คอลัมน์จากพ่อถึงลูก นิตยสาร ฅ.คน ฉบับเดือน ม.ค 53

17 ธ.ค. 52
แก้ม, กล่อม ลูกรัก

                 วันเกิดแก้มผ่านไปแล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา วันเกิดน้องกล่อมกับพ่อกำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า สำหรับลูก วันเกิดนอกจากจะเป็นวันที่อายุเพิ่มขึ้นอีกปี ได้กินอาหารนอกบ้าน 1 มื้อ (ซึ่งก็มีเป็นประจำทุกอาทิตย์อยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องพิเศษอะไร) ก็เห็นจะมีแค่เรื่องเป็นวันที่ลูกจะได้ของขวัญ 1 ใน 2 ชิ้นที่ลูกมีสิทธิ์จะได้ในแต่ละปีเท่านั้น ที่ทำให้วันเกิดเป็นวันที่พิเศษขึ้นมากว่าวันอื่นๆ (ซึ่งสำหรับปีนี้ก็คงไม่พิเศษแน่ เพราะลูกทั้ง 2 คนได้ใช้สิทธิประโยชน์นั้นไปแล้วเมื่อเดือนก่อน)

                พูดอย่างนี้ฟังดูเหมือนว่าบ้านเรา วันเกิดของพวกเราช่างแห้งแล้งจัง ใครจะมองอย่างนั้นก็ได้ เพราะพ่อไม่ได้พยายามทำให้วันเกิดหรือวันไหนๆ สำหรับพวกเราทุกคนแตกต่างกัน เพราะพ่อคิดว่าเราควรใช้ชีวิตทุกวันให้สำคัญหรือจะไม่สำคัญก็ตามเสมอกัน
                ในชีวิตของพ่อ เพิ่งจะมีไม่กี่ปีมานี้นี่เองที่มีคนเอาเค้กปักเทียนมาให้เป่า ก่อนหน้านี้ร่วม 40 ปีไม่เคยมี พ่อขอบคุณคนที่นึกถึงและเป็นธุระให้ แต่ก็ไม่ได้ยึดติดอะไร เพราะชีวิตพ่อไม่ได้เติบโตมาด้วยการถูกสอนให้ยึดติดสิ่งเหล่านี้ ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อถึงวันเกิดของพ่อ แค่ลูกหรือแม่มากอดพ่อตอนเช้า กระซิบอวยพรพร้อมมอบการ์ดทำมือใบเล็กๆ ที่มาจากฝีมือของลูก แถมด้วยหอมอีกฟอด นั่นก็เป็นของขวัญวันเกิดที่ดีและมีค่ามากพอสำหรับพ่อแล้ว ซึ่งพ่อก็คิดเช่นเดียวกันว่า สิ่งที่พ่อกับแม่ให้กับลูกในวันเกิด ด้วยคำอวยพรง่ายๆ ขอให้ลูกๆ ได้เป็นเด็กดีและมีความสุขระหว่างที่กอดลูกและหอมลูกนั้น ก็คงจะเป็นสิ่งที่มีความหมายที่สุดสำหรับลูกเช่นเดียวกัน
                เพราะทั้งหมดนั้นกลั่นมาจากความรักที่มีให้ลูกเสมอกันทุกวันอยู่แล้ว
                ในสมัยที่พ่อเป็นเด็ก คำว่าวันเกิดไม่เคยมีอยู่ในสารบบของชีวิต ไม่ว่าวันเกิดของคุณปู่ คุณย่า หรือพี่น้องของพ่อทั้ง 4 คน ไม่เคยมีการ์ด ไม่มีการกอด ไม่มีการหอมและกระซิบอวยพรให้ ซึ่งพ่อคิดว่าชีวิตปกติของครอบครัวคนบ้านนอกทั่วๆ ไปก็คงเป็นเช่นนี้
                วันที่พ่อรอคอยและมีโอกาสจะได้ของขวัญมีวันเดียว นั่นก็คือ วันเด็ก แค่เศษสตางค์ 5 บาท 7 บาทที่ได้รับจากคุณย่ากับย่าเหงียบมาใส่กระเป๋าแล้วเอาหนังยางรัดไว้ก็ทำให้พ่อหัวใจพองโตแล้ว ถ้าไปโรงเรียนแล้วชนะประกวดคัดลายมือหรือเรียงความ ได้สมุด ดินสอ ไม้บรรทัด หรือกล่องใส่ดินสอมาสักอัน ความสุขจากวันเด็กปีนั้นจะอยู่ในใจไปอีกครึ่งค่อนปี
                เรียกว่า ได้น้อย ได้ไม่บ่อย แต่สุขนาน ซึ่งต่างจากเด็กๆ ทั่วไปในสมัยนี้ที่ได้ง่าย ได้มาก ได้บ่อย แต่เบื่อง่าย หน่ายเร็ว เพราะไม่เห็นคุณค่า พ่อไม่อยากให้ลูกเป็นอย่างนั้น นี่เป็นที่มาของการที่น้องกล่อมต้องรับมรดกเสื้อผ้ารองเท้าจากพี่แก้ม ส่วนพี่แก้มก็ต้องรับมรดกมือสองจากคุณแม่ (ที่บ้างครั้งก็ไม่ค่อยเข้ากับลูกเท่าไหร่) และทุกครั้งที่ลูกจะได้ของใหม่ก็ควรแบ่งปันของเก่าที่ล้นเกินให้คนอื่น ไม่ว่าจะเป็นของเล่น หนังสือ หรือเสื้อผ้า
                สมัยพ่อเป็นเด็ก กางเกงกับเสื้อนักเรียนของพ่อไม่ใช่ได้มาจากลุงชอว์เท่านั้น แต่ถ้าหากมีของเพื่อนบ้านรุ่นพี่ที่เขาไม่ใช้แล้วมาบริจาคให้ พ่อก็จะรู้สึกเหมือนได้ของใหม่ ตอนเรียนประถม กางเกงนักเรียนสีกากีของพ่อจึงมีทั้งกากีซีดขาว กากีเข้ม แต่ทุกตัวก้นขาดปะแล้วปะอีก หรือไม่ก็เนื้อผ้าบางจนแวว ชุดลูกเสือของพ่อเสื้อกับกางเกงไม่เคยมีสีเดียวกัน เสื้อนักเรียนที่ใหม่จริงและมีโอกาสที่ชื่อบนหน้าอกถูกปักด้วยชื่อของพ่อเป็นชื่อแรกมีเพียงตัวเดียว ซึ่งได้รับเมื่อเรียนชั้นมัธยมแล้ว นอกจากนั้นจะมีรอยปักของชื่อคนอื่นอยู่เสมอ ซึ่งบางครั้งถูกแก้จนพรุนหรือไม่ก็ต้องปักชื่อลงบนแถบผ้าผืนอื่นแล้วมาเย็บแปะทับลงไปบนชื่อเก่าอีกที เพราะไม่มีเนื้อผ้าให้ปักชื่ออีกแล้ว
                พ่อจึงมีความรู้สึกว่าของแต่ละชิ้น แต่ก่อนถูกใช้อย่างคุ้มค่า และคนใช้ก็ใช้อย่างเจียมตน ต่างจากเดี๋ยวนี้ที่ใช้ทิ้งใช้ขว้าง ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างล้างผลาญสิ้นเปลือง ของใหม่ๆ ที่ทำออกมา ก็ทำออกมาแบบใช้แล้วทิ้งทั้งยวง ไม่มีอะไหล่ให้ซ่อมใหม่เสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะคนขายคิดแต่จะได้เงินเยอะๆ ไม่คิดว่าต้องเก็บรักษาทรัพยากรไว้ใช้นานๆ แถมยังมีของใหม่ๆ ออกมาโฆษณาล่อกิเลสล่อใจคนไม่เว้นแต่ละวัน ใครตามไม่ทันก็เป็นคนเชย คนตกยุค ระบาดตามกันไปหมดทั้งคนรวย คนจน คนพอมี
                กลับมาที่เรื่องวันเกิด สำหรับวันเกิดที่มีการเป่าค้งเป่าเค้กร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์นั้น พ่อกับแม่ก็เคยทำให้ลูกอยู่บ้างตอนลูกเด็กๆ แต่ตอนนี้ลูกโตพอที่จะบอกเหตุผลบางอย่างให้ลูกฟังแล้วว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงไม่ทำเช่นนั้นอีก
                นอกจากพ่อไม่อยากให้ลูกคิดหรือรู้สึกว่าวันเกิดคือวันพิเศษแล้ว พ่อยังไม่อยากให้ลูกเข้าใจว่าวันเกิดคือวันที่ลูกจะต้องได้ แต่พ่ออยากให้ลูกได้มองเห็นการให้ในการเกิดมาของลูกมากกว่า การให้ในที่นี้ไม่ใช่เรื่องของการที่ลูกจะต้องตอบแทนให้พ่อแม่ในอนาคตเพราะพ่อแม่มีบุญคุณกับลูก พ่อกลับคิดว่าลูกเกิดมาเพื่อเป็นพลังชีวิตของพ่อกับแม่ และเพื่อทดสอบการทำหน้าที่ของหญิงชายคู่หนึ่งซึ่งลูกเรียกว่าพ่อและแม่
                ในกรณีนี้ พ่อขอบคุณลูกทั้ง 2 คน ที่การเกิดมาของลูกได้มอบหน้าที่และให้แบบทดสอบต่างๆ นานากับชีวิตของพ่อกับแม่ ทำให้พ่อกับแม่ได้เรียนรู้ ได้สัมผัส ได้เข้าใจ และเข้าถึงในหลายสิ่งหลายอย่างที่คนที่ไม่มีลูกหลายคนไม่มีวันเข้าใจ ซึ่งแน่นอน มีสอบผ่านในบางด้าน และสอบตกบ้างในบางเรื่อง แต่รวมๆ แล้วไม่น่าจะต้องซ้ำชั้นสอบใหม่
                ในด้านที่สัมพันธ์กับโลก เมื่อลูกเกิดมาพร้อมๆ กับที่พ่อได้รับมอบหน้าที่ที่ต้องมีต่อลูก ลูกก็ได้รับมอบหน้าที่ที่ลูกควรจะมีต่อตัวเอง ต่อผู้อื่น รวมทั้งต่อโลกด้วยเช่นกัน ทั้ง 2 ด้านสำคัญพอๆ กัน และสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก ไว้ลูกโตขึ้นพ่อคงได้แลกเปลี่ยนกับลูกในเรื่องนี้ว่ามีอย่างไรบ้าง สิ่งสำคัญที่ลูกควรเข้าใจตอนนี้ก็คือ การรู้สึกว่าต้องได้ของขวัญ ได้เค้กวันเกิด ทำให้วันเกิดเป็นวันพิเศษ และยึดติดกับความพิเศษนั้นไม่ใช่สาระ หน้าที่ของลูกที่ควรมีต่อการเกิดมากกว่าที่เป็นสิ่งสำคัญและควรยึดถือ

ไม่ว่าวันเกิดปีไหน เราต่างได้ของขวัญที่ดีที่สุดด้วยกันทั้งนั้น ลูกเป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดของพ่อกับแม่ และพ่อกับแม่ก็เป็นของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับลูกเช่นกัน เราเป็นของขวัญที่ดีที่สุดของกันและกันตลอดมาและตลอดไป

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย

การเตรียมตัวของชีวิต | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

ได้ชีวิตใหม่ในวันรับเสด็จ ยายชุบ สามร้อยยอด