างหน้า หรือเป็นคนเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ในเรื่องนี้  และจะประเสริฐกว่านั้น ถ้าลูกได้ครุ่นคิดเรื่องการกอบกู้เกียรติและศักดิ์ศรีของพวกเขา ด้วยการช่วยให้พวกเขาถูกเอารัดเอาเปรียบน้อยลงด้วยความรู้สึกขอบคุณในความเมตตาที่เขาผลิตอาหารที่ปลอดภัยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้เราได้กิน
                พ่อคิดว่าความรู้ที่ลูกสามารถอธิบายได้ว่าเมล็ดข้าวเปลือกแบบไหนคือข้าวเหนียว แบบไหนคือข้าวเจ้า ข้าวกล้องต่างจากข้าวซ้อมมืออย่างไร นาปีกับนาปรังต่างกันตรงไหน ข้าวติดเบอร์ที่นักวิชาการเกษตรพัฒนาสายพันธุ์แล้วส่งเสริมให้ชาวนาปลูกต่างจากข้าวพันธุ์พื้นเมืองหลากหลายสายพันธุ์อย่างไร กระทั่งสุดท้ายเราควรเลือกกินข้าวชนิดไหน เพราะอะไร ความรู้เหล่านี้พ่อคิดว่าสำคัญยิ่งกว่าความรู้ที่ลูกต้องใช้ในการสอบแข่งขันกันเข้ามหาวิทยาลัย เพราะเป็นความรู้ที่ลูกต้องนำไปใช้ชีวิต มหาวิทยาลัยนั้นลูกไม่ต้องสอบเข้าก็มีที่ให้ลูกเรียนเยอะแยะ แต่ชีวิตนั้นเมื่อลูกเกิดมาลูกก็ต้องใช้มันให้เป็น การแข่งกันเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ใช่สาระในการใช้ชีวิตในทัศนะของพ่อ การมีปัญญามากพอที่จะเป็นอิสระต่อกรงขังชีวิตต่างๆ โดยเฉพาะกรงขังของความอยากและความทุกข์ต่างหาก ที่จะช่วยให้ชีวิตของลูกมีความสุข ไม่ใช่ความสามารถในการหาเงินได้มาก ได้ง่าย แต่ก่อกรรมทำเลวร้าย กับโลก กับผู้คน และสังคมไว้เหลือคณานับ แล้วคิดว่าเพียงแค่ไปถือป้ายบริจาคช่วยน้ำท่วมออกทีวีก็ทำดีและไถ่บาปแล้ว
                การที่ลูกขาดเรียนไปตากแดดตัวดำกลับมา ไปฝึกการไม่ติดสบายแต่มีความรู้เท่าทันโลกมากขึ้น มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น ดีกว่าไปเรียนกวดวิชาแล้วสอบเก่งขึ้น แต่ยิ่งทำให้เห็นแก่ตัวขึ้นใส่ใจสิ่งรอบตัวน้อยลงเป็นไหนๆ และลูกจงจำไว้ว่าต้นทุนชีวิตของลูกที่ได้มาคือหนี้สินที่ลูกติดค้างพวกเขา รอยยิ้มแห่งความสุขบนใบหน้าของพี่น้องชาวนาและเกษตรกร คือการงานหรือกำไรที่ลูกต้องทำการค้าในอนาคต ความสันพันธ์บนพื้นฐานของความปรารถนาดี ความเป็นกัลยาณมิตรที่เกื้อกูลแบ่งปันกันอย่างอารีย์อารอบระหว่างลูกกับพวกเขาที่เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับในต่างกรรมต่างวาระกัน  นั่นแหละลูกรัก คือความงดงามของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ 

เช่นเดียวกันกับที่คุณครูผู้เสียสละของลูกกำลังแสดงให้ลูกได้เห็นโลกที่ควรเชื่อเช่นนี้อยู่

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เจ้าตัวโตผู้เกิดมาเป็นคุณหลวง

บันทึกไว้ ก่อนถึง 13 ตุลาคม 2560

เมื่อพระสหายแห่งสายบุรี คิดถึงในหลวง