บทความ

โพสต์แนะนำ

ศิลปินสาวชาวเกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี เก็บภาพจำร้านขายของชำที่กำลังจะเลือนหาย

รูปภาพ
สมัยเด็กๆจำได้ว่าทุกครั้งที่หิวขนมก็จะกำเงินอันน้อยนิดไปยืนแหงนคอมองอยู่หน้าร้านเล็กๆ ที่ประตูเปิดกว้าง ไม่มีเสียงนิ๊งหน่อง ไม่มีเสียงสวัสดีและเชิญชวน ร้านเล็กๆที่แสงสว่างของไฟมีไม่มากเท่าร้านสะดวกซื้อในยุคนี้   ถุงขนมใสไปทางขุ่นผูกด้วยเชือกฟางสีชมพูห้อยโตงเตง  พร้อมขนมอีกมากมายที่วางเรียงรายเป็นระเบียบบ้างไม่เป็นระเบียบบ้าง มีฝุ่นเกาะบ้างพอให้อารมณ์กรุบกริบ มันสะกดตา และทำให้เด็กอย่างเราเริ่มใช้ความคิดใคร่ครวญและคำนวนว่าเงินที่กำไว้ในมือมันมีอะไรในร้านที่คู่ควร และคุ้มค่า  ....แน่นอนอะไรก็แล้วแต่ที่นอกจากกินได้ จะต้องบวกกับมีบางสิ่งแถมติดมาให้ ประหนึ่งของขวัญที่เจ้าของโรงงานทำขนมมอบให้เด็กอย่างเรา นั่นเป็นความหมายที่เรารู้สึกว่าคุ้มค่า และคู่ควร แหวนเล็กๆถูกลองสวมเข้านิ้วนั้นออกนิ้วนี้พร้อมยกมือมองออกห่าง ดูเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจมากกว่าขนมที่ถืออยู่ในมือ ป้าของแอดมินเคยถามว่าอยากกินขนม หรืออยากได้ของเล่นกันแน่ 555....เสน่ห์ของร้านขายของชำในวัยเด็กมันจึงเป็นภาพจำที่งดงามในวัยโต......
ปัจจุบันร้านขายของชำเหล่านี้ถูกกลืนหายไปกับยุคสมัย แต่ไม่ใช่แค่บ้านเรานะคะที่ร้านเหล่านี้หายไป และ…

ก่อนชม 'เก่ง ลายพราง'

รูปภาพ
ในความคิดเห็นและการแสดงความรู้สึกมากมายต่อกรณี คนค้นฅน เก่ง ลายพราง มีอยู่ท่านหนึ่งที่ผมรู้สึกถึงความเป็นกัลยาณมิตรและอยากสนทนาด้วย คือผู้ที่ใช้นามว่า พรนับพัน เหมือนพิมพ์ ที่ถามมาว่าจากเสียงสะท้อนของคนดู ผมได้ข้อคิดอะไรจากกรณีของเก่ง ลายพรางบ้าง 
ความจริงเรื่องนี้มีประเด็นให้คุยกันได้มากมาย แต่คุณพรนับพันถามมาเรื่องข้อคิด ผมก็จะตอบเรื่องข้อที่ได้คิด


ข้อคิดประการแรก ที่ผมได้คือเรื่องของโลกธรรม โดยเฉพาะสัจธรรมเรื่องสรรเสริญ นินทาครับ
แต่ไม่ใช่เพียงแค่โลกมีทั้งสรรเสริญและนินทาเท่านั้น ประการที่สำคัญก็คือ 'เรา' เป็นผู้สร้างเหตุ ปัจจัย หรือสร้างกรรมให้เกิดการนินทานั้นเอง จะไปโทษผู้อื่นไม่ได้ 
ประการที่สอง ถ้ากล่าวโดยเชื่อมโยงไปอีกก็สามารถพูดให้เข้าใจกันง่ายๆว่า ทั้งๆที่รู้ว่าจะต้องมีคนด่าแต่ก็ยังทำ เพราะฉะนั้นที่มีหลายท่านเข้าใจว่า ละหลักการหรือทิ้งจุดยืนเพื่อเรตติ้งนั้น มองในมุมนี้ เรากำลังทำตามหลักการโดยให้ค่ากับความนิยมเป็นเรื่องรองไม่ใช่หรือ
ประการที่สาม กรรมเป็นเครื่องบ่งชี้เจตนาฉันใด ความเห็นก็สะท้อนให้เห็นคุณภาพของความคิดและจิตใจของผู้แสดงความคิดเห็นฉันนั้น 
ประการที่สี่ ข้อนี…

จากเมย์ ครีมถึงเปรี้ยว 2 | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

รูปภาพ
ในวันเดียวกันกับที่กระแสของเปรี้ยวกำลังเปรี้ยงปร้างนั้น ผมได้มีโอกาสชมการถ่ายทอดสดกีฬาที่ผมชอบถึงสองรายการคือ การแข่งขันมวยกรง 8 เหลี่ยม หรือศึก UFC ระหว่าง Jose Aldo กับ Max Holloway และอีกคู่ที่สร้างความประทับใจมากคือ การแข่งขันแบดมินตัน เอสซีจี ไทยแลนด์ โอเพ่น รอบชิงชนะเลิศ ประเภทหญิงเดี่ยว ระหว่างน้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ กับน้องครีม บุศนันท์ อึ๊งบำรุงพันธุ์

ขอพูดถึงน้องเมย์กับน้องครีมก่อน ประวัติความเป็นมาของน้องเมย์ก็คงทราบกันแล้วว่า เป็นลูกคนงานในโรงงานทำขนมของเจ้าของสโมสรบ้านทองหยอด ถูกจับมาเล่นแบดเพราะต้องการจัดการกับความซุกซนในวัยเด็ก ส่วนน้องครีมนั้นคุณพ่อคุณแม่เห็นความชอบจากการตีแบดป๊อกแป๊กหน้าบ้าน เลยพาไปฝึกหัดที่สโมสรแถวบางโพ สองคนเหมือนกันตรงที่มีผู้ใหญ่ที่เป็นกัลยาณมิตรส่งเสริม และเสริมสร้างพลังด้านบวกนำพาไปในทางที่สร้างสรรค์
แม็ทช์ชิงชนะเลิศระหว่างน้องเมย์กับน้องครีมในวันนั้น สำหรับผมเป็นแม็ทช์แห่งความทรงจำที่ไม่ได้เป็นแค่เกมคุณภาพ ซึ่งเต็มไปด้วยความสนุก การขับเคี่ยว พลิกไปพลิกมา อย่างสูสีกันของทั้งคู่ เท่านั้น แต่จากการเฝ้าติดตามดู และเชียร์น้องทั้งสองมาอย่างต่อเนื่อง…

'น้องบิว' หญิงสาวที่ยืนหยัดด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง

รูปภาพ
“แม้หนูจะถูกตัดแขนไปเนื่องจากโรคมะเร็ง แต่หนูก็ยังคงมีลมหายใจ ยังมีชีวิตอยู่ มีแขนอีก 1 ข้าง มีขา 2 ข้าง มีความคิด ความรู้สึก มีสมอง พอที่จะต่อชีวิตให้เราอยู่ต่อไปได้ แม้วันนี้เราจะมีแต่ความสูญเสียมองไม่เห็นอนาคตว่าเป็นยังไง แต่ขอให้เราทำวันนี้ให้ดีที่สุด เผชิญกับมันต่อไปชีวิตเราจะเหลืออีกนานแค่ไหนก็ต้องยอมรับกับมัน มีสิ่งเดียวที่ยึดมั่นในหัวใจ  คือ ตราบใดที่มีลมหายใจเราก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด วันหนึ่งเราสู้ไม่ไหวเราหมดลมก็คือวันนั้นที่ไม่ได้สู้ ทุกปัญหามีทางออกเสมอตราบที่มีลมหายใจ”



นี่เป็นคำพูดที่ออกมาจากหัวใจและความเข้มแข็งของ “น้องบิว”  กฤตชญาภา วงศ์ไชย เจ้าของรางวัลคนค้นฅนอวอร์ด ครั้งที่ 3 สาขารางวัลคนเล็กหัวใจใหญ่  (เหรียญเงิน) ที่ครั้งหนึ่งเรื่องราวชีวิตของเธอได้สร้างแรงบันดาลใจ และเป็นกำลังใจให้กับผู้คนจำนวนมาก เธอยืนหยัดต่อสู้กับโรคร้าย ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง เพื่อการมีลมหายใจ มีชีวิตอยู่ และทำตามความฝันของเธอ น้องบิว เป็นเด็กหญิงที่ต้องสูญเสียดวงตาทั้ง 2 ข้างจากโรคมะเร็งที่ดวงตาตั้งแต่อายุได้เพียง 11 เดือน แต่เธอก็เพียรพยายามใช้ชีวิตในโลกมืดโดยไม่เคยย่อท้อ จนสามารถเรียนได้ถึงระดับ…

โครงการเพื่อผู้พิทักษ์ ปี 3 คืนผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น

รูปภาพ
โครงการเพื่อผู้พิทักษ์ ปี 3 คืนผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น อีกหนึ่งกิจกรรมที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างโครงการเพื่อผู้พิทักษ์ปี 3 กับ อุทยานแห่งชาติทับลานและกลุ่มจิตอาสา ภาคีเครือข่ายต่างๆ ที่เล็งเห็นความสำคัญในการฟื้นผืนป่าที่เกิดจากการบุกรุกจนเสื่อมสภาพ และเป็นการจัดการทุ่งหญ้าแหล่งอาหารสัตว์ป่า บริเวณพื้นที่รอบแนวการก่อสร้างสะพาน-อุโมงค์แนวเชื่อมต่อทางนิเวศวิทยาระหว่างผืนป่ามรดกโลกเขาใหญ่-ทับลาน (Corridor) เพื่อเชื่อมต่อผืนป่า 2 ผืนเข้าด้วยกัน และเป็นทางให้สัตว์ป่าได้ข้ามผ่านระหว่างป่าทั้งสองผืน จุดบริเวณ กม.27-29  ถนนสาย 304 อ.กบินทร์บุรี-อ.ปักธงชัย 

สำหรับทางเชื่อมต่อผืนป่า หรือทางข้ามสัตว์ป่า หรือคอริดอร์ (Corridor) ที่กำลังก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จในปี 2561 นั้น เป็นไปตามข้อกำหนดของทางยูเนสโก หลังประกาศให้ดงพญาเย็นเขาใหญ่ เป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2548  และเป็นการวางมาตรการ การรักษาคงสภาพผืนป่า เพื่อลดผลกระทบและความเสี่ยงต่อผืนป่า สัตว์ป่า ตลอดถึงการหลอมรวมป่าทั้ง 5 ผืน ในตามคำประกาศเข้าด้วยกัน ให้สัตว์สามารถเดินทางข้ามไปผสมพันธุ์กันได้ ไม่ให้เกิดอันตรายระหว่างการเดินข้ามเส้นทางเ…

จากเมย์ ครีมถึงเปรี้ยว | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

รูปภาพ
หากร่างกายไม่อุทธรณ์ว่าถึงเวลาที่ต้องพักผ่อนอย่างเป็นกิจลักษณะแล้ว เสาร์อาทิตย์นี้ถ้าไม่อยู่ที่งานอบรมชาวนาที่สระบุรี ผมก็คงอยู่ที่สวนริมแม่น้ำฯ และคงไม่ได้รับรู้ว่าสังคมไทยอลอึงไปด้วยเรื่องของเปรี้ยว และคงไม่ได้เสพย์(กระแสความรู้สึกและความเห็นของคนไทยที่มีต่อ)เรื่องของเธอมากขนาดนี้

คงไม่ต้องกล่าวซ้ำว่ากระแสนั้นเป็นอย่างไร เท่าที่เห็นปฏิกิริยาของคนส่วนใหญ่เทไปในทิศทางเดียวกัน มีเพียงส่วนน้อยที่มองต่างหรือมองอย่างกลางๆ ส่วนที่เฉยๆกับเรื่องนี้ เข้าใจว่าก็คงมีไม่น้อย แต่ไม่น้อยนั้นมากเท่าไหร่ก็ไม่ทราบได้ เพราะยังเฉยอยู่ ส่วนที่ยกย่องชื่นชมเป็นไอดอลเห็นว่าก็มีอยู่ แต่ไม่ว่าจะด้วยวิธีคิดแบบไหนผมขอถอนหายใจ

ผมลองแยกธาตุการปรี๊ดแตกทางอารมณ์ของสังคมไว้เล่นๆดังนี้ จะถูกหรือผิดมากน้อยแค่ไหนก็คงไม่ใช่เรื่องที่ต้องเอาเป็นเอาตายกันนะครับ กระแสความไม่พอใจเริ่มก่อตัวจากความสะเทือนใจต่อภาพที่อเนจอนาถของผู้ถูกกระทำ และเมื่อรู้ว่าผู้กระทำเป็นใคร ต่างไปจากฆาตกรที่อยู่ในจินตนาการอย่างไร รู้พฤติกรรม ขั้นตอนการลงมือ เจตนาที่จะหลบหนีรวมทั้งการหลบหนีที่ไม่ได้กระเซอะกระเซิง ลนลาน เหมือนในละคร หนำซ้ำยังสวยไม่ส…

ข้อคิดจากกำแพงหิน 2 | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

รูปภาพ
เขาหาเลี้ยงชีพด้วยการตระเวนเก็บขยะ ของเก่า ที่ไม่เป็นที่ต้องการของผู้คนแล้วไปขาย จึงไม่แปลกหากคนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าซาเล้งคู่ใจเก่าๆที่เขามีน่าจะเป็นของที่สำคัญ จำเป็นและมีค่าที่สุดของชีวิต

แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อเขาตัดสินใจทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อทำตามเป้าหมายใหม่ของชีวิต นั่นคือการเดินเท้าไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ สิ่งที่เคยมีความหมายมาก่อนก็ไม่มีความหมาย เขานำซาเล้งเก่าๆนั้นไปมอบให้กับผู้ที่ต้องการมัน ใช้ประโยชน์ต่อไป รองเท้าวิ่งที่มีคุณภาพดีๆคู่หนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรมชีวิต กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่มีไม่ได้ขึ้นมา

แต่หลังจากภารกิจการเดินเท้าต้องจบลงก่อนกำหนด เนื่องจากพื้นที่ๆเขาจะเดินทางเข้าไป มีคนในพื้นที่เตือนว่า อันตรายเกินกว่าที่ชายแปลกหน้า ผมเผ้าหนวดเครารุงรังอย่างเขาจะเดินแบกธงชาติเข้าไป แล้วค่ำไหนนอนนั่น การหันหลังกลับหลังจากลงรถไฟที่หัวลำโพง รองเท้าวิ่งก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นอีกต่อไป

ที่ๆจะซุกหัวนอน กับอุปกรณ์หาเลี้ยงชีพใหม่ ในวันที่ไม่มีซาเล้งคู่ใจ และทำเลเก่าก็ถูกผู้จับจองรายใหม่ยึดครองไปแล้ว กลายเป็นเรื่องเฉพาะหน้าที่จำเป็นกว่า

ครั้นเมื่อเขาได้รับการอุปการะใ…

ข้อคิดจากกำแพงหิน 1 | สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

รูปภาพ
ผมไม่แน่ใจว่า ผมควรใช้คำว่ากำแพงหรือรั้ว เพราะจะใช้คำว่ากำแพงก็ไม่น่าจะตรงนัก ด้วยความสูงเมตรเศษๆ ของมันนับว่าไม่สูงนัก ครั้นจะเรียกว่ารั้ว ก็รู้สึกว่าเทียบกับรั้วทั่วๆไปที่เห็นในละแวกเดียวกัน มันก็ดูละม้ายกำแพงเสียมากกว่า เอาเป็นว่าเรียกกำแพง แต่ให้เข้าใจว่าเป็นรั้วกั้นบอกอาณาเขต แสดงการครอบครอง และความเป็นเจ้าของที่ดินผืนหนึ่งก็แล้วกัน
มันเป็นที่ดินผืนเล็กๆผืนหนึ่ง ผมกะด้วยสายตาน่าจะไม่เกิน 1 ไร่ เป็นผืนดินลาดเอียงลงมาหาถนน รูปร่างที่ดูจากกำแพงที่กั้นก็บิดๆเบี้ยวๆที่เต็มไปด้วยกรวดหิน ไม่มีต้นไม้ และต้นหญ้าสีเขียวแม้แต่ต้นเดียว มันเป็นส่วนหนึ่งของลาดไหล่เขาแคบๆระหว่างทางจากหมางคางสู่บาซู ดินแดนแห่งเทือกเขาหินสลับซับซ้อน 
ที่ดินแบบนี้ถ้าเป็นที่บ้านเรา หากมีใครยกให้ฟรีต้องมีโกรธกัน เพราะในความเห็นของคนทั่วไปมันเป็นที่ดินที่ไม่มีคุณค่าใช้ทำอะไรไม่ได้ พ่อเคยเล่าให้ฟังว่าคนใต้แต่ก่อน สำหรับลูกชังพ่อแม่จะยกที่ดินริมทะเลให้ เพราะเป็นที่ดินทราย ทำมาหากินอะไรไม่ได้ ส่วนลูกรัก ก็จะยกที่ดินที่ดินดี เป็นไร่นา สวนผลไม้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป มูลค่าไม่ได้ขึ้นกับการทำการเกษตรอีกแล้ว ลูกชังคงนึกขอบคุณท…